เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3248 กล้าดีนัก / ตอนที่ 3249 สัตว์มหาเทพ
ตอนที่ 3248 กล้าดีนัก
“เป็นใครกันถึงคิดให้ข้าตามไปอย่างว่าง่าย”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ทุกคนหัวใจกระตุกวูบอย่างอดไม่อยู่ หันมองไปตามเสียง ในดวงตาของทุกคนพลันปรากฏความดีใจ ผู้มาเยือนคือสตรีงดงามนางหนึ่ง สวมชุดสีแดงเตะตา กลิ่นอายทั่วร่างเยือกเย็นน่ามอง ทุกท่วงท่าล้วรแผ่กลิ่นอายของความสูงส่งสง่างาม
ฟังจากวาจาของนางแล้ว นางก็คือภูตหมอที่มีชื่อเสียงโด่งดังช่วงนี้หรือ?
คนที่เคยเห็นภูตหมอตัวเป็นๆ ในตอนนี้มีไม่มาก ในตอนแรกเพียงรู้ว่าเป็นสตรีเดินขากะเผลกพร้อมสวมเสื้อผ้าซอมซ่อ กลับคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่เดินออกมาในวันนี้จะเป็นสตรีที่งดงามอย่างยิ่งยวดคนหนึ่ง
คนจากสำนักสัตยุทธ์พอเห็นเฟิ่งจิ่ว ในดวงตาปรากฏความประหลาดใจทั้งสิ้น โดยเฉพาะชายวัยกลางคนลำดับที่ห้าผู้นั้น สายตาที่มองเฟิ่งจิ่วไม่ต่างอะไรกับการจ้องมองเหยื่อ
“เจ้าคือภูตหมอหรือ”
ทว่าเฟิ่งจิ่วที่เดินออกมาเพียงชายตามองคนเหล่านั้นอย่างเย็นชาครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ถอนสายตากลับมา ก่อนจะเดินไปถึงข้างกายผู้นำตระกูลฉินที่ถูกประคองไว้ นางยื่นมือจับชีพจรเขาแล้วหยิบโอสถเม็ดหนึ่งขึ้นมาป้อนให้อีกฝ่าย
“พาผู้นำตระกูลเข้าไปพักก่อน! ให้หมอในจวนทำความสะอาดบาดแผลอย่างง่าย อีกเดี๋ยวข้าจะตามไป” นางกล่าวกับคุณชายใหญ่ฉินที่อยู่ข้างๆ
“ขอรับ!” คุณชายใหญ่ฉินฟังแล้วพยักหน้า รีบประคองบิดาเข้าบ้านไป
ด้านหลังนั้นเอง คุณชายรองฉินที่เฟิ่งจิ่วเรียกมากำลังยืนอยู่ข้างหลังคนอื่นๆ สีหน้าเขายังคงซีดขาวอยู่หลายส่วน แต่สายตาเกรี้ยวกราดกลับจ้องมองคนของสำนักสัตยุทธ์ เพราะตนเองช่วยอะไรไม่ได้ เขาจึงไม่ได้ก้าวไปข้างหน้า เพียงยืนอยู่ข้างหลังทุกคนอย่างเงียบๆ
“ภูตหมอ พวกเขาคือคนจากสำนักสัตยุทธ์ ท่านรีบเข้าไปก่อนเถอะ อยู่ที่นี่เกรงว่าพวกเขา…”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวเสียงเบา ด้วยเป็นห่วงว่าหากเกิดเรื่องขึ้นกับนางแล้วจะยิ่งยุ่งยาก อย่างไรเสียนางก็เป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามพร้อมด้วยวิชาแพทย์ซึ่งรักษาคนให้ฟื้นจากความตายได้ มีคนจับตาดูอยู่เยอะเกินไป อีกทั้งนางยังไม่มีความสามารถในการป้องกันตนเองแต่อย่างใด
เมื่อได้ฟังดังนั้น เฟิ่งจิ่วก็ยกยิ้มเล็กน้อย “คนจากสำนักสัตยุทธ์?” นางมองสองคนตรงหน้า ก่อนถามว่า “พวกเจ้ามาหาข้าหรือ”
“ถูกต้อง!” ชายวัยกลางคนในลำดับที่ห้าผู้นั้นจ้องมองเฟิ่งจิ่ว ในดวงตาฉายแววประหลาดใจ “พวกข้ามาเชิญภูตหมอไปเป็นแขกที่สำนักสัตยุทธ์ของพวกข้า แต่คนตระกูลฉินไม่รู้จักดีชั่วสักเท่าไร ข้าว่าภูตหมอน่าจะเป็นคนฉลาด รู้ว่าควรทำอย่างไรจึงจะเป็นการดีต่อตัวเจ้าที่สุด”
“ตามพวกเจ้าไปอย่างว่าง่ายน่ะหรือ”
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเบา กลอกตาครั้งหนึ่งก่อนมองคนผู้นั้น “แค่พวกเจ้าสองคน ข้าว่ายังมีเกียรติไม่พอ อีกอย่างข้าไม่มีทางใจดีอ่อนข้อให้กับคนที่ไร้มารยาทกับข้ามาแต่ไหนแต่ไร พวกเจ้าก็เช่นเดียวกัน หากรู้จักคิด คนหนึ่งก็จงทิ้งแขนข้างหนึ่งไว้ ไม่ก็ทิ้งดวงตาหรือจะเป็นขาข้างหนึ่งก็ได้ ข้าถึงจะยอมไว้ชีวิตพวกเจ้าสักครั้ง ไม่เช่นนั้น…”
ครั้นฟังจบ คนจากสำนักสัตยุทธ์พลันบันดาลโทสะ มีคนต่อว่าขึ้นมา “เศษเดนไม่รู้จักชั่วดี…” แต่ยังพูดไม่ทันจบก็ได้ยินเพียงเสียงร้องเลือนราง ด้วยคนผู้นั้นถูกเข็มเงินเล่มหนึ่งแทงเข้าตรงหว่างคิ้ว เห็นเพียงเลือดสดๆ ซึมออกมา ก่อนที่คนผู้นั้นจะตัวแข็งทื่อ หยุดนิ่งอยู่ที่เดิมหลายวินาทีแล้วล้มลง
ตึง!
ความตายของศิษย์สำนักสัตยุทธ์ผู้นี้ทำให้คนรอบข้างต้องสูดอากาศเย็นๆ เข้าปอด พลางมองสตรีงดงามอย่างไม่อยากเชื่ออยู่บ้าง อีกทั้งยังไม่กล้าเชื่อว่าแค่นางลงมือก็สามารถทำให้คนผู้นั้นสิ้นชีวิตได้แล้ว…
……….
ตอนที่ 3249 สัตว์มหาเทพ
คนตระกูลฉินที่คลุกคลีอยู่กับเฟิ่งจิ่วมาแล้วหลายวัน ตอนที่เห็นภาพนี้ต่างก็ตื่นตกใจกันอย่างยิ่งยวด อีกทั้งยังรู้สึกประหวั่นใจนัก เพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่าภูตหมอผู้นี้จะเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนเร้นความสามารถเอาไว้คนหนึ่ง เพียงนางยกมือก็ทำให้ศิษย์สำนักสัตยุทธ์คนหนึ่งตายได้แล้วหรือ?
ศิษย์สำนักสัตยุทธ์ที่ถูกพามาด้วยในวันนี้ มีใครบ้างเล่าที่ไม่มีความสามารถ ทว่าถูกฆ่าตายในวินาทีเดียวเช่นนี้ น่ะ นี่มันช่างน่าประหวั่นใจมากเกินไปแล้ว
ตอนนี้เองสองคนผู้นำขบวนสำนักสัตยุทธ์ต่างก็ดึงสติกลับมาโดยพลัน มองศิษย์ที่ตายไปผู้นั้น ในดวงตาของสองคนพลันปรากฏไอสังหารอย่างรุนแรง “ภูตหมอน่าตาย! พูดดีๆ ไม่ชอบ ต้องให้บังคับกระมัง ได้! ข้าอยากดูสักหน่อยว่าเจ้ามีความสามารถขนาดไหนถึงได้กล้าถึงเพียงนี้!”
สิ้นเสียงนั้น บุรุษลำดับที่ห้าผู้นั้นก็อาศัยท่าร่างก้าวไปข้างหน้า หมัดที่กำแน่นเปี่ยมไปด้วยแรงมหาศาลจู่โจมเข้าใส่เฟิ่งจิ่วซึ่งยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
เมื่อเห็นการจู่โจมนี้ คนรอบข้างไม่น้อยที่รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา หากหมัดนี้กระแทกใส่ร่างภูตหมอผู้นั้น เกรงว่าหากไม่ตายก็ต้องพิการแล้ว เห็นทีเจ้าสำนักห้าผู้นี้คิดจะลงมือให้ถึงตาย
“ภูตหมอระวัง!”
เหล่าผู้อาวุโสตระกูลที่ยืนอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่วตะโกนขึ้น แม้แต่คุณชายรองฉินที่ยืนอยู่ข้างหลังเห็นดังนั้นก็ต้องหวั่นใจเช่นกัน ขณะคิดจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อดึงตัวนางกลับมานั้นเอง ใครเล่าจะรู้ว่ากลับได้เห็นภาพที่น่าตื่นตะลึงแทน
“กลืนเมฆา ข้าต้องการแขนของเขาข้างหนึ่ง”
เฟิ่งจิ่วเอ่ยเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะขยับเลยด้วยซ้ำ แต่ทันใดนั้นก็เห็นสัตว์กลืนเมฆากระโดดออกมาจากในห้วงมิติ พร้อมกับแสงสว่างเจิดจ้า ในเวลาเดียวกันกับที่เสียงคำรามดังขึ้น ปากที่เปิดกว้างนั้นก็กัดแขนของคนผู้นั้นออกมาข้างหนึ่ง
แคว่ก!
“อ้าก!”
เสียงคำรามร้องของสัตว์ร้าย อานุภาพนั้นช่างยิ่งใหญ่และน่ากลัว ทันทีที่เสียงคำรามดังออกมา ทุกคนรอบข้างล้วนรู้สึกใจสั่น เลือดทั่วกายเอ่อขึ้นมา เจ็บแปลบที่แก้วหู อีกทั้งยังปวดศีรษะอย่างรุนแรง ก่อนจะเข่าอ่อนคุกเข่าลงกับพื้นเพราะความเจ็บปวดพลางกุมศีรษะร้องอย่างน่าเวทนา
“อ้าก...”
“โฮก...”
ตอนนี้เอง สัตว์กลืนเมฆาฉีกแขนของคนผู้นั้นแล้วเหวี่ยงเขาออกไปไกลสิบกว่าหมี่ เจ้าสำนักห้าที่ถูกเหวี่ยงออกไปนั้นหมดสติไปท่ามกลางความเจ็บปวดที่จู่โจมถึงหัวใจ เมื่อตกลงบนพื้นแล้วก็ไม่ขยับอีก เหมือนกับตายแล้วอย่างไรอย่างนั้น
ไม่มีใครในเวลานี้สนใจเขา คนจากสำนักสัตยุทธ์ต่างพากันส่งเสียงร้องออกมา ทว่าไม่อาจลุกขึ้นยืนได้ โดยเฉพาะตอนที่มองเห็นผู้นำขบวนล้มลง และเห็นสัตว์มหาเทพยังคงคาบแขนโชกเลือดอยู่ในปาก ยิ่งทำให้พวกเขาตกใจเสียจนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พากันส่งเสียงร้องออกมาดังเดิม
“สะ…สัตว์มหาเทพ!”
“สัตว์มหาเทพ!”
“อ๊า! สัตว์มหาเทพ!”
“โฮก!”
กลืนเมฆาคำรามอีกครั้ง เสียงของมันแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามของสัตว์มหาเทพ กลายเป็นกระแสปราณหลายสายที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า กดดันคนเหล่านั้นในทันที ทำให้พวกเขากุมศีรษะพลางร้องออกมาด้วยความกลัว ไม่อาจลุกขึ้นมาได้
“ไว้ชีวิตด้วย…ไว้ชีวิตด้วย…”
พวกชาวบ้านที่ถอยไปไกลเพราะกลัวโดนลูกหลงมองจนอึ้งงันไปแล้ว ท่ามกลางคนเหล่านั้นถึงขั้นยังมีคนจากตระกูลใหญ่ในเมือง ไปจนถึงเจ้าเมืองที่รีบร้อนมาถึงที่นี่รวมอยู่ด้วย เพียงแต่ต่อให้เป็นพวกเขาก็ไม่อาจคาดคิดได้ว่าจะมีสัตว์มหาเทพปรากฏตัวอยู่กลางเมืองเช่นนี้…
สัตว์มหาเทพ! นะ…นี่คือสัตว์เทพยิ่งใหญ่ที่มีแต่ในตำนาน เหตุใดจึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ ภูตหมอผู้นี้มีที่มาอย่างไรกันแน่ สตรีนางหนึ่งสามารถครอบครองสัตว์พันธสัญญาที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้เชียวหรือ!
น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
……….