เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3186 ผ่านแล้ว / ตอนที่ 3187 ไร้ยางอาย
ตอนที่ 3186 ผ่านแล้ว
เฟิ่งจิ่วยืนอยู่หน้าโต๊ะ สายตากวาดมองสมุนไพรวิญญาณเหล่านั้น ทันใดนั้นก็เริ่มเลือกสมุนไพรวิญญาณก้านแล้วก้านเล่าออกมา นางเลือกสมุนไพรวิญญาณได้รวดเร็วนัก แทบไม่ต้องใช้ความคิด เมื่อหยิบมาแล้วก็วางลงบนโต๊ะว่างตัวหนึ่งข้างกาย
นักเล่นแร่แปรธาตุสิบเก้าคนนั้นมองนางหยิบสมุนไพรวิญญาณด้วยความรู้สึกคุ้นเคย หนังตากระตุกเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ ในใจเกิดความรู้สึกไม่ดีอยู่รางๆ ดูจากการกระทำของเด็กสาวนางนี้แล้ว เหตุใดจึงได้รู้สึกว่านางคุ้นเคยกับสมุนไพรวิญญาณเป็นอย่างยิ่ง หรือกลับกลายเป็นว่าพวกเขาขุดหลุมให้ตนเองเสียแล้ว?
เห็นเด็กสาวเลือกสมุนไพรวิญญาณเหล่านั้นออกมาได้โดยไม่มองใบสั่งยา พวกอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นขึ้นมา จากนั้นก็มองธูปก้านนั้นครั้งหนึ่ง เห็นมันไหม้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว ส่วนสมุนไพรวิญญาณบนโต๊ะข้างกายนางตัวนั้น อย่างน้อยก็พูดได้ว่ามีหกเจ็ดสิบชนิดแล้วเช่นกัน นั่นทำให้พวกเขารู้สึกกังวลใจอยู่เล็กๆ
คงผ่านด่านนี้แล้วกระมัง ในบรรดาสมุนไพรที่เลือกมาจะผิดจากใบสั่งยาบ้างหรือไม่?
เพราะจ้องมองด้วยความเป็นกังวลอยู่ตลอด จนกระทั่งพวกเขามองเห็นก้านธูปนั้นเหลือเพียงหนึ่งในสอง ส่วนสตรีชุดแดงตรงโต๊ะสมุนไพรกลับหยุดมือแล้ว
“เสร็จแล้ว” เฟิ่งจิ่วมองพวกเขาพลางกล่าว
นักเล่นแร่แปรธาตุสิบเก้าคนเบิกตาโพลง พวกเขามองนางอยู่นานก่อนจะเดินไปข้างหน้า หยิบใบสั่งยาที่เขียนรายชื่อสมุนไพรร้อยชนิดมาเทียบดู
“งูฮู่จี้ถูกต้อง รากเก้าเส้นถูกต้อง ไส้เดือนดินถูกต้อง หญ้าหัวใจม่วงเจ็ดใบก็ถูกต้อง…”
พวกเขาเทียบทีละชนิด เห็นว่าทุกชนิดถูกต้องทั้งหมด ก่อนหน้านี้พวกเขาจงใจเลือกสมุนไพรวิญญาณสองสามชนิดที่แยกแยะรูปร่างและกลิ่นได้ยากผสมเข้าไป น่าแปลกที่นางไม่ได้หยิบผิดเลย
นักเล่นแร่แปรธาตุสิบเก้าคนนั้นมองหน้ากัน พวกเขากะพริบตาพลางสูดลมหายใจเข้าลึก กลั้นความประหลาดใจที่เอ่อขึ้นมาเอาไว้ มองไปทางเฟิ่งจิ่วแล้วหยิบสมุนไพรวิญญาณก้านหนึ่งขึ้นมาถามนาง “ข้าขอถามเจ้า นี่คือสมุนไพรวิญญาณอะไร แล้วประสิทธิภาพของมันคืออะไร”
เฟิ่งจิ่วมองครั้งหนึ่ง ยิ้มพลางว่า “นี่คือหญ้าใจพิสุทธิ์เจ็ดชุ่น มีคุณสมบัติช่วยให้สงบใจและคลายความกังวล”
“แล้วต้นนี้ก้านนี้เล่า ไยเจ้าหยิบก้านนี้ แต่ไม่หยิบก้านนั้นเล่า” นักเล่นแร่แปรธาตุผู้นั้นหยิบสมุนไพรวิญญาณที่คล้ายคลึงกับหญ้าใจพิสุทธิ์เจ็ดชุ่นมา วางลงบนโต๊ะด้วยกันแล้วถาม
เฟิ่งจิ่วเม้มปากยิ้ม “ที่เขียนไว้บนใบสั่งยาคือหญ้าใจพิสุทธิ์เจ็ดชุ่น แต่ก้านนี้กลับเป็นนิ้วสีเขียว แม้ภายนอกเหมือนกัน แต่ประสิทธิภาพกลับแตกต่างกัน และหากหญ้าใจพิสุทธิ์เจ็ดชุ่นออกดอก สีของมันคือสีม่วง ดอกของนิ้วสีเขียวนี้กลับเป็นสีม่วงอ่อน ก้านใต้ใบก็ปรากฏสีม่วงอ่อนเช่นเดียวกัน ข้าย่อมไม่มีทางนำพวกมันมาปนกัน”
ครั้นฟังจบแล้ว นักเล่นแร่แปรธาตุเหล่านั้นเงียบเสียงอยู่นาน แต่ละคนพูดแย้งไม่ออก เด็กสาวนางนี้รู้ความแตกต่างของสมุนไพรวิญญาณสองก้านนี้อยู่แล้ว เป็นพวกเขาเองที่วุ่นวายสร้างเรื่องจนตาลายเองหรือ?
“ฮ่าๆๆ”
ราชาโอสถที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ข้างๆ ลูบเคราพลางหัวเราะ ยิ้มอย่างเบิกบานใจ ดวงตาคู่หนึ่งโค้งจนเหมือนจันทร์เสี้ยว เขามองเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุพลางกล่าวว่า “ทุกท่าน นางผ่านด่านแรกแล้วกระมัง”
ฟังคำของราชาโอสถจบ แม้นักเล่นแร่แปรธาตุสิบเก้าคนจะไม่อยากยอมรับ ก็จำต้องยอมรับว่าเฟิ่งจิ่วผ่านการทดสอบด่านแรกแล้ว
ดังนั้นพวกเขาจึงพยักหน้า มองสตรีชุดแดงที่อมยิ้มจางก่อนกล่าว “ผ่านแล้ว นางผ่านด่านแรกแล้ว”
รอยยิ้มที่มุมปากของเฟิ่งจิ่วกดลึกลงกว่าเก่า นางประสานมือคารวะคนทั้งสิบเก้าครั้งหนึ่ง “ด่านที่สอง ขอทุกท่านปรานีด้วย!”
……….
ตอนที่ 3187 ไร้ยางอาย
นักเล่นแร่แปรธาตุสิบเก้าคนถลึงตา ในใจต่อว่า ‘ไร้ยางอาย!’
ให้พวกเขาปรานี? จากนั้นจะได้ประเคนโอสถระดับเจ็ดของพวกเขาให้นางน่ะหรือ? อีกทั้งยังต้องโอนอ่อนต่อนาง ก้มหัวเคารพนางเรียกนางว่านายน้อยเช่นนั้นหรือ? พวกเขาต้องใช้ความสามารถทั้งหมดเพื่อหยุดนางในการทดสอบนี้ และจะไม่ให้โอกาสนางแม้แต่น้อย
“ด่านที่สองนี้ พวกเจ้าจะทดสอบอะไรหรือ” ราชาโอสถชมละครนี้อย่างสบายใจ ถามออกมา
นักเล่นแร่แปรธาตุสิบเก้าคนนั้นชะงัก ถูกถามจนจนมุมแล้ว เมื่อครู่พวกเขาคิดว่าเฟิ่งจิ่วผู้นี้ไม่น่าผ่านการทดสอบด่านแรก จึงยังไม่ได้คิดว่าด่านที่สองจะทดสอบนางอย่างไร
เห็นสีหน้าตื่นตะลึงของพวกนักเล่นแร่แปรธาตุแล้ว ราชาโอสถจึงยิ้ม “ไม่ใช่ว่าพวกเจ้ายังไม่ได้คิดกระมัง ก่อนหน้านี้พวกเจ้าพูดถึงการรู้จักการทำยา ในเมื่อผ่านด่านรู้จักสมุนไพรแล้ว เช่นนั้นด่านที่สองย่อมเป็นการทำยา ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าให้ใบสั่งยากับนาง ให้นางทำยาออกมาตรงนี้เลยเป็นอย่างไร”
ราชาโอสถกล่าวจบแล้ว นักเล่นแร่แปรธาตุทั้งหลายสบตากัน รู้สึกว่าวิธีนี้นับว่าใช้ได้ จึงปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า “ตกลง เช่นนั้นทำยาเถอะ!”
“นางจำแนกสมุนไพรร้อยชนิดได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ข้าคิดว่านางน่าจะมีความรู้เรื่องยาอยู่บ้าง ใบสั่งยาที่พวกเราจะมอบให้นางในครั้งนี้จะธรรมดาไม่ได้เป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นนางต้องผ่านด่านไปได้ง่ายๆ แน่”
“อืม พูดมีเหตุผล ข้าว่าพวกเราต้องปรึกษากันเรื่องระดับความยากของใบสั่งยานี้หน่อย มอบใบสั่งยาที่ธรรมดาเกินไปให้นางไม่ได้” นักเล่นแร่แปรธาตุอีกคนหนึ่งกล่าวอย่างเห็นด้วย
“แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กสาวนางนี้มีความรู้ด้านการหลอมยาลึกซึ้งเพียงใด หากพวกเรานำใบสั่งยาที่ธรรมดาเกินไปออกมา นั่นย่อมทำให้นางผ่านการทดสอบได้โดยง่าย แต่หากนำใบสั่งยาที่ยากเกินไปออกมา นั่นเท่ากับพวกเรากำลังรังแกคนอย่างชัดเจน...”
ทันใดนั้นหลายคนก็รู้สึกลังเลขึ้นมาเล็กน้อย อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุทั่วไป กอปรกับอยู่ที่นี่มานานหลายปี ไม่ยินยอมให้คนในหุบเขาราชาโอสถรู้สึกว่าพวกเขากำลังรังแกเด็กสาวคนหนึ่งแน่
“เอาอย่างนี้แล้วกัน! พวกเราถามความรู้ด้านการหลอมโอสถกับนางก่อน หากนางเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุเช่นเดียวกัน เช่นนั้นก็ต้องเพิ่มระดับความยากแล้ว” นักเล่นแร่แปรธาตุคนหนึ่งเสนอความเห็น
“นางจะพูดตามตรงหรือ หากนางไม่ยอมพูดตามตรงเล่า พวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่านางพูดจริงหรือเท็จกันแน่”
“ถามก่อนค่อยว่ากันเถอะ” ชายชราคนหนึ่งกล่าว ครั้นมองไปทางเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ แล้ว เขากระแอมก่อนถาม “แม่นาง ดูจากระดับความคุ้นเคยของเจ้าที่มีต่อสมุนไพรวิญญาณแล้ว หรือว่าเจ้าจะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ”
ได้ยินดังนั้นแล้วเฟิ่งจิ่วตาเป็นประกาย มุมปากยกโค้งเล็กน้อย “อืม ข้าเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ”
พอฟังจบ ทุกคนรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุจริงหรือนี่? ไยไม่บอกพวกเขามาตามตรงเลยเล่า? ในใจของพวกเขาเกิดความรู้สึกมากมายปะปนกัน ด้วยว่านางทั้งตรงไปตรงมาทั้งอ้อมค้อมอยู่ในที
ราชาโอสถที่นั่งอยู่ข้างๆ ฟังวาจาของเฟิ่งจิ่วแล้วคล้ายกับไม่ประหลาดใจนัก เขาเพียงมองเฟิ่งจิ่วครั้งหนึ่ง จากนั้นก็รับชาวิญญาณที่คนจัดยานำมาวางบนโต๊ะขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง
นักเล่นแร่แปรธาตุ? เขามองออกนานแล้วว่าเด็กสาวนางนี้เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ และยังเป็นผู้ที่มีอารมณ์ร้อนอีกด้วย
แต่แท้จริงแล้วเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่อยู่ในระดับใดนั้น เขากลับมองไม่ออก ตามเหตุผลแล้วระดับนักเล่นแร่แปรธาตุในวัยของนางน่าจะไม่สูง แต่ดูจากสีหน้ามั่นใจของนาง ไปจนถึงระดับความคุ้นเคยที่มีต่อสมุนไพรวิญญาณ ก็พลันรู้สึกว่าน่าจะเป็นยอดฝีมือนักเล่นแร่แปรธาตุคนหนึ่ง