เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3252 เยี่ยมเยียน / ตอนที่ 3253 ถาม
ตอนที่ 3252 เยี่ยมเยียน
หลังเฟิ่งจิ่วมาถึงหน้าเรือนของผู้นำตระกูล ก็ถามพ่อบ้านที่เฝ้าอยู่ตรงนั้นว่า “ทำความสะอาดบาดแผลแล้วใช่หรือไม่”
“เรียนภูตหมอ หมอในตระกูลทำความสะอาดบาดแผลแล้ว เพียงแต่ผู้นำตระกูลยังไม่ฟื้น” พ่อบ้านรีบกล่าว
เมื่อได้ยินดังนั้น เฟิ่งจิ่วพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปข้างใน ตอนนี้ทั้งฮูหยินและบุตรีตระกูลฉินต่างก็อยู่ข้างใน ครั้นเห็นนางมาถึงก็รีบลุกขึ้นต้อนรับ
“ภูตหมอๆ สามีข้าเป็นอย่างไรบ้าง เขาจะเป็นอะไรหรือไม่” ฮูหยินฉินถามด้วยความเป็นกังวล
“ไม่ต้องกังวล ตอนอยู่ข้างนอกเมื่อครู่ข้าให้เขากินยาถอนพิษแล้ว” เฟิ่งจิ่วกล่าว ก่อนเดินไปข้างหน้า ช่วยจับชีพจรให้ผู้นำตระกูลอีกครั้ง นางมองบาดแผลที่พันแผลเรียบร้อยดีแล้ว จึงยิ้มพลางกล่าวว่า “พิษในกายไม่เป็นปัญหาอะไรแล้ว เดี๋ยวข้าจะเขียนใบสั่งยาให้ กินยาสักสองเทียบก็ใช้ได้แล้ว”
ได้ยินดังนั้น พวกฮูหยินต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว
เฟิ่งจิ่วหมุนกายเดินออกไปข้างนอก ทันใดนั้นนางก็พลันหยุดฝีเท้า หันไปกล่าวกับคุณชายใหญ่ตระกูลฉินและผู้อาวุโสที่อยู่ข้างๆ “คุณชายใหญ่ ผู้อาวุโสทุกท่าน รบกวนออกมาหน่อย”
หลายคนฟังแล้วพลันสบตากัน ก่อนเดินตามนางออกไปข้างนอก พอมาถึงข้างนอกแล้วเห็นนางยืนอยู่กลางลาน ผู้อาวุโสคนหนึ่งจึงถามขึ้น “ภูตหมอมีอะไรจะสั่งหรือ”
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขาครั้งหนึ่ง “หลายวันนี้ต้องระวังหน่อย นอกจากนี้ยังต้องส่งคนไปจับตาดูความเคลื่อนไหวของสำนักสัตยุทธ์อย่างลับๆ จะดีที่สุด หากมีอะไรผิดแปลกไปให้มารายงานข้าทันที”
ทุกคนฟังแล้วพยักหน้า “ภูตหมอวางใจ พวกข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง”
“เช่นนั้นก็ดี อีกเดี๋ยวให้คนไปนำใบสั่งยาจากข้า ต้มให้ผู้นำตระกูลดื่มหน่อย” นางสั่งแล้วหมุนกายจากไป
หลังจากนางไปแล้ว ผู้อาวุโสหลายคนปรึกษากัน สุดท้ายก็กล่าวกับคุณชายใหญ่ฉินว่า “เจ้าดูแลบิดาเจ้าอยู่ที่นี่ เรื่องอื่นพวกข้าจะไปจัดการเอง” จากนั้นพวกเขาก็ทยอยกันจากไป
ม่านราตรีโรยตัวลงมา ทว่าทุกที่ในเมืองกลับยังจุดตะเกียงสว่างจ้า ทุกเหตุการณ์ในวันนี้ส่งผลกระทบต่อผู้คนเป็นอย่างยิ่ง แม้จะเป็นช่วงดึกสงัดแล้ว พวกเขาก็ยังคงนอนไม่หลับ
ในจวนเจ้าเมือง เจ้าเมืองครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดกับชายวัยกลางคนข้างกาย “ภูตหมอผู้นี้มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่ ไม่มีใครรู้จริงหรือ เป็นสตรีอายุน้อยแท้ๆ แต่กลับครอบครองสัตว์มหาเทพตัวหนึ่ง น่าเหลือเชื่อจริงๆ”
“ไม่เพียงแต่เจ้าเมืองที่สงสัยถึงที่มาที่ไปของภูตหมอผู้นี้ คนอื่นก็สงสัยเช่นเดียวกัน เพียงแต่คนไม่น้อยล้วนออกไปสอบถามแล้ว ทว่าข้อมูลที่ได้มากลับมีจำกัด” ชายวัยกลางคนกล่าว แววตาวูบไหวเล็กน้อย “ตระกูลฉินผูกสัมพันธ์กับคนเช่นนี้ได้ ถือเป็นโชคดีของพวกเขาจริงๆ”
ชายวัยกลางเงียบเสียงไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวอีกว่า “นายท่าน ผู้นำตระกูลฉินได้รับบาดเจ็บ พรุ่งนี้นายท่านนำของขวัญไปเยี่ยมเยียนเขาถึงที่เป็นอย่างไร”
ได้ยินดังนั้นแล้วเจ้าเมืองพลันชะงักค้าง จากนั้นก็ดึงสติกลับมา “อืม พูดแล้วก็มีเหตุผล พรุ่งนี้ไปเยี่ยมผู้นำตระกูลฉินสักหน่อย” เขายิ้มออกมา “เจ้าก็กลับไปพักผ่อนเถอะ! พรุ่งนี้ไปกับข้า”
“ขอรับ” ชายวัยกลางคนยิ้ม ลุกขึ้นประสานมือแล้วค่อยถอยไป
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ตระกูลใหญ่อื่นๆ ก็มีความคิดเช่นเดียวกันนี้ ส่วนในตระกูลฉินตอนนี้นั้น เฟิ่งจิ่วกำลังนอนใคร่ครวญเรื่องราวอยู่บนเตียง มองจ้องเพดานห้องตลอดเวลา ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ จนกระทั่งความง่วงเข้ามาจู่โจม นางถึงหลับตานอนหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น เฟิ่งจิ่วกำลังกินอาหารเช้าอยู่ในลาน ก็เห็นพ่อบ้านเดินเข้ามา นางเห็นดังนั้นจึงถามขึ้นว่า “มีอะไรหรือ”
……….
ตอนที่ 3253 ถาม
“ภูตหมอ โถงหน้ามีคนนั่งอยู่เต็มไปหมด ล้วนเป็นคนตระกูลใหญ่ในเมืองนี้ รวมถึงท่านเจ้าเมืองด้วย พวกเขาบอกว่าอยากพบภูตหมอสักครั้ง ไม่ทราบว่าภูตหมอจะไปพบพวกเขาหรือไม่” พ่อบ้านถาม หลุบตาลงเล็กน้อย ไม่กล้ามองนางตรงๆ
“ข้ากับพวกเขาไม่รู้จักกัน อีกทั้งพวกเขาไม่ใช่ผู้ป่วย ข้าย่อมไม่ขอพบพวกเขา เจ้าไปปฏิเสธพวกเขาเถอะ!” เฟิ่งจิ่วเอ่ย จากนั้นกินอาหารเช้าต่อไป
“ขอรับ” พ่อบ้านได้ยินดังนั้นก็ไม่พูดอะไรมาก เพียงตอบรับอย่างนอบน้อมแล้วถอยออกไป
ไม่นานนักคุณชายรองฉินก็มาถึงในลาน เห็นนางกำลังกินอาหารเช้าจึงนั่งลงข้างโต๊ะ “ภูตหมอ เช้านี้ท่านพ่อข้าฟื้นแล้ว” เมื่อครู่เขาไปเยี่ยมบิดาก่อนมาที่นี่ บิดาจิตใจแจ่มใส สติสัมปชัญญะกลับคืนมาแล้ว
“อืม ฟื้นแล้วก็ดี” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า มองคุณชายรองที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะ ยิ้มพลางกล่าวว่า “โชคดีที่เมื่อวานเจ้ามาเรียกข้า ไม่เช่นนั้นบิดาเจ้าลำบากแน่”
คุณชายรองฉินฟังดังนั้นก็ยิ้มออกมา “ภูตหมอไม่กล่าวโทษที่ข้ารบกวนก็พอแล้ว” ความจริงแล้วเขาก็ได้ยินมาเช่นกันว่าสานการณ์ข้างหน้าในตอนนั้นไม่ค่อยดีสักเท่าไร ถึงได้คิดไปลองเรียกนางดูสักครั้ง กลับคิดไม่ถึงเลยว่านางได้ยินข่าวแล้วจะรีบรุดไปในทันที
“ข้าเป็นคนนำเรื่องยุ่งยากมาให้ ข้าสมควรต้องเป็นคนจัดการ” เฟิ่งจิ่วกล่าวพลางวางตะเกียบลง จากนั้นก็ให้คนเก็บข้าวของบนโต๊ะไป
คุณชายรองฉินมองนาง คิดแล้วค่อยถาม “ภูตหมอ ข้าขอบังอาจถามสักคำว่าท่านมาจากที่ไหนหรือ”
เมื่อได้ฟังดังนั้น เฟิ่งจิ่วมองเขาครั้งหนึ่ง ถามคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มว่า “เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“น่าจะเป็นสถานที่ที่พวกข้าไม่รู้จักกระมัง! สัตว์พันธสัญญาอย่างสัตว์มหาเทพนั้น ตามที่ข้ารู้สำหรับทางแถบนี้นั้น ต่อให้เป็นสำนักที่มีอายุหลายร้อยปีก็ไม่อาจครอบครองแม้สักตัว อีกทั้งวิชาแพทย์ของภูตหมอก็นับได้ว่าช่วยให้ฟื้นจากความตายได้อย่างแท้จริง วิชาแพทย์เช่นนี้ ความสามารถเช่นนี้ ต้องไม่ได้มาจากสถานที่ธรรมดาอย่างแน่นอน”
แววตาของเขาทอประกายเล็กน้อย “ภูตหมอบอกให้ข้ารู้ได้หรือไม่”
“บอกแล้วเจ้าก็คงไปที่นั่นไม่ได้” เฟิ่งจิ่วส่ายหน้าก่อนกล่าว “ที่ที่ข้ามามีแต่ผู้ฝึกพลังวิญญาณ ผู้ฝึกพลังเร้นลับมีน้อยนัก ตอนแรกข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่นี่ห่างจากที่ที่ข้าจากมาเท่าไร แต่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ข้าก็พอรู้อยู่คร่าวๆ แล้ว”
นางยิ้ม ยกน้ำชาที่ข้ารับใช้นำมาให้ขึ้นจิบคำหนึ่ง “ที่นี่เรียกกันโดยทั่วกันว่าโลกเบื้องบน ห่างไกลกันถึงหนึ่งแสนแปดพันลี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมีป่าที่ไม่มีที่สิ้นสุดซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ดุร้ายขวางกั้นเอาไว้ ดังนั้นเจ้าคิดไปทางนั้นย่อมเป็นเรื่องที่เกินจริงเกินไป”
คนทางนี้มีแต่ผู้ฝึกพลังเร้นลับ พลังก็ไม่ได้นับว่าแข็งแกร่งเท่าไร ย่อมไม่อาจก้าวข้ามสถานที่อันตรายนั้นได้ ด้วยเหตุนี้สองฝั่งจึงแยกออกจากกัน ผู้ฝึกพลังวิญญาณไม่มีทางมาที่นี่ ผู้ฝึกพลังเร้นลับก็ยากจะไปที่นั่นได้เช่นเดียวกัน
ฟังถึงตรงนี้แล้วดวงตาของคุณชายรองฉินยังคงเป็นประกาย ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เนิ่นนานจึงค่อยพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว”
เฟิ่งจิ่วเห็นเขาเป็นเช่นนั้นจึงกล่าวว่า “ความจริงแล้วพวกเจ้าอยู่ทางนี้นั้นดีทีเดียว ยอดฝีมือมีไม่มาก พลังกดดันก็ไม่ได้ร้ายกาจขนาดนั้น แต่หากทางนี้มีสำนักใหญ่อายุร้อยปีอะไรอยู่ คาดว่าน่าจะมีหนทางไปทางนั้นกระมัง!”
พูดแล้วนางก็ยกยิ้ม “แต่ข้าไม่แนะนำให้พวกเจ้าไปหรอกนะ”
คุณชายรองฉินฟังจบก็ยิ้มออกมา “อืม ข้ารู้ ท่านกังวลว่าด้วยพลังของพวกข้านี้ เมื่อไปแล้วจะถูกกดกลั้นไว้ ถึงขนาดความสามารถที่จะปกป้องตนเองก็ไม่มี แต่ข้าสงสัยนักว่าภูตหมอมาที่นี่ได้อย่างไร”
……….