เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3324 พูดให้ชัดเจน / ตอนที่ 3325 เก็บมา
ตอนที่ 3324 พูดให้ชัดเจน
“พวกข้าจะไปขุดสุรา!”
“พวกข้าจะไปช่วยที่ห้องครัว!”
แต่ละคนพูดด้วยความตื่นเต้น หลังจากประสานมือแล้วก็พากันจากไป เหลือเพียงไม่กี่คนอยู่ที่นี่
“นายหญิง เจ้าตำหนัก พวกข้าก็จะไปช่วยเหมือนกัน” เหลิ่งหวากล่าว ก่อนจะจากไปก่อนพร้อมกับพวกฮุยหลาง
“นายน้อย ข้าจะพาท่านไปดูพวกเขาขุดสุรา” เหลิ่งซวงเอ่ย มาถึงตรงหน้าเฟิ่งจิ่วแล้วก็มองห้าวเอ๋อร์
ฟังคำพูดนี้แล้ว ห้าวเอ๋อร์มองมารดาตนเอง จากนั้นมองบิดาตนเอง คราวนี้ค่อยกล่าวกับเฟิ่งจิ่วว่า “ท่านแม่ ข้าจะไปเล่นกับท่านน้าเหลิ่งซวงก่อน” จากนั้นเขาจึงลงจากอ้อมแขนของเฟิ่งจิ่ว หลังจูงมือเหลิ่งซวงแล้วก็หันมองที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อ “ท่านพ่อ อีกเดี๋ยวห้าวเอ๋อร์กลับมานะ”
“ไปเถอะ!” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพยักหน้า
เฟิ่งจิ่วมาถึงข้างกายเขา ก็ยื่นแขนออกมาโอบรอบเอวเขาทันที กอดเขาไว้อย่างนั้น พร้อมกับฝังใบหน้าลงที่หน้าอกเขา เอ่ยพร้อมรอยยิ้มแจ่มชัด “ข้าเข้าฌานตั้งปีกว่า เจ้าคิดถึงข้าหรือไม่”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อยื่นแขนกอดนางกลับ เกยคางบนศีรษะนาง ฟังแล้วก็หัวเราะเสียงเบา “คิดถึง”
คำพูดนี้เปี่ยมไปด้วยความหมายเป็นพันหมื่น สองคนยืนกอดกัน ไม่ได้เอ่ยวาจา เพียงโอบรับความอบอุ่นในตอนนี้เงียบๆ
เนิ่นนานให้หลังทั้งสองคนผละออกจากกัน เซวียนหยวนโม่เจ๋อจูงมือนาง มองไกลออกไป “ตอนนี้เจ้าออกจากฌานแล้ว พวกเราต้องหาเวลาไปจากที่นี่ พวกตู้ฝานส่งข่าวมาแล้ว สถานการณ์ข้างนอกในตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไร โดยเฉพาะประมุขเทียมฟ้าต้องการลงมือกับสำนักใหญ่ทั้งหลาย สถานการณ์ข้างนอกอันตรายมากแล้ว”
“เวลาห้าปีผ่านไป ไม่รู้เหมือนกันว่าพลังของประมุขเทียมฟ้าเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร” เฟิ่งจิ่วกล่าวพลางครุ่นคิด นึกขึ้นได้ว่าเขายังมีสัตว์ร้ายโบราณอยู่ข้างกาย หากปะทะกันขึ้นมาย่อมไม่อาจโค่นได้โดยง่าย
“เรื่องนี้พวกเราออกไปแล้วค่อยปรึกษากันก็ได้ เรื่องของห้าวเอ๋อร์ต่างหาก เจ้าคิดทำอย่างไร” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถามนาง
ฟังแล้วเฟิ่งจิ่วก็ชะงักไปเล็กน้อย “ห้าวเอ๋อร์อายุหกขวบแล้ว หากเราไม่รู้ว่าบิดามารดาแท้ๆ ของเขาเป็นใคร การจะเลี้ยงดูเขาอยู่ข้างกายพวกเราโดยไม่รีบร้อนบอกความจริงย่อมไม่เป็นปัญหา แต่ในเมื่อพวกเรารู้ฐานะของเขาแล้ว ก่อนจะออกจากหุบเขาราชันโอสถก็ต้องพูดกับเขาให้รู้เรื่อง”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อพยักหน้า “อืม ข้าเองก็คิดเช่นกัน ห้าปีผ่านไปแล้ว ข้ารู้สึกว่ากลับไปรอบนี้ผู้อาวุโสเหมยน่าจะอยากพาเขากลับไป”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม “อย่างไรเสียพวกเราก็เลี้ยงเขามาห้าหกปีแล้ว อยากพาเขาไปจากข้างกายพวกเรา หากไม่ใช่บิดามารดาเขามาด้วยตนเอง เช่นนั้นก็พาเขาไปไม่ได้” นางเลี้ยงเด็กชายมาห้าหกปี ไหนเลยจะให้ใครมาพาเขาไปง่ายๆ หากบิดามารดาเขาไม่ได้มาด้วยตนเอง นางก็ไม่คิดจะมอบบุตรชายให้พวกเขา!
ครั้นฟังวาจาของนาง เซวียนหยวนโม่เจ๋อยิ้ม “ถูกต้อง พวกเราเลี้ยงเขาเป็นบุตรชายของพวกเรามาตั้งห้าหกปี จะยอมให้พวกเขาพากลับไปง่ายๆ ได้อย่างไร”
“ไปเถอะ! พวกเราไปหลังเขาดูพวกเขาขุดสุรา ส่วนฐานะของห้าวเอ๋อร์ ไว้คืนนี้ค่อยพูดกับเขาก็แล้วกัน!” เฟิ่งจิ่วจับมือเขาพลางพูด จากนั้นก็พากันไปที่หลังเขา
เพราะการออกจากฌานของเฟิ่งจิ่ว วันนี้ทุกคนในหุบเขาจึงมีแต่ความปีติยินดี พวกเขายุ่งวุ่นวายกันขึ้นมา ในหุบเขาไม่ได้มีบรรยากาศเบิกบานใจและคึกคักเช่นนี้มานานแล้ว แทบจะเรียกได้ว่าทุกคนมีอะไรให้ทำตั้งแต่เช้าจรดเย็น
จนถึงตอนนี้ สุราอาหารวางเต็มโต๊ะ ทุกคนล้อมนั่งร่วมกินดื่มอย่างมีความสุข ที่นี่ไม่มีการต่อสู้จากภายนอก ไม่มีการแก่งแย่งเข่นฆ่าจากภายนอกเช่นนี้ มีเพียงความสงบสุข…
ยิ่งดึกขึ้นเท่าไร คนที่กินดื่มจนพอใจแล้วแยกย้ายกันไปก็ยิ่งมีมากขึ้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อจูงห้าวเอ๋อร์นั่งลงที่พื้นหญ้าแห่งหนึ่ง
……….
ตอนที่ 3325 เก็บมา
“ท่านแม่ ท่านดูดาวสองดวงนั้นสิ งดงามมาก” ห้าวเอ๋อร์ใช้นิ้วเล็กๆ ชี้ดาวเจิดจรัสเป็นพิเศษสองดวงบนท้องฟ้า
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วเงยหน้าขึ้น จากนั้นสบตากันแล้วยิ้มออกมา ดาวสองดวงนั้นก็คือจักรพรรดิและจักพรรดินี ก่อนหน้านี้แม้สว่างไสว แต่ไม่เคยต้องตาเช่นคืนนี้มาก่อน เห็นทีพวกเขามองเห็นดาวจักรพรรดิและดาวจักรพรรดินีเจิดจ้าขนาดนี้ คนอื่นก็น่าจะสังเกตเห็นเช่นกัน
“ห้าวเอ๋อร์ คืนนี้ข้ากับท่านพ่อมีเรื่องจะพูดกับเจ้า เจ้าต้องตั้งใจฟังนะ” เฟิ่งจิ่วมองเขา พูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ห้าวเอ๋อร์ฟังแล้วกะพริบตา เห็นพวกเขามีสีหน้าจริงจังกันทั้งคู่ เขาจึงนั่งหลังตรงอย่างอดไม่ได้ พยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกัน “อืม ห้าวเอ๋อร์จะตั้งใจฟัง”
หลังจากเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วสบตากัน สองคนหยุดชะงักไปเล็กน้อย สุดท้ายตัดสินใจให้นางเป็นคนพูด นางมองห้าวเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ระหว่างพวกเขาสองคน เอ่ยเสียงเบาว่า “ห้าวเอ๋อร์ ความจริงแล้วพวกข้าไม่ใช่บิดามารดาแท้ๆ ของเจ้า”
เมื่อฟังประโยคนี้ ห้าวเอ๋อร์ที่เดิมทีนั่งตัวตรงพลันตัวแข็งทื่อ ดวงตาเขาเบิกโพลงเล็กน้อย มองเฟิ่งจิ่วด้วยสีหน้างุนงง “ท่านแม่ ท่าน…ท่านว่าอะไรนะ”
“ห้าวเอ๋อร์ พวกข้าไม่ใช่บิดามารดาแท้ๆ ของเจ้า” เฟิ่งจิ่วมองสีหน้าตื่นตกใจของเขา หัวใจอ่อนยวบยาบในทันที
“ท่านแม่ ท่านเมาสุราใช่หรือไม่” ในดวงตาของห้าวเอ๋อร์มีความรู้สึกสับสนและหวาดกลัว ขอบตาแดงเล็กน้อย ม่านน้ำชั้นหนึ่งบดบังดวงตา มือเล็กสองข้างจับมือนางจนแน่น “ท่านแม่ ท่านเมาสุราใช่หรือไม่ ห้าวเอ๋อร์เป็นลูกแท้ๆ ของพวกท่าน ห้าวเอ๋อร์เป็นลูกแท้ๆ ของพวกท่าน!”
เขาพูดพลางปล่อยให้น้ำตาร่วงผล็อย เม้มปากอย่างแรง พยายามไม่ร้องไห้เสียงดัง เด็กคนหนึ่งเผชิญหน้ากับเรื่องพรรค์นี้เป็นครั้งแรก ทันใดนั้นเหมือนกับว่าท้องฟ้าถล่มลงมาอย่างไรอย่างนั้น ตื่นตระหนกและทำอะไรไม่ถูกเป็นอย่างยิ่ง
มือคู่หนึ่งประคองศีรษะเขา ดึงเขาเข้ามาในอ้อมกอด เฟิ่งจิ่วถอนหายใจเสียงเบา พูดอย่างอ่อนโยนว่า “ห้าวเอ๋อร์ อย่าร้องไห้เลย ไม่เป็นไรนะ ต่อให้เจ้าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพวกข้า เจ้าก็เป็นลูกของพวกข้าเช่นกัน!”
เมื่อรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดของมารดา รู้สึกถึงความอ่อนโยนที่ส่งทอดมาจากกายนาง หัวใจที่มีแต่ความตระหนกของเขาพลันมั่นคงขึ้น เขาเงยหน้าขึ้น สองแขนกอดนางไว้จนแน่น ถามเสียงสะอึกสะอื้นว่า “จริงหรือ ท่านแม่ ต่อให้ห้าวเอ๋อร์ไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของท่านพ่อกับท่านแม่ ท่านพ่อกับท่านแม่ก็ยังต้องการข้าหรือ”
“เจ้าเป็นบุตรชายที่พวกข้าเลี้ยงมาตั้งห้าหกปี พวกข้าจะไม่ต้องการเจ้าได้อย่างไร” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว ยื่นมือไปลูบศีรษะเขาเช่นกัน “ข้ากับท่านแม่เจ้าพูดเรื่องนี้กับเจ้า เพราะอยากให้เจ้ารู้ฐานะของตนเอง เพราะหลังจากพวกเราไปจากหุบเขาราชาโอสถในครั้งนี้ ไม่นานนักบิดามารดาที่แท้จริงของเจ้าอาจมาเยือนถึงที่”
“ข้าไม่ต้องการพวกเขา ข้าต้องการเพียงพวกท่าน” ห้าวเอ๋อร์รีบกล่าว แนบชิดอยู่ในอ้อมแขนของเฟิ่งจิ่วยิ่งกว่าเดิม
สองคนเห็นดังนั้นแล้วก็ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มอย่างอดไม่ได้ “ห้าวเอ๋อร์ หรือเจ้าไม่อยากรู้ว่าเจ้ากลายเป็นบุตรชายของพวกข้าได้อย่างไร”
ครั้นได้ยินประโยคนี้ ห้าวเอ๋อร์กะพริบตาแดงๆ เขาคิดแล้วนั่งหลังตรง มือข้างหนึ่งกลับยังคงจับมือเฟิ่งจิ่วแน่นดังเดิม “อยากรู้ ท่านแม่ ห้าวเอ๋อร์มาจากที่ไหน”
“เจ้าน่ะหรือ ตอนนั้นแม่เก็บเจ้ากลับมา” เฟิ่งจิ่วยิ้มเล็กน้อย แตะปลายจมูกเขาเบาๆ “ตอนนั้นที่ข้าเก็บเจ้าได้ เจ้าตัวเล็กเท่านี้เอง ทว่าน่ารักนัก แม่เห็นว่าเจ้าหน้าตาน่ารัก จึงเก็บกลับมาเลี้ยงเป็นลูกที่บ้าน”
……….