เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3330 ท่านน้า / ตอนที่ 3331 ยังกล้ากลับมา
ตอนที่ 3330 ท่านน้า
“นายหญิง!” พวกตู้ฝานเรียกออกมาอย่างอดไม่อยู่ ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
“เสี่ยวจิ่ว!” กวนสีหลิ่นเดินออกมาจากข้างหลัง มาถึงตรงหน้าพวกเขาแล้วก็มองพวกเขาอย่างดีใจ “เสี่ยวจิ่ว โม่เจ๋อ ไม่พบกันนานเลย”
“ท่านพี่!” เฟิ่งจิ่วมองเขา เอ่ยอย่างมีความสุข “ท่านพี่มาตั้งแต่เมื่อไร มีแค่ท่านที่มาหรือ”
“ข้ามาได้พักหนึ่งแล้ว มีแค่ข้าที่มา ไปๆๆ เข้าไปในเรือนก่อนค่อยว่ากัน” กวนสีหลิ่นกล่าว จากนั้นมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ก่อนจะยื่นมือไปตบไหล่เขา “เห็นทีพวกเจ้ามีเวลาห้าปีที่ยอดเยี่ยมทีเดียว!” แม้มองพลังของพวกเขาไม่ออก แต่รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาแกร่งขึ้นว่าแต่ก่อนมากนัก
เซวียนหยวนโม่เจ๋อยิ้มมุมปาก “พอใช้ได้”
“เสี่ยวห้าวเอ๋อร์ เจ้ารู้จักข้าหรือไม่” กวนสีหลิ่นมาถึงตรงหน้าห้าวเอ๋อร์ ยื่นมือไปรับเขามาอุ้ม “เจ้าตัวเล็กเติบใหญ่ขนาดนี้แล้ว”
“ห้าวเอ๋อร์ เรียกท่านน้าสิ” เฟิ่งจิ่วมองห้าวเอ๋อร์ บอกให้เขาเรียกอีกฝ่าย
“ท่านน้า” ห้าวเอ๋อร์เรียกอย่างเชื่อฟัง
“เด็กดี!” กวนสีหลิ่นลูบศีรษะเขาพลางยิ้มกล่าว
ห้าวเอ๋อร์กะพริบตามองเขา พร้อมกันนั้นก็พิจารณากวนสีหลิ่นอย่างใคร่รู้ เห็นเขาหน้าตาไม่คล้ายกับมารดาผู้งดงามของตนเลยสักนิด จึงถามด้วยความสงสัยอย่างอดไม่ได้ “ท่านน้า เหตุใดท่านหน้าตาไม่เหมือนท่านแม่ข้าเลยเล่า”
มารดาเขางดงามเช่นนี้ ท่านน้ากลับ…อืม…แข็งแกร่งดุดันเกินไป หรือเพราะกินมากไปกระมัง
“เพราะพวกข้าเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันอย่างไรเล่า! ย่อมหน้าตาไม่เหมือนกันอยู่แล้ว” กวนสีหลิ่นยิ้ม พร้อมกันนั้นก็อุ้มเขาเดินเข้าไปข้างใน
ห้าวเอ๋อร์ฟังแล้วพลันใจสั่น ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ดวงตาของเขากลอกไปมาเพราะมองท่านน้าตรงหน้าและมารดาของเขา ยิ่งคิดก็ยิ่งตาเป็นประกาย
ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ก็เหมือนกับเขา เขาไม่ใช่ลูกที่ท่านแม่ให้กำเนิด แต่ท่านแม่เลี้ยงดูเขาอย่างดีเหมือนกับมารดาแท้ๆ ท่านน้าก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ของท่านแม่ แต่ท่านแม่กลับมองเขาเป็นดั่งพี่ชายแท้ๆ
ราวกับเข้าใจอะไรบางอย่างได้ เด็กชายตัวเล็กยิ้มอย่างเบิกบานใจ “ท่านน้า ก่อนหน้านี้ท่านเคยพบห้าวเอ๋อร์หรือไม่”
“อืม ตอนเจ้าตัวเล็กจ้อย น้าเคยอุ้มเจ้านะ” กวนสีหลิ่นกล่าว พร้อมกับคนกลุ่มหนึ่งมาถึงในโถงใหญ่แล้ว
เซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วมาถึงตำแหน่งประธานแล้วก็นั่งลง ทุกคนนั่งลงทางฝั่งซ้ายและขวาเช่นกัน ข้ารับใช้วิ่งงานอย่างขยันขันแข็ง ยกน้ำชาและขนมมาให้พวกเขาก่อนจะค่อยๆ ถอยออกไป
“เจ้าตำหนัก คุณหนู คุณชายน้อย” ผู้อาวุโสเหมยก้าวมาข้างหน้า คารวะพวกเขาครั้งหนึ่ง ดวงตากลับมองตรงไปยังห้าวเอ๋อร์
เห็นเขาแล้วเซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ได้พูดอะไร เพียงยกน้ำชาขึ้นจิบเบาๆ คำหนึ่ง ฝ่ายเฟิ่งจิ่วเม้มปากยิ้ม ส่วนห้าวเอ๋อร์มองเขาด้วยความประหลาดใจตอนเห็นศีรษะเกลี้ยงเกลา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ รอยยิ้มบนใบหน้าหดหาย นั่งอยู่ในอ้อมแขนของเฟิ่งจิ่วเงียบๆ
“ผู้อาวุโสเหมย ห้าปีแล้ว ข้าคิดว่าท่านจะจากไปเสียอีก คิดไม่ถึงเลยว่าท่านจะรออยู่ที่นี่ตลอด” เฟิ่งจิ่วถอนหายใจเสียงเบา สายตาตกอยู่ที่ร่างของผู้อาวุโสเหมย
ห้าปีก่อนนางรู้สึกว่าระดับพลังของเขาลึกล้ำยากหยั่งถึง ห้าปีให้หลังระดับพลังของเขากลับหยุดนิ่งไม่ก้าวหน้า พวกเขาในตอนนี้เพียงมองปราดเดียวก็เห็นระดับพลังของคนอื่นอย่างชัดเจน ระดับพลังเช่นนี้เกิดจากการฝึกบำเพ็ญตลอดห้าปีของพวกเขา
ผู้อาวุโสเหมยฟังแล้วก้มหน้าลง “ข้ารอคุณหนูกับคุณชายน้อยกลับมาอยู่ตลอดเวลา”
“ท่านนั่งเถอะ! วันหน้าข้าจะเรียกท่านมาพูดคุยกันอย่างละเอียด” เฟิ่งจิ่วบอกให้เขานั่งลงข้างๆ จากนั้นมองไปยังคนอื่น
……….
ตอนที่ 3331 ยังกล้ากลับมา
สายตาทอดมองยังร่างกายของพวกตู้ฝาน เห็นระดับพลังของพวกเขาเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เพียงแต่พอเทียบกับพวกเหลิ่งหวากลับเทียบไม่ได้แล้ว
เมื่อนึกได้ว่าพวกเหลิ่งหวาฝึกบำเพ็ญอยู่ที่หุบเขาราชาโอสถตลอดหลายปีมานี้ แววตาของนางวูบไหวเล็กน้อย มองพวกตู้ฝานก่อนกล่าว “หลายปีมานี้ลำบากพวกเจ้าแล้ว”
“นายหญิง พวกข้าไม่ลำบากเลย” พวกตู้ฝานลุกขึ้นยืน กล่าวพร้อมรอยยิ้ม สายตามองไปยังพวกเหลิ่งหวา ในแววตาเจือความอิจฉาเล็กๆ “เพียงแต่เวลาผ่านไปห้าปี ระดับพลังของพวกข้ากลับแกร่งไม่เท่าพวกเหลิ่งหวาแล้ว”
เดิมทีพลังของพวกเขาไม่ย่ำแย่ ตอนนี้พลังของเหลิ่งหวาแกร่งกว่าพวกเขา พวกเขาเคยติดอยู่ที่หุบเขาราชาโอสถเช่นกัน เห็นทีตลอดห้าปีนี้ไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ได้ยินดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วยิ้มกล่าว “ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบร้อน พลังของพวกเจ้าไม่มีทางหยุดอยู่ตรงนี้แน่”
ในโถงใหญ่จวนตระกูลเฟิ่ง ทุกคนกำลังสนทนากัน ตอนนี้เองดวงอาทิตย์กลางท้องฟ้าคล้ายกับถูกบดบังไป พร้อมกันนั้นเสียงหนาหนักดังสนั่นก็ดังมาจากท้องฟ้า
“เซวียนหยวนโม่เจ๋อ! เฟิ่งจิ่ว! ห้าปีแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้ายังกล้ากลับมา!”
เสียงนั้นดังไปทั่วท้องฟ้าเหนือเมืองสี่ทิศราวกับเสียงฟ้าร้อง ทุกพยางค์ที่ดังมาแทรกไว้ด้วยแรงกดดันน่าครั่นคร้าม สั่นสะเทือนเมืองสี่ทิศข้างล่างจนชาวบ้านต้องกุมศีรษะปิดหูและพากันซ่อนตัว
เพราะเสียงที่เหมือนกับฟ้าร้องดังขึ้นกลางท้องฟ้า คนทั่วทั้งเมืองสี่ทิศพลันจิตใจสั่นไหว และเพราะดวงอาทิตย์ถูกเมฆดำบดบัง ท้องฟ้าจมสู่ความมืดมิด ทำให้คนรู้สึกถึงความกลัว
“แย่แล้ว! ต้องเป็นประมุขเทียมฟ้ารู้ว่าพวกเฟิ่งจิ่วกลับมาแล้วเป็นแน่!”
“คิดไม่ถึงว่าห้าปีผ่านไปแล้ว ประมุขเทียมฟ้าผู้นั้นยังคงจับจ้องจวนตระกูลเฟิ่งอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ก่อนหน้านี้มีคนเข้าไปในจวนแล้ว เหตุใดไม่มีความเคลื่อนไหวเลย วันนี้พวกเฟิ่งจิ่วเพิ่งกลับมา เขาก็รู้ทันที”
“ข้ารู้ว่าพวกเฟิ่งจิ่วผิดใจกับประมุขเทียมฟ้า ย่อมไม่มีทางรามือง่ายๆ อยู่แล้ว! ดูเอาเถอะ! พวกเขาเพิ่งกลับมา ประมุขเทียมฟ้าก็รู้ทันที เขาให้พวกนั้นหนีไปเมื่อห้าปีก่อน วันนี้ผ่านมาห้าปีแล้ว ไม่มีทางมอบโอกาสให้พวกเขาหนีไปอย่างแน่นอน ครั้งนี้เห็นทีพวกเฟิ่งจิ่วยากจะรอดพ้นจากเคราะห์แล้ว”
ผู้คนจากหลายตระกูลในเมืองสี่ทิศรวบรวมพลังปราณตั้งค่ายกลป้องกัน ขัดขวางแรงกดดันที่แผ่มาจากท้องฟ้า ไปจนถึงเสียงน่าสะพรึงกลัวสะเทือนแก้วหู แต่ละคนตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับการกลับมาที่เมืองสี่ทิศของพวกเฟิ่งจิ่ว เรียกได้ว่าน่าจนใจเป็นอย่างยิ่ง หากไม่ใช่เพราะนางกลับมา ประมุขเทียมฟ้าผู้นั้นอาจไม่มีทางจับจ้องพวกเขาที่นี่ พวกเขาย่อมไม่มีทางได้รับผลกระทบเช่นกัน
กลัวก็แต่พวกเขาลงมือแล้วจะสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในเมืองสี่ทิศด้วย
แทบจะทันทีที่เสียงนี้ดังก้องไปทั่วท้องฟ้า คนของสำนักดาราครามเซียนที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองสี่ทิศมากนักก็รู้แล้วว่าพวกเฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่หายตัวไปห้าปีกลับมาแล้ว!
ดูท่าประมุขเทียมฟ้าน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของสำนักใหญ่อย่างพวกเขาอย่างชัดเจน เพียงแต่ไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ อาจไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ทุกคนพลันรู้สึกหนักใจขึ้นมา พวกเขารวบรวมผู้แข็งแกร่งอยู่ที่นี่ แต่ดูท่าทางประมุขเทียมฟ้าผู้นั้นกลับไม่เห็นอยู่ในสายตา ราวกับว่าแม้พวกเขาทั้งหมดร่วมมือกันแล้วก็ยังไม่สำคัญเท่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วเลย
……….