เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3276 ปราณชีวิต / ตอนที่ 3277 ไม่รู้ที่มา
ตอนที่ 3276 ปราณชีวิต
นางมาถึงข้างเตียงแล้วจับชีพจรให้เขา ตรวจดูร่างกายเขา รู้สึกว่าอวัยวะภายในได้รับบาดเจ็บหนัก นางกดมือลงกับฝ่ามือของเขา ปล่อยปราณชีวิตออกไปเล็กน้อย ช่วยเขาฟื้นฟูบาดแผลในร่างกาย
เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ไพล่มืออยู่ข้างๆ มีสีหน้าเรียบเฉย ส่วนเหลิ่งหวาที่นอนอยู่บนเตียงกลับรู้สึกสะท้านใจอย่างคาดไม่ถึง เพียงเพราะเขารู้สึกได้ว่าปราณอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือของผู้นำตระกูลเข้าไปอยู่ในชีพจรของเขา ช่วยเขาฟื้นฟูบาดแผลในร่างกาย ส่วนบาดแผลภายในที่เดิมทีหายใจก็ยังทำให้รู้สึกเจ็บ หลังจากได้รับปราณนี้แล้ว เขาก็ค่อยๆ รู้สึกดีขึ้น
เฟิ่งจิ่วรักษาเขาอยู่ประมาณครึ่งก้านธูปถึงค่อยชักมือกลับ นางมองเหลิ่งหวา “เจ้าลุกขึ้นนั่ง ลองโคจรปราณดู”
“ขอรับ” เหลิ่งหวาตอบรับ ยันร่างลุกขึ้นนั่ง รู้สึกว่าร่างกายฟื้นกลับมาแล้วเกือบเจ็ดส่วน จึงมองผู้นำตระกูลที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาประหลาดใจ
“ผู้นำตระกูล ข้ารู้สึกว่าบาดแผลภายในร่างกายคล้ายกับ…คล้ายกับดีขึ้นแล้วเจ็ดส่วน” แม้ไม่ต้องโคจรปราณ เขาก็รู้ได้ว่าอย่างน้อยก็ดีขึ้นแล้วถึงเจ็ดส่วน เขาที่เดิมทีแม้แต่ลุกขึ้นนั่งก็ยังทำไม่ได้ ตอนนี้ลุกขึ้นนั่งแล้วมีสภาพแตกต่างจากปกติอย่างชัดเจน
เฟิ่งจิ่วยิ้มเล็กน้อย “ลองโคจรปราณดู”
ดังนั้นเขาจึงลองโคจรปราณพลังวิญญาณในร่างกาย ไม่นานนักก็ยิ้มและมองเฟิ่งจิ่ว “ผู้นำตระกูล ตอนนี้ข้าแน่ใจแล้วว่าบาดแผลภายในร่างกายดีขึ้นแล้วเจ็ดส่วน หากแค่โคจรปราณล่ะก็ เทียบกับตอนที่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บได้แล้ว”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป” นางลุกขึ้นยืน “ตอนนี้เจ้าลงจากเตียงมาเดินเล่นได้แล้ว อย่าเอาแต่นอนบนเตียงตลอดเวลา เคลื่อนไหวร่างกายบ้าง เลือดลมในร่างกายจะได้ไหลเวียนได้เร็วขึ้นหน่อย นั่นดีกับร่างกายเช่นกัน”
“ขอรับ” เขารับปาก
เฟิ่งจิ่วหมุนกายแล้วเดินออกไปพร้อมกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เมื่อมาถึงอีกห้องหนึ่งในเรือนแล้ว พวกเขาเห็นฮุยหลางและอิ่งอีสองคนล้วนอยู่ที่นี่ กระนั้นคนหนึ่งนอนหลับอยู่ข้างใน คนหนึ่งนอนหลับอยู่ข้างนอก
“ผู้นำตระกูล ภูตหมอ” อิ่งอีที่อยู่ข้างนอกมองเห็นพวกเขาสองคนจึงเรียกเสียงหนึ่ง เสียงนั้นฟังดูอ่อนแอไร้กำลัง
เฟิ่งจิ่วเข้าไปตรวจดู อาการใกล้เคียงกับเหลิ่งหวา นางจึงใช้ปราณชีวิตของบัวเขียวช่วยเขาฟื้นฟูบาดแผลในร่างกาย เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไป บาดแผลภายในร่างกายของอิ่งอีค่อยๆ ดีขึ้น เขาอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ “ภูตหมอ บาดแผลของข้า…เหตุใดหายไวขนาดนี้”
เขาบาดเจ็บหนักเป็นอย่างยิ่ง แม้กินยาในฟื้นฟูร่างกายแล้วก็ไม่ได้ดีขึ้นเร็วขนาดนี้ เพียงลมปราณเดียวไหลเวียนเข้าสู่ในร่างกายเขาเมื่อครู่นี้ ไม่นานเท่าไรนักเขากลับฟื้นฟูบาดแผลภายในร่างกายได้แล้ว
“พักก่อนเถอะ! พรุ่งนี้ค่อยลงจากเตียงมาเดินหน่อย” เฟิ่งจิ่วกล่าวก่อนจะเข้าไปข้างใน เพื่อรักษาอาการให้ฮุยหลาง
เห็นนางรักษาพวกเขาเช่นนี้ บนหน้าผากนางก็มีเหงื่อผุดออกมาเช่นกัน เซวียนหยวนโม่เจ๋อมาถึงข้างกายนาง ถามขึ้นว่า “เจ้าทำเช่นนี้เหนื่อยหรือไม่ ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤติแล้ว ให้พวกเขาฟื้นตัวอย่างช้าๆ ก็ได้”
“ไม่เป็นไร ขอแค่พักผ่อนก็ฟื้นพลังวิญญาณที่เสียไปกลับมาได้แล้ว” นางพูดพลางรักษาให้ฮุยหลาง
“ภูตหมอ เหตุใดข้ารู้สึกว่าบาดแผลของข้าดีขึ้นแล้วอย่างน้อยเจ็ดส่วน ท่านทำได้อย่างไร” ฮุยหลางไม่เหมือนกับอิ่งอีที่แม้จะประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้ถามออกมาให้มากความ ในใจเขาสงสัยอย่างไร เขาก็ย่อมถามออกมาอย่างนั้น
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกวาดสายตามองเขาอย่างเย็นชา “พอฟื้นตัวแล้วก็พูดมากเชียว”
ได้ยินดังนั้นแล้วฮุยหลางจึงยิ้มแห้งๆ “เช่นนั้นข้าไม่ถามแล้ว” ถึงเขาไม่ถาม แต่ก็ยังคงกลั้นความอยากรู้อยากเห็นในใจไว้ไม่ได้อยู่ดี
……….
ตอนที่ 3277 ไม่รู้ที่มา
“พักเถอะ! พรุ่งนี้ค่อยลงจากเตียงมาเดินหน่อย” เฟิ่งจิ่วกำชับก่อนจะเดินออกไป มายังห้องของผู้อาวุโส
หลังจากตรวจอาการผู้อาวุโสแล้ว เฟิ่งจิ่วมุ่นคิ้วเล็กน้อย “คนที่ทำให้เขาบาดเจ็บขนาดนี้ได้ต้องแข็งแกร่งมาก อวัยวะตันห้ากลวงหกของเขาได้รับผลกระทบรุนแรง หากไม่ใช่เพราะกินยาในรักษาชีวิตเอาไว้ คาดว่าคงไม่รอดแล้ว”
“พลังของคนผู้นั้นอยู่เหนือกว่าข้า อีกทั้งมีสัตว์ร้ายโบราณตัวหนึ่ง” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอ่ยเสียงขรึม คิดถึงภาพในคืนนั้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา “คนผู้นั้นไม่ได้ปรากฏร่างจริง กลับเป็นร่างลวง โชคดีเหมือนกันที่ไม่ได้ปรากฏร่างจริง ไม่เช่นนั้นพวกเราคงยากจะจู่โจมให้เขาถอยไปได้แน่นอน”
พลังของเขาบรรลุจากเทพสวรรค์ขั้นสูงสุดสู่ยอดฝีมือเทพระดับล่าง แต่คิดไม่ถึงเลยว่านั่นยังคงอ่อนแอ แม้แต่ผู้อาวุโสเหมยที่เป็นยอดฝีมือเทพระดับกลางล้วนต้านทานการจู่โจมของอีกฝ่ายไม่ได้ พลังเทพระดับล่างอย่างเขา หากประมือซึ่งหน้าคงมีแต่พ่ายแพ้ยับเยิน
คิดถึงตรงนี้แล้ว แววตาล้ำลึกพลันขยับไหว มือที่ไพล่อยู่ข้างหลังกำเป็นหมัดอย่างช้าๆ ความรู้สึกที่ศัตรูแข็งแกร่งเกินไป ส่วนตนเองอ่อนแอเกินไปนั้นช่างทำให้รู้สึกแย่อย่างแท้จริง
เฟิ่งจิ่วเพียงมอบพลังชีวิตบัวเขียวให้ผู้อาวุโสเหมยเล็กน้อย อย่างไรเสียเขาก็ไม่ได้ทำให้นางเชื่อใจอย่างไร้เงื่อนไขหากเทียบกับพวกเหลิ่งหวาและฮุยหลาง นางรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่เพราะห้าวเอ๋อร์ นั่นเท่ากับว่าจะให้เขารู้เรื่องพลังชีวิตบัวเขียวภายในกายนางไม่ได้
รักษาเขาอยู่ครู่หนึ่ง นางหยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมาป้อนให้เขา จากนั้นค่อยหมุนกายจากไป มายังห้องด้านหลังที่ฉินซินพักอยู่ หลังจากรักษาเสร็จแล้วจึงมาถึงกลางลานข้างหน้า
ซื่อเชวียและมู่ซินสองคนคอยอยู่กลางลาน เฟิ่งจิ่วมองพวกเขา “ข้าต้องการข้อมูลของยอดฝีมือที่เหนือกว่าระดับเทพระดับกลาง พวกเจ้าช่วยข้าเสาะหามาหน่อยเถอะ! รวมถึงยอดฝีมือที่เร้นกายอยู่ในตระกูลใหญ่ด้วย หรือไม่ก็ข้อมูลของยอดฝีมือที่ไม่ยอมเปิดเผยหน้าตา ไปจนถึงเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงสิบปีนี้ เตรียมให้ข้าให้เรียบร้อยทั้งหมด”
ฟังดังนั้นแล้ว ซื่อเชวียและมู่ซินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย พวกเขามองเฟิ่งจิ่วครั้งหนึ่ง จากนั้นก็มองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ คราวนี้เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ ถึงกล่าวขึ้นว่า “เมื่อวานข้าสั่งพวกเขาแล้ว”
“ขอรับ เมื่อวานอาจารย์เซวียนหยวนเพิ่งสั่งพวกข้า พวกข้าส่งข่าวให้ศิษย์ในสำนักของพวกเราแล้ว ให้พวกเขาไปสืบค้นดู”
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วมองพวกเขา “เรื่องนี้พวกเจ้าไปจัดการเองดีกว่า ข้าว่าเรื่องบางเรื่องศิษย์ผู้น้องของพวกเจ้าก็ไม่อาจได้ข้อมูลและข่าวคราวมา”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้นอีกเดี๋ยวพวกข้าจะกลับสำนัก อาจารย์ทั้งสองโปรดวางใจ พวกข้าจะรวบรวมข้อมูลกลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด” สองคนไม่ได้ปฏิเสธเช่นกัน ข้อมูลบางอย่างนั้น ศิษย์ผู้น้องของพวกเขาน่าจะสืบค้นมาไม่ได้อย่างแท้จริง พวกเขาไปหาข้อมูลเองน่าจะดีกว่า
ตอนนี้เห็นเฟิ่งจิ่วกลับมาแล้ว พวกเขาก็กลับสำนักอย่างได้วางใจ เพียงแต่ไม่รู้ว่าศัตรูของอาจารย์ทั้งสองเป็นใครกันแน่ พวกเขาพอจะมีเบาะแสหรือไม่
ซื่อเชวียคิดถึงตรงนี้จึงถาม “อาจารย์ทั้งสอง ซื่อเชวียขอบังอาจถามสักคำ ไม่ทราบว่าอาจารย์ทั้งสองพอเดาได้หรือไม่ว่าศัตรูในครั้งเป็นใคร รู้ที่มาของอีกฝ่ายหรือไม่”
แม้จะให้พวกเขาไปสืบค้นข้อมูลพวกนั้น แต่เขาก็สงสัยว่าศัตรูของอาจารย์เป็นใคร เหตุใดถึงมาที่นี่ พวกเขาสองคนน่าจะรู้อะไรบางกระมัง?
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า “ไม่รู้ที่มาของอีกฝ่าย”
เห็นดังนั้นแล้วทั้งสองคนก็ไม่ได้ถามอะไรมากอีก เพียงคารวะแล้วกล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกข้าขอตัวก่อนแล้ว”
……….