เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3268 ปิดฉาก / ตอนที่ 3269 กังวล
ตอนที่ 3268 ปิดฉาก
ตอนเซวียนหยวนโม่เจ๋อฟันกระบี่ลงมา มังกรพยับพลันสะบัดหาง เงาร่างเคลื่อนไหวหลบหลีกอย่างรวดเร็ว
ไม่รู้เหมือนกันว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อใช้วิชาอะไร หนึ่งกระบี่นั้นฟันลงไปตรงวังวนนั้น แม้แต่ไฟผลาญเมฆก็ถูกฟันจนมลายไปเช่นกัน ราวกับว่าชั้นเมฆบนท้องฟ้าถูกแหวกออกในเวลานี้ เงาร่างมายาที่ซ่อนอยู่กลางวังวนหลังชั้นเมฆถูกจู่โจมในที่สุด
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น วังวนหายไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตาเดียว เหลือเพียงเสียงของความไม่พอใจดังก้องอยู่ในอากาศ
“บัญชีนี้ข้าจะให้พวกเจ้าชำระอย่างช้าๆ!”
วังวนค่อยๆ มลายหายไป เมฆเปลวเพลิงบนท้องฟ้าก็หายไปด้วยเช่นกัน รอบทิศราวกลับคืนสู่ความสงบ เงียบสงัดไร้เสียงใด
หงส์ไฟมองท้องฟ้า จากนั้นก็มองมังกรพยับและเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ยืนอยู่กลางสายลม ถามขึ้นว่า “เมื่อครู่ข้าลองจู่โจมข้างบน เหตุใดกลับจู่โจมไม่ถูกคนผู้นั้นและสัตว์ร้ายตัวนั้นเล่า”
มันไม่เข้าใจเรื่องนี้ หากจู่โจมถูก มันอาจไม่ถูกสัตว์ร้ายตัวนั้นคว้าตัวไว้ได้
มังกรพยับมองมันครั้งหนึ่ง เอ่ยเสียงขรึม “นั่นไม่ใช่ร่างจริง ไฟของเจ้าย่อมจู่โจมไม่ถูกพวกเขา” มันมองเจ้านายของมัน เห็นเขามองที่ท้องฟ้า ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ทันใดนั้นหางมังกรก็สะบัดครั้งหนึ่ง ก่อนจะมุ่งหน้าไปหาเขา
หงส์ไฟเห็นดังนั้นก็บินลงไปข้างล่าง ตอนมองเห็นสัตว์เฝ้าประตูสองตัวที่ไม่รู้ว่าหลบไปอยู่ที่ไหนลากผู้อาวุโสเหมยที่ได้รับบาดเจ็บออกมา มันก็รีบรุดไปข้างหน้า คายโอสถเม็ดหนึ่งแล้วป้อนให้ผู้อาวุโสเหมยกิน
เซวียนหยวนโม่เจ๋อร่อนลงจากกลางอากาศ มาถึงตรงหน้าผู้อาวุโสเหมย ใบหน้าหล่อเหลาทว่าดุดันขมวดเกร็ง ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นมองจ้องผู้อาวุโสเหมยอย่างเฉยชา
“เจ้าบอกเล่าประวัติของห้าวเอ๋อร์ให้พวกข้าฟังจะดีที่สุด ไม่เช่นนั้นครั้งหน้าเจ้าจะไม่โชคดีเช่นนี้แน่”
ผู้อาวุโสเหมยยิ้มขื่น อ้าปาก ทว่าสุดท้ายก็หมดสติไปเพราะทนไม่ไหว
ครอบครัวใหญ่ในเมืองที่มองดูการต่อสู้ในคืนนี้ หลังจากมองเห็นท้องฟ้ากลับมาสงบราบเรียบดังเดิมแล้ว ในที่สุดก็ถอนหายใจโล่งอก พวกเขากลัวว่าเมืองสี่ทิศจะถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลองเพราะเหตุนี้ แต่โชคดีที่จบลงได้เสียที
สิ่งที่พวกเขาคิดไม่ถึงก็คือที่จวนตระกูลเฟิ่งเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เฟิ่งจิ่วกลับไม่ปรากฏตัว คนที่ปรากฏตัวกลับเป็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ไปจนถึงมังกรพยับสัตว์เทพโบราณ!
ความลับภายในจวนตระกูลเฟิ่งลึกลับเพียงใดกัน กระทั่งครอบครองสัตว์เทพโบราณที่ยิ่งใหญ่ถึงสองในสี่ตัว ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ…
ในเมืองสี่ทิศ ผู้นำตระกูลเซ่าเห็นเรื่องราวจบลงแล้วก็นำคนเร่งฝีเท้าไปถึงจวนตระกูลเฟิ่ง พวกเขาไม่กล้าเข้าใกล้การต่อสู้ในตอนแรกเริ่ม นั่นเป็นเพราะพลังของพวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน ย่อมไม่อาจทำเรื่องอย่างการส่งตนเองไปตายได้
ไม่อาจช่วยเหลือยามพวกเขาต่อสู้กันได้ แต่พวกเขากลับช่วยจัดการเรื่องราวภายในตระกูลเฟิ่งหลังจากการต่อสู้จบลงแล้วได้ อย่างน้อยหากวันหน้าผู้อาวุโสของพวกเขาถามถึง พวกเขาจะได้ตอบคำถามได้
เมื่อพวกเขาถึงจวนตระกูลเฟิ่ง ความยุ่งเหยิงไปทั่วทั้งพื้นที่สะท้อนเข้าสู่ดวงตาเป็นอันดับแรก ราวกับว่าในจวนตระกูลเฟิ่งแห่งนี้ นอกจากเซวียนหยวนโม่เจ๋อ สัตว์เทพโบราณสองตัวและสัตว์เฝ้าประตูสองตัวแล้ว คนอื่นๆ ล้วนแต่ได้รับบาดเจ็บกันทั้งหมด
ภายในห้องลับ เมื่อได้ยินเสียงข้างนอกสงบลงแล้ว เหลิ่งซวงจึงตั้งสติให้มั่นแล้วอุ้มเด็กชายที่นางสะกดจุดให้หลับออกมา พอออกมาก็พบกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ยืนอยู่กลางลานพอดี
“เจ้าตำหนัก”
นางเรียกเสียงหนึ่ง หัวใจสั่นสะท้านอยู่บ้าง แม้ไม่ได้เห็นเองกับตาแต่นางกลับรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ดุเดือดเพียงใด
……….
ตอนที่ 3269 กังวล
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองนาง สายตาเคลื่อนไปยังห้าวเอ๋อร์ที่กำลังหลับสนิทในอ้อมแขนของนาง คราวนี้เขาค่อยเอ่ยปาก “ส่งห้าวเอ๋อร์ให้ข้า! เจ้าไปดูแลพวกเขา ช่วยพวกเขาจัดการบาดแผล”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงตอบรับแล้วส่งเด็กชายให้ ก่อนจะไปหาคนอื่นๆ อย่างรวดเร็ว
ตอนมาถึงข้างหน้า เห็นคนตระกูลเซ่ากำลังช่วยเหลืออยู่ในจวน อย่างเช่นการทำแผลหรือจัดการศพ นางก้าวไปข้างหน้า กล่าวกับผู้นำตระกูลเซ่าเสียงหนึ่ง “ผู้นำตระกูลเซ่า ตอนนี้ไม่ต้องรีบร้อนเก็บกวาดสิ่งเหล่านี้ จัดการศพพวกนั้นแล้วกลับไปก่อนเถอะ!”
ได้ยินดังนั้นผู้นำตระกูลเซ่าก็พยักหน้า “เช่นนั้นก็ได้ แม่นางเหลิ่งซวง คนอื่นบาดเจ็บหนักมากไม่ใช่หรือ ภูตหมอไม่อยู่ อยากให้ข้าพาหมอมาช่วยสักสองคนหรือไม่”
“หากต้องการอะไรข้าจะไปหาท่านเอง” เหลิ่งซวงกล่าว จากนั้นก็ไปยังเรือนของน้องชายตนโดยไม่พูดอะไรมาก
ตอนนี้เหลิ่งหวานอนอยู่ในเรือน แม้กินโอสถไปแล้ว แต่เขาบาดเจ็บหนักเกินไป กระทั่งลุกขึ้นนั่งบนเตียงก็ยังทำไม่ได้ ทำได้เพียงนอนร้อนใจอยู่บนเตียงเช่นนี้
ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้ภายในจวนยุ่งเหยิงไปหมด เขากลับนอนอยู่ที่นี่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง
“น้องข้า” เหลิ่งซวงเร่งฝีเท้าเดินเข้ามา เมื่อมองเห็นน้องชายที่นอนอยู่บนเตียงพร้อมบาดแผลเต็มตัว หัวใจของนางพลันบีบรัดขึ้นมา
“พี่หญิง” เหลิ่งหวาเรียกอย่างอ่อนแรง “นายน้อยเล่า คนอื่นเป็นอย่างไรบ้าง ไม่เป็นไรกระมัง”
“เจ้าไม่ต้องกังวล นายน้อยไม่เป็นไร พวกฮุยหลางก็กินโอสถกันหมดแล้ว เพียงแต่บาดเจ็บหนักกันทั้งสิ้น” เหลิ่งซวงกล่าว พร้อมกันนั้นก็ช่วยเขาทำความสะอาดแผล
“ข้าช่วยเจ้าทำแผลก่อน” นางหยิบสมุนไพรออกมา หลังจากพันแผลบนตัวเขาเสร็จเรียบร้อย ค่อยป้อนโอสถให้เขากินเม็ดหนึ่ง จากนั้นก็กล่าวว่า “เจ้าพักผ่อนก่อน ข้ายังต้องไปช่วยคนอื่นทำแผลอีก”
“ได้” เหลิ่งหวาตอบรับ เพราะว่าบาดเจ็บหนักนัก ตอนนี้จึงค่อยๆ หลับตาลงอย่างฝืนไว้ไม่อยู่
เหลิ่งซวงเห็นดังนั้นก็ห่มผ้าให้เขา ก่อนจะไปหาคนอื่นต่ออย่างรวดเร็ว นางช่วยพวกเขาทำแผลและป้อนยา จนกระทั่งจัดการแผลของพวกเขาเรียบร้อย นางจึงค่อยมาที่เรือนหลัก
“เจ้าตำหนัก ข้าทำแผลให้พวกเขาเรียบร้อยแล้ว ป้อนยาในให้แล้วเช่นกัน น่าจะไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว ทว่าพวกเขาบาดเจ็บไม่น้อยเลย เกรงว่าไม่อาจลงจากเตียงได้ในเร็ววัน”
นางมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อพลางกล่าว กลับเห็นเขาอุ้มห้าวเอ๋อร์มองมา ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ รออยู่นานก็ไม่ยอมพูดจา จนกระทั่งผ่านไปอีกครู่ใหญ่จึงได้ยินเขาถามขึ้นว่า “ผู้อาวุโสเหมยเล่า”
“ผู้อาวุโสเหมยหมดสติไป ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลย” เหลิ่งซวงตอบ
“ถ้าเขาฟื้นแล้วมาบอกข้าด้วย” เขาสั่ง จากนั้นก็อุ้มห้าวเอ๋อร์เดินไปทางเรือนของตนเอง
เห็นเขาอุ้มเด็กชายไปที่เรือนตนเองแล้ว เหลิ่งซวงยืนอยู่ที่เดิมพักหนึ่งถึงเดินออกไป เพราะการต่อสู้เพิ่งจบลง ภายในจวนยุ่งเหยิงไปหมด คนจากตระกูลเซ่าจากไปแล้วเช่นกัน นอกจากมังกรพยับและหงส์ไฟแล้ว ในจวนมีเพียงสัตว์เฝ้าประตูสองตัวที่นั่งยองหดคออยู่ข้างๆ
เห็นจวนที่งดงามถูกทำลายจนมีสภาพเช่นนี้ ไม่นับรวมนาง เจ้าตำหนัก และนายน้อย ทุกคนในจวนล้วนได้รับบาดเจ็บหนักนอนอยู่บนเตียง ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนายหญิงจะกลับมาเมื่อใด ตอนนี้นางจึงรู้สึกกังวลใจอย่างยิ่ง
นางกังวลว่าคนเหล่านั้นจะหวนกลับมาอีก หากกลับมาอีกครั้ง เกรงว่าจะต้องกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ และพวกเขานั้นย่อมไม่อาจทนการต่อสู้ที่ดุเดือดได้อีก…
ขณะเดียวกันนั้นเอง เฟิ่งจิ่วที่นอนหลับสนิทอยู่ในโรงเตี๊ยมพลันลืมตาขึ้น นางจับหัวใจที่เต้นแรงในตอนนี้ หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย…
……….