เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3222 ร้อยคน / ตอนที่ 3223 กระบวนท่าลับ
ตอนที่ 3222 ร้อยคน
เฮ้อ เอาเถอะ! จะบอกว่าอาจารย์คิดเล่นงานนางก็ไม่ได้ เพียงแค่มอบความลำบากให้นางเท่านั้น
แม้จะรู้สึกว่าสูตรโอสถนี้แปลก แต่นางก็ยังอยากลองดู คิดหาวิธีไขข้อสงสัยเรื่องสมุนไพรที่ต่อต้านกันเองในนั้น ทว่าสามวันผ่านไปแล้วก็ยังคงหาวิธีการสมดุลสมุนไพรทั้งหลายชนิดในนี้ไม่สำเร็จ
วันที่สามมาถึง อาจารย์ของนางมาหานางอีกครั้ง
“ฮ่าๆ เป็นอย่างไรบ้าง” เขายิ้มตาหยีมองเฟิ่งจิ่ว ท่าทางอีกเดี๋ยวคงจะหาเรื่องยุ่งยากมาให้นางแล้ว
“อาจารย์ สมุนไพรหลายชนิดในนี้ต่อต้านกันเอง ศิษย์ลองอยู่สามวันแล้วก็ยังหาวิธีไม่ได้ ไม่ทราบว่าอาจารย์จะอธิบายหน่อยได้หรือไม่” นางมองเขาแล้วถาม
ราชาโอสถลูบเครามองนาง ก่อนพยักหน้า “ในฐานะที่เป็นอาจารย์ของเจ้า เจ้าพบสิ่งที่ไม่เข้าใจ อาจารย์ย่อมชี้แนะอย่างละเอียด” เขายิ้มแล้วก้าวไปข้างหน้า “โอสถที่อยู่บนสูตรนี้คือโอสถระดับแปด มีความยากอย่างแน่นอนสำหรับเจ้า และเจ้าน่าจะยังไม่เคยหลอมโอสถระดับแปดกระมัง”
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า “ไม่เคย”
“ฮ่าๆ เช่นนั้นก็ถูกต้องแล้ว ในบรรดาโอสถระดับแปด มีสมุนไพรวิญญาณในสูตรโอสถมากมายที่ออกฤทธิ์ตรงข้ามกัน หากอยากหลอมออกมา นั่นก็ต้องหาจุดสมดุลของฤทธิ์สมุนไพรเหล่านั้นก่อน มีเพียงคลายฤทธิ์ต่อต้านกันของสมุนไพรวิญญาณแล้วเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสห้าส่วนที่จะหลอมโอสถระดับแปดออกมาได้ ส่วนห้าส่วนที่เหลือนั้น ต้องดูที่การควบคุมไฟของเจ้า ไปจนถึงระดับความเชี่ยวชาญในสมุนไพรวิญญาณแล้ว”
เขาเดินมาถึงโต๊ะที่วางสมุนไพรวิญญาณเอาไว้ ก่อนหยิบสมุนไพรสองชนิดในนั้นขึ้นมา “เจ้าดูสมุนไพรวิญญาณสองก้านนี้ พวกมันมีฤทธิ์ต่อต้านกัน จะใส่พวกมันลงในยาอย่างไร ต้องดูที่สมุนไพรวิญญาณสองต้นนี้ หรือไม่อย่างนั้นลองคิดดูว่ามีสมุนไพรวิญญาณอื่นที่ลดการต่อต้านกันของฤทธิ์สมุนไพรวิญญาณสองชนิดนี้หรือไม่ แล้วผสานการต่อต้านของพวกมันเข้าเป็นหนึ่งเดียว”
ได้ยินดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วตะลึงไปเล็กน้อย ในสูตรโอสถระดับแปดมักเกิดเหตุการณ์เช่นนี้หรือ? คิดถึงตรงนี้แล้ว สีหน้าของนางพลันเคร่งขรึมขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ หากเป็นเช่นนี้ก็ถือเป็นด่านยากของการหลอมโอสถอย่างแท้จริง
ราชาโอสถชำเลืองมองนางครั้งหนึ่ง “รายละเอียดในนี้เป็นอย่างไร เจ้าต้องค่อยๆ วิเคราะห์ด้วยตนเอง ข้าพูดออกมาตามตรงกับเจ้าวิเคราะห์ออกมาได้ด้วยตนเอง นั่นย่อมให้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง”
เสียงของเขาหยุดไปเล็กน้อย จากนั้นมองเฟิ่งจิ่วพร้อมรอยยิ้ม “แต่วันนี้ข้าไม่ได้มาพูดกับเจ้าเรื่องนี้”
เฟิ่งจิ่วมองเขา ถามว่า “อาจารย์คิดจะส่งข้าไปฝึกตนที่ไหนอีก” นางพบว่าชายชราผู้นี้ชอบใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายส่งนางไปฝึกตนยังสถานที่อื่น ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นความผิดปกติอะไร
“ฮ่าๆๆ เจ้ารู้ก็ดีแล้ว อาจารย์ทำก็เพราะหวังดีกับเจ้านะ” เขาพูดไปพลาง วาดค่ายกลบนพื้นไปพลาง จนกระทั่งค่ายกลเคลื่อนย้ายเป็นรูปร่างแล้วจึงค่อยมองนาง จากนั้นก็กล่าวอย่างมีเลศนัยว่า “สถานที่ซึ่งส่งเจ้าไปครั้งก่อนเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตราย ครั้งนี้จะส่งเจ้าไปยังอีกสถานที่หนึ่งแล้วกัน!”
“อีกสถานที่หนึ่ง” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว “เป็นป่าโบราณกลางเขาอีกหรือ”
“ฮ่าๆ สาวน้อย เจ้าคิดว่าฟ้าดินนี้มีแผ่นดินใหญ่กี่ผืนหรือ เจ้าคิดว่ามีแค่ป่าโบราณกลางเขาที่ฝึกบำเพ็ญได้หรือ” เขาลูปเคราแล้วหัวเราะอย่างมีเลศนัยอีกครั้ง
ฟังดังนั้นแล้ว แววตาของเฟิ่งจิ่ววูบไหวเล็กน้อย “อาจารย์อาจไม่รู้ว่าข้ามาจากโลกเบื้องล่าง มีสถานที่ที่เคยไปหลายแห่งแล้ว”
“จริงหรือ” เขาหัวเราะฮ่าๆ “ความยิ่งใหญ่ของฟ้าดินนี้ ยังมีสถานที่อีกมากมายที่เจ้าไม่รู้จัก สถานที่ที่ข้าจะส่งเจ้าไปในวันนี้ จะทำให้เจ้าได้ฝึกวิชาแพทย์ของเจ้าพอดิบพอดี เจ้าต้องรักษาคนป่วยหนักหนึ่งร้อยคนให้หายดีถึงกลับมาได้ ระหว่างนี้พลังของเจ้าจะถูกจำกัดเอาไว้ด้วย”
……….
ตอนที่ 3223 กระบวนท่าลับ
เฟิ่งจิ่วอึ้งไปเล็กน้อย “คนป่วยหนักหนึ่งร้อยคน? นี่คือบทลงโทษฝึกบำเพ็ญในครั้งนี้หรือ”
“ถูกต้อง อาจารย์รู้ว่าวิชาแพทย์ของเจ้าไม่เลวเลย ดังนั้นเจ้าอย่ารักษาอาการป่วยเล็กน้อยเลย ทำได้เพียงเลือกรักษาคนป่วยหนักเหล่านั้นแล้ว และคนเหล่านี้ไม่อาจเป็นคนชั่วร้าย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่ทำร้ายผู้อื่นเลย เจ้าตามหาไม่ได้ ทำได้เพียงพบเจอ รักษาเฉพาะผู้ที่มีวาสนาต่อกัน เมื่อเจ้ารักษาคนหนึ่งร้อยคนให้หายดีแล้ว อาจารย์จะพาเจ้ากลับมาเอง”
ครั้นฟังดังนั้น เฟิ่งจิ่วพลันมีสีหน้าแปลกๆ อย่างอดไม่ได้ “ท่านไม่ได้อยู่ข้างกายข้า แล้วจะรู้ทุกเรื่องของข้าได้อย่างไร”
“ฮ่าๆ เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนี้หรอก” เขาสะบัดแขนเสื้อ ดันนางเข้าไปในใจกลางค่ายกล พร้อมกันนั้นก็ใช้ยันต์ซึ่งสร้างขึ้นจากพลังวิญญาณดีดใส่นาง จากนั้นค่ายกลก็เริ่มทำงาน แสงสว่างกะพริบวาบ ก่อนที่เฟิ่งจิ่วจะหายไปจากค่ายกลเคลื่อนย้าย
ขณะเฟิ่งจิ่วกระโดดออกจากถ้ำก็รู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง นางพยายามสมดุลร่างกายตนเอง ทว่ายังคงไม่อาจยืนอย่างมั่นคงได้ในทันที จึงทำให้นางเสียหลักล้มลงบนพื้นโดยตรง
“โอ๊ย!”
นางร้องเสียงหนึ่ง ตอนก้มหน้ามอง นางอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง “เกิดอะไรขึ้น พลังถูกจำกัดเอาไว้ก็ช่างเถอะ เหตุใดถึง…”
ครั้นก้มหน้ามองตนเอง เสื้อผ้าที่สวมอยู่ขาดวิ่น ไม่เหลือเค้าของชุดสีแดงตัวเดิมเลย ถึงขนาดที่ว่าแม้แต่ผมสีดำขลับของนางก็ยุ่งเหยิงแผ่สยาย อีกทั้งบนมือยังปกคลุมไปด้วยสิ่งของที่มีสีน้ำตาลดำเหมือนเปลือกไม้ ราวกับเกิดอะไรบางอย่างขึ้นบนผิวหนังอย่างไรอย่างนั้น ช่างดูน่าเกลียดนัก
เมื่อมองลงไปเบื้องล่าง สายตาของนางก็หยุดอยู่ที่ขาของตนเอง ขาข้างซ้ายของนางไร้เรี่ยวแรงอยู่บ้าง ไม่อาจควบคุมได้ หลังจากนางตกตะลึงแล้วก็สงบจิตใจลง จับต้นไม้ใหญ่ข้างๆ เพื่อลุกขึ้นยืน พยายามย่ำทั้งสองข้างอย่างมั่นคง แต่ขาขวากลับรับน้ำหนักไม่ไหวดังคาด
“ชายชราผู้นี้อยากเล่นสนุกให้ข้าตายกระมัง ทำให้ข้ามีรูปลักษณ์น่าเกลียดเช่นนี้ได้อย่างไร เขาเล่นกลกับข้าตั้งแต่เมื่อไร” นางพ่นลมหายใจออกมา รู้สึกไม่อยากจะเชื่ออยู่บ้าง มิน่าเล่าถึงพูดว่าให้นางรักษาคนหนึ่งร้อยคนก็ใช้ได้แล้ว ที่แท้ทำให้นางตกอยู่ในสภาพนี้ ด้วยสภาพของนางในตอนนี้ ใครเล่าจะเชื่อว่านางรู้วิชาแพทย์? แล้วใครเล่าจะกล้าให้นางรักษาโรค?
นางจับชีพจรของตนเอง กลับพบว่าส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่มีปัญหาอะไร แต่ขาซ้ายกลับไม่มีแรงเสียอย่างนั้น อยากเดินก็ทำได้แค่เดินกะโผลกกะเผลก
นอกจากนี้นางพยายามที่จะดึงเสื้อผ้าบนกายออก คิดจะเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดนี้ทิ้งเสีย แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเสื้อผ้าเก่าขาดบนร่างกายนี้กลับถอดไม่ออก นี่ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะกัดฟันพลางกล่าวว่า “ชายชราผู้นี้ คิดจะให้ข้าสวมเสื้อผ้าชุดนี้ตลอดสิบวันครึ่งเดือน โดยไม่ต้องล้างหน้าอาบน้ำเลยหรืออย่างไร”
นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้ใจเย็นลงก่อนจะเดินเข้าป่าไป จากนั้นก็หักกิ่งไม้ในป่ามาใช้ต่างไม้เท้า คราวนี้จึงค่อยเดินตามถนนเส้นเล็กไปพร้อมกับไม้เท้า
ดวงอาทิตย์เหนือศีรษะแผดเผารุนแรงมาก ระหว่างทางมีเพียงต้นไม้ข้างทางที่บดบังแสงอาทิตย์ให้ได้ นางเดินไปครู่ใหญ่ก่อนจะนำน้ำจากห้วงมิติมาดื่มสองสามอึก จากนั้นก็เดินหน้าต่อไป
จนกระทั่งมาถึงเมืองๆ หนึ่ง ขณะกำลังจะเดินกะเผลกเข้าไปข้างใน นางพลันถูกทหารเฝ้าเมืองขวางเอาไว้
“ขอทานจากที่ไหน ไปๆๆ ขอทานเข้าเมืองไม่ได้ รีบไป!”
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขาครั้งหนึ่ง เห็นบนกายทหารยามไม่มีปราณพลังวิญญาณ มีเพียงพลังเร้นลับ ความคิดของนางพลันโลดแล่น มองเข้าไปยังใจกลางเมืองครั้งหนึ่ง ทว่าเพียงมองครั้งเดียวก็ถูกทหารยามคนหนึ่งในนั้นดันไปข้างหน้า แรงดันนี้ทำให้นางล้มลงบนพื้นเพราะยืนไม่มั่นคงอยู่บ้าง