เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3264 หงส์ไฟพิโรธ / ตอนที่ 3265 มาอีกแล้ว
ตอนที่ 3264 หงส์ไฟพิโรธ
พลังของนางมีขีดจำกัด ฝืนดีดพิณหนึ่งเพลงก็เพราะเห็นว่าพวกเหลิ่งหวาสามคนกำลังตกอยู่ในวิกฤติที่ถึงแก่ชีวิต ถึงได้ลองเสี่ยงดูสักครั้ง ทว่าพลังของยอดฝีมือจักรพรรดิเซียนนั้นแข็งแกร่ง ไม่อาจก่อกวนจิตใจได้โดยง่าย สิ่งที่นางทำได้มีเพียงเท่านี้ ฝืนได้ไม่นานเท่าไรแล้ว
สองคนนั้นประมาทเกินไปถึงได้ถูกเสียงพิณก่อกวน หลังจากพวกเขาได้รับบาดเจ็บแล้ว ตอนความรู้สึกเจ็บจู่โจมเข้ามา พวกเขาก็พลันตั้งสติได้ ตอนนี้เองการสะท้อนกลับของเสียงพิณพลันทำให้ฉินซินกระอักเลือดออกมาคำโต สายพิณในมือขาดผึง นางที่นั่งขัดสมาธิอยู่พลันตัวเอียงไปอีกด้านหนึ่งทันที
“อยู่ตรงนั้น! สมควรตาย!”
อาจเป็นเพราะนึกได้ว่าตนเองถูกเสียงพิณก่อกวนจิตใจได้ง่ายดายปานนั้น สองคนจึงรู้สึกอับอายก่อนกลายเป็นหัวเสีย หนึ่งในนั้นกระโจนตัวขึ้นด้วยโทสะ จู่โจมฝ่ามือออกไป คมวายุถลาใส่ฉินซินที่อยู่บนที่สูงทันที
“ระวัง!”
ฉินซินที่เช็ดเลือดที่มุมปากเพิ่งลุกขึ้นนั่งก็เห็นอีกฝ่ายจู่โจมเข้ามา แรงกดดันมหาศาลครอบคลุมลงมา ทำให้นางไม่อาจหลบเลี่ยงได้โดยสิ้นเชิง ทำได้เพียงทนรับการจู่โจมครั้งนี้
พลั่ก!
“อ๊า!”
ตอนเสียงหนาหนักดังขึ้น เสียงร้องน่าเวทนาดังออกมาจากปากนางหลังจากนั้น เหลิ่งหวา ฮุยหลาง ไปจนถึงอิ่งอีที่อยู่ข้างล่างเห็นนางถูกซัดจนลอยออกไป ตกลงจากที่สูงสู่พื้นที่ข้างหลัง
“ฉินซิน!”
ทั้งสามคนกัดฟัน พยายามฝืนความเจ็บปวดบนร่างกายแล้วลุกขึ้นยืน หลังจากพวกเขากินโอสถเม็ดหนึ่งแล้วจึงค่อยถือกระบี่เข้าต่อสู้กับสองคนนั้นอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่รู้เลยว่าฉินซินที่ตกลงจากที่สูงนั้น บัดนี้ถูกรับเอาไว้ด้วยหงส์ไฟที่รุดมาจากหลังเขาแล้ว…
หงส์ไฟรับฉินซินแล้ววางนางลงบนพื้น ปากคายโอสถเม็ดหนึ่งป้อนให้นางกิน จากนั้นค่อยกระพือปีกบินไปข้างหน้า เมื่อไปถึงก็เห็นผู้อาวุโสเหมยถูกผู้ฝึกตนชุดดำหลายคนพัวพันไว้ ส่วนเหลิ่งหวา ฮุยหลาง และอิ่งอีสามคนบาดเจ็บหนักสะบักสะบอม
กระบี่คมในมือผู้ฝึกตนชุดดำสองคนนั้นแทงออกไป ถูกไหล่ของเหลิ่งหวาและฮุยหลางโดยตรง จากนั้นก็ดึงกระบี่คมออก เลือดสายหนึ่งพลันสาดออกมา
“อึก!”
สองคนล้มลงบนพื้นพร้อมใบหน้าซีดขาวอย่างน่ากลัว เลือดสดๆ ไหลออกมาจากบาดแผล ปากก็กระอักเลือดออกมาเช่นกัน บุรุษชุดดำหนึ่งในนั้นใช้เท้าเหยียบบนใบหน้าของฮุยหลาง เงื้อกระบี่หมายจะแทงที่หน้าอกเขา ทว่าทันใดนั้นเองอิ่งอีพลันกระโจนตัวกระแทกคนผู้นั้นอย่างแรง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตนเองถูกกระบี่หนึ่งแทงเข้าที่ช่องท้อง
เห็นพวกเขาบาดเจ็บจนมีสภาพย่ำแย่กันทุกคน ในดวงตาของหงส์ไฟพลันปรากฏเพลิงโทสะ “กล้าแตะต้องพวกเขาหรือ ข้าจะทำให้พวกเจ้าตายทั้งหมด!”
แรงกดดันของสัตว์เทพโบราณแผ่ออกไป สั่นสะเทือนพื้นดินอย่างแรง แรงกดดันมหาศาลนี้คล้ายกับกดอัดลงมาจากท้องฟ้า ทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่ล้มลงบนพื้นอย่างแรง ภาพนั้นเหมือนกับหินแม่เหล็กขนาดยักษ์ดูดตรึงพวกเขาไว้กับพื้น แต่ละคนร่างแนบติดอยู่กับพื้นไม่อาจลุกขึ้นได้
ตึง ตึง!
เสียงกระแทกกับพื้นดังขึ้นสองครั้ง ทำให้ผู้ฝึกตนชุดดำที่ถูกแรงกดดันกดอัดไว้กับพื้นต่างตื่นตะลึง หางตาชำเลืองมองไป หงส์ไฟอันเป็นสัตว์เทพโบราณซึ่งคืนร่างเดิมแล้วเดินมาทางพวกเขาพร้อมเพลิงผลาญรอบตัว
“หะ…หงส์ไฟ สัตว์เทพโบราณ! มันควรจะอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่วไม่ใช่หรือ เหตุใด…เหตุใดมาอยู่ที่นี่ได้!”
ผู้ฝึกตนชุดดำเหล่านั้นเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ น่าตายนัก! ไม่ใช่บอกว่าภูตหมอเฟิ่งจิ่วไม่อยู่หรือ เหตุใดสัตว์พันธสัญญาของนางถึงอยู่ที่นี่ แต่ทันใดนั้นก็เห็นสัตว์เทพโบราณที่กำลังกระพือปีกนั้นอ้าปาก เพลิงหลายกลุ่มลอยออกมา เผาผลาญพวกเขาอย่างรวดเร็ว
“อ้าก...”
เมื่อไฟถูกตัว ความเจ็บปวดอย่างยิ่งยวดก็จู่โจมเข้ามา ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิเซียนก็ทนรับเพลิงนี้ไม่ได้เช่นกัน พวกเขาถึงขนาดฝ่าฝืนแรงกดดันที่น่าเกรงขามจนกระอักเลือดออกมาจากปาก อีกทั้งลองดับไฟเช่นกัน แต่กลับพบว่าไฟนั้นไม่อาจมอดไปได้โดยสิ้นเชิง…
……….
ตอนที่ 3265 มาอีกแล้ว
หลายคนที่ประมือกับผู้อาวุโสเหมยอีกด้านเห็นว่าท่าไม่ดีแล้ว ทันใดนั้นจึงรีบตะโกนโดยไม่สนใจอย่างอื่น “ถอย!” พวกเขาถอยไปอย่างไม่รั้งรอ ขณะหมุนกายก็คล้ายกับใช้ของวิเศษเคลื่อนย้าย หายไปท่ามกลางยามวิกาลในพริบตาเดียว
ผู้อาวุโสเหมยเห็นพวกเขาหนีไปแล้ว บัดนี้ยิ่งรู้สึกหนักใจ เขามาถึงข้างกายพวกเหลิ่งหวา ประคองพวกเขาลุกขึ้นพลางถามว่า “นายน้อยเล่า”
“เขาไม่เป็นไร พี่สาวข้าคุ้มครองอยู่” เหลิ่งหวากล่าว ก่อนจะกระอักเลือดออกมาอีกคำหนึ่ง
ส่วนบุรุษชุดดำสองคนถูกเผาเป็นจุณท่ามกลางเปลวเพลิง ก่อนตายคิดจะปล่อยจิตวิญญาณดั้งเดิมให้หนีไป ทว่ากลับถูกเพลิงจากหงส์ไฟแผดเผาไปพร้อมกัน
“ฉินซิน รีบไปดูฉินซิน” เหลิ่งหวากล่าว ให้ผู้อาวุโสเหมยไปดูฉินซินที่ตกลงไป
ผู้อาวุโสเหมยจึงรีบรุดไปข้างหลัง ถึงตรงนั้นแล้วเขาก็ส่งฉินซินกลับเรือน จากนั้นจัดการพาพวกเหลิ่งหวากลับไป พร้อมกันนี้เหลิ่งซวงที่อยู่ในห้องลับก็รีบออกมา นางอยากกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ใครจะรู้ว่ากลับได้ยินเสียงหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่งดังมาจากกลางอากาศ
“ฮ่าๆๆๆๆๆ!”
ผู้อาวุโสเหมยที่กำลังดูแลพวกเหลิ่งหวา หัวใจของเขาพลันหนักอึ้ง เขาสั่งว่า “พวกเจ้าอย่าออกมา!” จากนั้นเขาก็ออกไปข้างนอก โคจรปราณเหาะขึ้นไปบนท้องฟ้า
ขณะเดียวกัน เพราะเสียงที่ปรากฏบนท้องฟ้าเหนือจวนตระกูลเฟิ่งสร้างแรงกดดันยิ่งนัก ทำให้คนที่กำลังนอนหลับทั่วเมืองล้วนใจสั่น ตื่นขึ้นจากการหลับใหล
พวกเขาออกมาจากเรือน เห็นวังวนหนึ่งปรากฏเหนือท้องฟ้ามืดดำโดยพลัน ใจกลางวังวนนั้นมีใบหน้าของคนใส่หน้ากาก ทุกคนหน้าถอดสี ส่งเสียงด้วยความตกใจ
“นะ…นี่คือใคร คิดจะทำอะไร”
ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ทำลายพื้นที่ว่างปรากฏตัวบนท้องฟ้าได้ อีกทั้งส่งเสียงสร้างแรงกดดันมหาศาล สั่นสะเทือนพื้นดินรอบด้าน พลังเช่นนี้ ต่อให้เป็นคนจากสี่สำนักใหญ่ก็ไม่อาจต่อกรได้!
ในเมืองสี่ทิศแห่งนี้จะมีใครมีความสามารถกล้าหาเรื่องบุคคลที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้
น่าแปลก ในสมองของพวกเขามีเงาร่างสายหนึ่ง แทบจะโพล่งชื่อหนึ่งออกมาทันใด เฟิ่งจิ่ว! นอกจากเฟิ่งจิ่วแล้ว ในเมืองสี่ทิศแห่งนี้จะมีใครกล้าเป็นศัตรูกับผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ได้อีก
ขณะกำลังคิดก็เห็นมือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากท้องฟ้า กระแสปราณยิ่งใหญ่ที่อัดแน่นอยู่ในมือนั้น จู่โจมพื้นดินตรงที่จวนตระกูลเฟิ่งตั้งอยู่อย่างแรง ส่งเสียงหวีดหวิว กระแสอากาศยิ่งใหญ่นั้นแหวกท้องฟ้า กระแทกลงสู่เบื้องล่าง
โครม!
เสียงดังสนั่นดังขึ้น แม้แต่คนทั่วทั้งเมืองต่างก็รู้สึกได้ถึงความรุนแรงของแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการโจมตีนั้น พวกเขาถึงขั้นไม่กล้าที่จะออกมายืนมองบนที่สูงเช่นหลังคา เพราะนั่นจะทำให้พวกเขาปรากฏแก่สายตาของคนที่อยู่ในวังวนกลางทองฟ้า
ท้องฟ้าเหนือจวนตระกูลเฟิ่ง ผู้อาวุโสเหมยเงยหน้าขึ้นมอง โคจรปราณลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ตอนที่เขาเข้าใกล้ข้างบน เขารวมศูนย์ปราณพลังวิญญาณทั่วกายไว้ที่มีดดำเล่มใหญ่ในมือ
มีดดำเล่มนั้นขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าในพริบตาเดียว ปราณมีดที่แหลมคมกลายเป็นลมปราณที่น่าประหวั่นพรั่นพรึง จากนั้นเขาก็จับด้ามมีดด้วยสองมือแล้วฟันลงอย่างแรง ปราณมีดเยือกเย็นสายหนึ่งจู่โจมออกไปโดยพลัน มุ่งหน้าสู่วังวนกลางท้องฟ้านั้น
“เงามีด!”
เขาตวาดเสียงกร้าว เสียงตวาดอันเปี่ยมไปด้วยโทสะดังไปทั่วทั้งท้องฟ้าราวกับเสียงฟ้าร้อง ปราณมีดที่ฟันออกไปกลายเป็นมีดดำขนาดมหึมา ฟันใส่ด้วยอานุภาพของสายฟ้าฟาด…
……….