เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3300 ห้าปีให้หลัง / ตอนที่ 3301 เข้มงวด
ตอนที่ 3300 ห้าปีให้หลัง
ฟังจบแล้วผู้อาวุโสเหมยก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าฉินซินคิดอ่านได้ดีกว่าเขาเสียอีก แถมยังเชื่อใจเฟิ่งจิ่วอย่างไร้เงื่อนไข ใบหน้าชราของเขาร้อนขึ้นมาเล็กน้อย เขาอายุมากขนาดนี้แล้ว แต่ยังคิดอ่านได้ไม่เท่าแม่นางน้อยคนหนึ่งเลย
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็ถอนหายใจเสียงเบา ความอัดอั้นตันใจตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาราวกับหายไปในวินาทีนี้เอง เขายิ้มออกมาแล้วกล่าว “เจ้าพูดถูก ข้าคิดมากไปเอง เจ้าฝึกฉินต่อไปเถอะ! ข้าจะกลับก่อนแล้ว” ครั้นพูดจบก็หมุนกายจากไป
ฉินซินเห็นฝีเท้าของเขาผ่อนคลายกว่าตอนมาถึงมาก คราวนี้ถึงได้ถอนสายตากลับมา สองมือวางบนฉิน ดีดฉินอย่างเบามือ ชั่วขณะนี้เสียงฉินน่ารื่นรมย์ดังไปทั่วทั้งหลังเขา บ้างอ่อนหวาน บ้างดุดัน…
เวลาผ่านไปรวดเร็วดุจดีดนิ้ว จะบอกว่าเร็วก็ไม่ถือว่าเร็ว จะบอกว่าช้ากลับไม่มีใครคว้าทัน ภาพมากมายในอดีตราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ทว่าลองคิดดูให้ดีแล้วถึงรู้ว่าผ่านไปแล้วห้าปีโดยไม่รู้ตัว…
ในห้าปีนี้ โลกเบื้องบนไม่ได้รุ่งเรืองสงบสุข สามปีก่อนถือว่าสงบสุขดี ไม่มีเรื่องใหญ่และไม่มีความวุ่นวายอะไรเกิดขึ้น แต่สองปีมานี้ขุมกำลังทั้งหลายกลับก่อการขึ้นอย่างลับๆ
ระยะเวลาสองปีสั้นๆ ขุมกำลังจอมมารไปจนถึงขุมกำลังประมุขเทียมฟ้าและขุมกำลังประมุขเสวียนอู่ สามขุมกำลังก่อตัวเป็นฝักฝ่าย แบ่งแยกดินแดนกันปกครอง เทียบกับขุมกำลังอื่นแล้ว สามขุมกำลังนี้เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุด ทำให้คนประหวั่นพรั่นพรึงที่สุด
กระนั้น พวกเขาก็ไม่ได้หยุดรวบรวมกองกำลัง อีกทั้งดึงขุมกำลังต่างๆ มาเป็นพวก เทียบกับพวกมารบำเพ็ญและประมุขเทียมฟ้าที่ใช้วิธีเข่นฆ่าผู้ที่แข็งข้อแล้วนั้น ประมุขเสวียนอู่กลับได้รับการสนับสนุนมากมายจากผู้ฝึกบำเพ็ญสายตรงด้วยความยุติธรรมของเขา
ตอนนี้หลายฝ่ายก่อความวุ่นวาย สถานการณ์ทำให้ผู้คนหดหู่มากขึ้นเรื่อยๆ คนเหล่านี้คล้ายกับไม่มีใครคาดคิด รวมไปถึงพวกเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วที่หายตัวไปได้ห้าปีแล้วด้วย…
ปีนี้เอง ตรงบันไดสู่แดนเซียนแห่งสำนักเซียนมีคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากความมืด คนผู้นี้ร่างกายกำยำ สวมชุดสีดำทั้งตัว ในมือถือดาบยาวเล่มใหญ่ แผ่กลิ่นอายดุดันเยือกเย็นออกมา
เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นกวนสีหลิ่นซึ่งฝึกบำเพ็ญที่โลกเบื้องล่างมาแล้วหลายปีนั่นเอง
เขาในวันนี้อาศัยพลังของตนเองเดินขึ้นบันไดสู่แดนเซียน มายังโลกเบื้องบนแห่งนี้ สถานที่ซึ่งน้องสาวของเขาอยู่ ด้วยเหตุนี้พอก้าวพ้นจากบันไดแล้วจึงสอบถามถึงข่าวคราวนางไปทั่ว
คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะหายตัวไปนานกว่าห้าปีแล้ว
เมื่อมาถึงกลางเมืองสี่ทิศ กวนสีหลิ่นมุ่นคิ้ว เขารู้ว่าพวกนางมาทางนี้จะต้องเจอกับปัญหาไม่น้อยอย่างแน่นอน แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าแม้แต่ศัตรูก็ทรงพลังมากเสียจนพวกนางต้องหนีหายไป
พวกนางจะมีอันตรายหรือไม่ สัญชาตญาณบอกเขาว่าไม่มีทาง ด้วยเขารู้จักเฟิ่งจิ่วดี พวกนางน่าจะฝึกบำเพ็ญเพิ่มพลังอยู่ที่ไหนสักแห่งกระมัง ทว่าพวกนางเร้นกายไปนานห้าปีแล้ว ไม่มีใครได้ยินข่าวคราวอะไรเลย นี่ทำให้เขาประหลาดใจอยู่บ้าง
ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนางจะกลับมาเมื่อใด ไม่รู้ว่าวันนี้พลังของพวกนางอยู่ในระดับไหนแล้ว พวกนางกลับมาอีกครั้งน่าจะไม่จำเป็นต้องกลัวใครที่โลกนี้แล้วกระมัง
พอคิดถึงตรงนี้แล้ว หัวใจของเขาก็รุ่มร้อนเหมือนมีไฟแผดเผา คาดหวังถึงวันที่พวกเขาจะได้พบหน้ากันอย่างอดไม่ได้
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ในเมืองแห่งหนึ่ง พวกตู้ฝานได้รับข่าวคราวล่าสุด ตอนรู้ว่ามีคนก้าวพ้นบันไดสู่แดนเซียนยามวิกาลเมื่อหลายวันก่อน พวกเขาก็อดที่จะเกิดความหวังขึ้นมาไม่ได้ รีบส่งคนไปสอบถามต่อทันที
……….
ตอนที่ 3301 เข้มงวด
ระยะเวลาห้าปีเปลี่ยนแปลงคนไม่น้อย ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หวันเหยียนเชียนหวาซึ่งหายตัวไปเป็นเวลาห้าปีมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเพราะนางทำลายฐานมารบำเพ็ญนับพันเพียงลำพัง
พลังของนางเพิ่มขึ้นมาในระยะเวลาห้าปี นางยังคงสวมชุดสีแดงร้อนแรงเหมือนกับดวงอาทิตย์ ยังคงเป็นหญิงงามต้องตาคน แต่กลับถูกผู้คนเรียกว่าเป็นหญิงงามเลือดเย็นไร้ปรานีไปเสียแล้ว
ตอนจวินเจวี๋ยซางที่พรรคเริงรมย์ได้ยินข่าวของนาง เรื่องที่นางสังหารมารบำเพ็ญนับพันเพียงลำพัง วันที่รู้ข่าวนี้ จวินเจวี๋ยซางฝึกกระบี่อยู่ในป่าไผ่ตลอดทั้งวัน
ส่วนในหุบเขาราชาโอสถ เซวียนหยวนโม่เจ๋อในชุดสีดำกำลังยืนเอามือไพล่หลัง มองเงาร่างเล็กจ้อยที่กำลังฝึกกระบี่อยู่บนพื้นหญ้า ตอนนี้เจ้าของใบหน้าเล็กน่ารักกำลังฝึกกระบี่ด้วยสีหน้าจริงจัง ริมฝีปากเล็กเม้มลง สีหน้าเยือกเย็น มองดูแล้วกลับคล้ายเซวียนหยวนโม่เจ๋ออยู่หลายส่วน
ไม่ใช่ว่าหน้าตาคล้ายคลึงกัน ทว่าเป็นสีหน้าที่คล้ายคลึงกับเขาอยู่บ้าง
เมื่อฝึกกระบวนท่ากระบี่นี้เสร็จแล้ว เขาก็หยุดมือ เก็บกระบี่ในมือไว้ข้างหลัง จากนั้นจึงเดินไปทางเซวียนหยวนโม่เจ๋อ คารวะอย่างนอบน้อมก่อนเรียก “ท่านพ่อ”
แม้ใบหน้านิ่งสงบ พยายามให้ตนเองดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย แต่แสงในดวงตายังคงทำให้มองแล้วรู้สึกว่าน่าขัน เขาที่อยู่ตรงหน้าก็คือเด็กน้อยคนหนึ่ง แต่กลับทำท่าทางเหมือนกับผู้ใหญ่ มองดูแล้วน่าขบขันอยู่บ้าง
เซวียนหยวนโม่มองเด็กชายที่คาดหวังคำชมจากเขา เขาพยักหน้า “พัฒนากว่าเมื่อวานแล้ว ไม่เลว”
สิ้นเสียงนั้น เด็กชายที่อยู่ตรงหน้าก็ยิ้มกว้างในที่สุด ตอนนี้ไม่ทำหน้าบึ้งอีกแล้ว กลับก้าวเข้าไปกอดต้นขาเขาและเอ่ยด้วยความดีใจอย่างอดไม่อยู่ “ท่านพ่อ ห้าวเอ๋อร์ต้องพยายามมากกว่านี้แน่นอน ห้าวเอ๋อร์จะตั้งใจฝึกบำเพ็ญ แข็งแกร่งขึ้น ต่อไปจะได้คุ้มครองท่านกับท่านแม่ได้”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อฟังแล้วมุมปากยกโค้ง เผยรอยยิ้มจางๆ ทว่าน้ำเสียงยังคงเย็นชา “เจ้าเติบใหญ่ขนาดนี้แล้ว เวลายืนต้องยืนให้สง่างาม เจ้าเป็นบุรุษ จะอ่อนช้อยเหมือนสตรีไม่ได้ ต้องเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย”
ห้าวเอ๋อร์ฟังจบก็รีบปล่อยมือ ชักแขนกลับมายืนตรง เงยหน้ามองเขา “ขอรับ ห้าวเอ๋อร์ทราบแล้ว ห้าวเอ๋อร์ไม่กล้าลืมคำสอนของท่านพ่อ”
“วันนี้ฝึกกระบี่เพียงเท่านี้พอ ไปเรียนหลอมโอสถเถอะ! ตั้งใจเรียน ตั้งใจฝึกฝน ครั้งหน้าข้าจะไปถามว่าเจ้าเรียนเป็นอย่างไรบ้าง” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว สายตาจับจ้องที่ร่างห้าวเอ๋อร์
“ขอรับ”
เขาตอบรับ เดิมอยากก้าวเท้าวิ่งไป แต่นึกถึงคำสอนของบิดาในทุกๆ วันขึ้นมา เขาจึงคารวะอย่างนอบน้อมครั้งหนึ่งในทันที จากนั้นถอยหลัง ครั้นกำลังจะจากไป กลับเห็นราชาโอสถในชุดคลุมสีขาวที่อยู่ไม่ไกลเดินยิ้มตาหยีเข้ามา ห้าวเอ๋อร์รีบเรียก “ท่านปู่”
“ฮ่าๆ ห้าวเอ๋อร์จะไปเรียนหลอมโอสถแล้วหรือ ไปเถอะๆ! ตั้งใจเรียน” ราชาโอสถยิ้มกล่าว เมื่อก้าวมาถึงข้างหน้าแล้ว เขาลูบศีรษะเด็กชายเบาๆ ก่อนให้เขาจากไป
“ขอรับ ไว้พบกันใหม่ขอรับท่านปู่” ห้าวเอ๋อร์ตอบ คารวะเขาก่อนจากไป
“ราชาโอสถเป็นอย่างไรบ้าง” เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองชายชราที่เดินมาพลางถาม
“ไม่มีอะไรทำเลยออกมาเดินเล่น” ราชาโอสถกล่าว มองเซวียนหยวนโม่เจ๋อแล้วส่ายหน้า “เจ้าอย่าเข้มงวดนักเลย เขากลัวเจ้าหมดแล้ว”
……….