เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3286 หายไปอย่างไร้สุ้มเสียง / ตอนที่ 3286 ศึกษาและค้นคว้า
- Home
- เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
- ตอนที่ 3286 หายไปอย่างไร้สุ้มเสียง / ตอนที่ 3286 ศึกษาและค้นคว้า
ตอนที่ 3286 หายไปอย่างไร้สุ้มเสียง
สองคนฟังเขาแล้วเงยหน้ามองไป “โอ้? อะไรกลับร้ายกลายเป็นดีหรือ”
“ข้าเพิ่งได้รับข่าว เจ้าสำนักบอกว่า…” เขาบอกข่าวที่ได้รู้มาให้พวกเขารู้ด้วย ไปจนถึงเรื่องที่อยากให้พวกเขาร่วมมือ
ได้ยินดังนั้นแล้ว แววตาของเซวียนหยวนโม่เจ๋อวูบไหวเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแผนการ แม้ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ฟังข่าวนี้แล้วไม่นับว่าทำให้คนสิ้นหวังถึงเพียงนั้น
“เอ๋?”
เฟิ่งจิ่วมองซื่อเชวียด้วยความประหลาดใจครั้งหนึ่ง “พวกเขาเปลี่ยนใจอย่างนั้นหรือ” แปลกนัก! เดิมทีนางคิดว่าจะรอดูว่าพวกเขาจะมาไม้ไหนอยู่ที่นี่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะเปลี่ยนใจเสียอย่างนั้น
ซื่อเชวียมองอาจารย์สองคนของเขา ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขารู้สึกว่าตอนอาจารย์ทั้งสองรู้ข่าวนี้แล้วไม่ได้ดีใจมาก กลับมีสีหน้าราวกับว่าทุกอย่างไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทำให้ไม่รู้เลยว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่กันแน่
“เจ้าบอกพวกเขาว่าไม่ต้องยุ่งยากปานนี้ และบอกพวกเขาว่าพวกข้าไปอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้” เฟิ่งจิ่วว่า ลุกขึ้นยืน “พวกเจ้าสองคนกลับเถอะ! ไม่ต้องพูดมากกว่านี้แล้ว หากพวกเขามีคำถาม เจ้าก็บอกไปว่าไม่รู้สถานที่ที่พวกข้าไปหรือร่องรอยของพวกข้าก็พอ”
ซื่อเชวียฟังแล้วตะลึงไปเล็กน้อย เห็นสีหน้าของนางไม่คล้ายกับกำลังล้อเล่น จึงถามด้วยความงุนงง “ความหมายของอาจารย์คือจะจากไปหรือขอรับ อาจารย์ทั้งสองคนไปครั้งนี้ ใช้เวลานานหรือไม่กว่าจะกลับมา”
“ไม่รู้” เฟิ่งจิ่วกล่าว จากนั้นยิ้มพลางว่า “แต่อย่างไรก็ต้องใช้เวลาสองสามปีกระมัง! เจ้าวางใจเถอะ เมื่อถึงเวลาแล้วหากพวกข้าไม่กลับมา อย่างไรก็ต้องบอกพวกเจ้าอย่างแน่นอน”
เมื่อฟังจบแล้ว ซื่อเชวียถึงค่อยพยักหน้า “ขอรับ ในเมื่ออาจารย์ทั้งสองตัดสินใจแล้ว พวกข้าจะรีบกลับสำนักตอนเช้ามืด!” เช้ามืดที่พูดถึงก็คือหวังว่าพวกเขาจะจากไปก่อนในระหว่างนี้ ไม่เช่นนั้นหลังจากพวกเขากลับถึงสำนักแล้ว สำนักที่รู้ข่าวจะต้องส่งคนมาตรวจสอบอย่างแน่นอน
“เจ้าลืมผู้อาวุโสเหมยแล้ว” เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่นั่งดื่มชาอยู่กล่าวขึ้น เตือนเฟิ่งจิ่วเสียงหนึ่ง
เมื่อพูดถึงผู้อาวุโสเหมย เฟิ่งจิ่วตีหน้าผากครั้งหนึ่ง “จริงด้วย ยังมีผู้อาวุโสเหมยอีก ข้าต้องรบกวนพวกเจ้าดูแลเขาสักพัก อาการบาดเจ็บของเขายังไม่หายดี พวกเจ้าให้สถานที่ให้เขาพักฟื้นเถอะ!”
“ผู้อาวุโสเหมย?” ซื่อเชวียคิด ในที่สุดก็จำชายชราศีรษะล้านผู้นั้นได้ “เรื่องนี้ไม่ยาก ส่งเขาไปที่ตระกูลเซ่าก็ใช้ได้แล้ว ข้าจะสั่งให้คนตระกูลเซ่าคอยดูแลเขา จนกว่าอาจารย์จะกลับมา”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้าก่อนบอกเขา “เอาล่ะ เจ้าไปจัดการตามนั้นเถอะ!”
“ขอรับ” ซื่อเชวียตอบรับ คารวะแล้วค่อยออกไป
ไม่มีใครรู้ว่าคนในจวนตระกูลเฟิ่งหายไปอย่างเงียบเชียบในคืนนั้น พวกตู้ฝานล่วงหน้าไปก่อน ไม่รู้ว่าไปที่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาค่อนคืน เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วก็พาห้าวเอ๋อร์ ไปจนถึงเหลิ่งซวง น้องชายของนาง และพวกฮุยหลางกับอิ่งอีสี่คน หายไปท่ามกลางยามรามตรีเช่นเดียวกัน…
คนข้างกายพวกเขา ไป๋ชิงเฉิงฟังคำสั่งของเฟิ่งจิ่วแล้วกลับสำนักไป ฉินซินตามพวกตู้ฝานไปพร้อมกัน ส่วนคนที่อยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อตอนนี้จึงมีเพียงพวกเหลิ่งหวาสี่คน
พวกเขารีบร้อนจากไป ไม่อาจรอให้ผู้อาวุโสเหมยฟื้นขึ้นมาเพื่อถามเรื่องบิดามารดาผู้ให้กำเนิดห้าวเอ๋อร์ได้ ทว่าพวกเขาปรึกษากันอยู่หลายครั้งแล้ว สุดท้ายก็รู้สึกว่าห้าวเอ๋อร์ก็คือบุตรของประมุขเต่าดำเซียวหลีนั่นแหละ
การจากไปของพวกเขานั้นเงียบเชียบนัก จนกระทั่งครึ่งเดือนให้หลังถึงมีข่าวแพร่ออกไป เพียงแต่ตอนนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว ไม่มีใครรู้ร่องรอยของพวกเขา หรือว่าพวกเขาไปที่ไหนเลย…
……….
ตอนที่ 3286 ศึกษาและค้นคว้า
ณ หมู่บ้านที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง เฟิ่งจิ่วกำลังศึกษาแผนภาพค่ายกล ระยะเวลาครึ่งเดือนนี้พวกเขาเดินทางอยู่ตลอด ทว่าปลอดภัยไร้เรื่องราวมาตลอดทาง ตอนมาถึงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ เห็นว่าสถานที่นี้นับว่าสงบเงียบ จึงพักอยู่ที่นี่เสียหลายวัน คิดว่าหลังจากคุ้นเคยกับแผนภาพค่ายกลแล้ว ค่อยใช้ค่ายกลนำทางพวกเขาไปยังหุบเขาราชาโอสถด้วยกัน
พูดถึงการฝึกบำเพ็ญและการเร้นกาย นั่นไม่มีสถานที่ใดเหมาะสมไปกว่าหุบเขาราชาโอสถแล้ว
“ดื่มชาสักถ้วยเถอะ!” เซียนหยวนโม่เจ๋อยกน้ำชาถ้วยหนึ่งมาถึงข้างกายนาง ถามว่า “แผนภาพค่ายกลนั้นเป็นอย่างไรบ้าง” เขาพูดพลางนั่งลงข้างๆ นาง
เฟิ่งจิ่วเงยหน้ามองเขาครั้งหนึ่ง ยิ้มว่า “น่าจะใช้ได้แล้ว ข้าอยากลองดูเย็นนี้ เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“ดี” เซวียนหยวนโม่เจ๋อตอบ นั่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ลุกขึ้น “เจ้าดูอีกครั้งเถอะ! หากเหนื่อยก็ออกไปเดินเล่น ข้าจะไปดูห้าวเอ๋อร์หน่อย”
“อืม” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า มองเขาออกไปแล้วถึงศึกษาตำราในมือต่อไป
ข้างนอก ห้าวเอ๋อร์เล่นอยู่ในหมู่บ้านอย่างสนุกสนาน เหลิ่งหวากับเหลิ่งซวงอยู่ข้างๆ เขา ส่วนฮุยหลางกับอิ่งอีนั้น คนหนึ่งอยู่บนหลังคา คนหนึ่งอยู่บนต้นไม้ โดยรอบมีเสียงนกร้อง ใบไม้ขยับไหว ลมสดชื่นพัดมาปะทะใบหน้า สบายยิ่งนัก
เซวียนหยวนโม่เจ๋อใช้มือไพล่หลัง ยืนมองพวกเขาอยู่ที่หน้าเรือน ก่อนที่สายตาจะมองท้องฟ้าสูง ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ สีหน้าครุ่นคิด
ฮุยหลางและอิ่งอีว่างไม่มีอะไรทำจึงเดินเข้าไปในป่าผืนเล็ก พวกเขาล่าหมูป่าสองตัวจากในป่าแล้วกลับมา อีกทั้งยังแบ่งเนื้อให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านด้วย
ช่วงเย็น เฟิ่งจิ่วที่ได้กลิ่นหอมของอาหารจึงปิดตำราในมือแล้วเงยหน้าขึ้นในที่สุด นางเก็บตำราค่ายกลกลับเข้าไปในห้วงมิติ ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ จากนั้นเดินไปข้างนอก
“ท่านแม่!” เสี่ยวห้าวเอ๋อร์สาวขาสั้นๆ วิ่งเข้ามาอย่างเบิกบานใจ กอดต้นขาของนางไว้ ตอนนี้บนใบหน้าเล็กของเขามีรอยยิ้มเบิกบานใจและความไร้เดียงสาของเด็ก
“ห้าวเอ๋อร์หิวแล้วหรือ” เฟิ่งจิ่วลูบศีรษะของเขา ถามด้วยเสียงอ่อนโยน
“หิว” เด็กชายกะพริบตามองนาง ในดวงตาเต็มไปด้วยความรัก
“แม่จะพาเจ้าไปล้างมือ จากนั้นไปกินข้าวกัน” นางจูงมือเขาเดินไปข้างหน้า
เซวียนหยวนโม่เจ๋อนั่งอยู่ข้างๆ โต๊ะ เห็นนางออกมาแล้วจึงให้พวกเหลิ่งซวงจัดวางชามกับตะเกียบเตรียมกินข้าว ไม่นานเท่าใดนักเฟิ่งจิ่วก็จูงห้าวเอ๋อร์กลับมา นั่งร่วมโต๊ะเดียวกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ พวกเหลิ่งหวาก็นั่งลงด้วยเช่นกัน
อาหารทั้งหลายเป็นฝีมือของสตรีในหมู่บ้าน ไม่นับว่าอร่อยเลิศ ทว่ามีกลิ่นอายของเกษตรกร หลังจากพวกเขากินข้าวเสร็จ ท้องฟ้าก็ใกล้มืดลงแล้วเช่นกัน เฟิ่งจิ่วจึงกล่าวกับพวกเขาว่า “ข้าศึกษาค้นคว้าค่ายกลมาตลอดทาง วันนี้น่าจะพาพวกเจ้าไปที่หุบเขาราชาโอสถได้แล้ว”
เมื่อฟังดังนั้น ฮุยหลางก็รู้สึกดีใจขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ พวกตู้ฝานไปที่นั่นแล้วพลังเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเล่าว่าที่นั่นคือสถานที่ฝึกบำเพ็ญที่ยอดเยี่ยม เขาจึงอยากไปตั้งนานแล้ว
หลังกำชับพวกเขาเสียงหนึ่ง เฟิ่งจิ่วก็ให้เหลิ่งซวงดูแลห้าวเอ๋อร์ จากนั้นพอไปถึงสถานที่หนึ่งข้างนอกหมู่บ้านพร้อมกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ นางก็วาดค่ายกลลงบนพื้น ขณะเดียวกันก็อธิบายให้เซวียนหยวนโม่เจ๋อฟังไปด้วย
หลังจากเปิดค่ายกลเรียบร้อย นางบอกถึงความมหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ในนั้น วันหน้าเขาจะได้ใช้ค่ายกลนี้บิดห้วงมิติเพื่อสื่อสาร แม้ราชาโอสถเป็นคนมอบค่ายกลให้แก่นาง แต่โม่เจ๋อไม่ใช่คนอื่น วิชาที่นางเรียนรู้และเป็นประโยชน์ นางก็หวังให้เขาเป็นวิชานั้นด้วยเช่นกัน
เซวียนหยวนโม่เจ๋อฉลาดเป็นกรด แม้ไม่เคยศึกษาค่ายกลนี้มาก่อน แต่ฟังเฟิ่งจิ่วอธิบายแล้ว เขาก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็วทีเดียว
“อืม ข้ารู้แล้ว ข้าจะไปเรียกพวกเขามา”
……….