เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3378 กระอักเลือดสลบไป / ตอนที่ 3379 ป่วยทางใจ
ตอนที่ 3378 กระอักเลือดสลบไป
“จริงหรือ” ห้าวเอ๋อร์เงยหน้าถาม
“จริงสิ” เฟิ่งจิ่วยิ้มตอบ
เมื่อฟังจบ เจ้าตัวเล็กลอบใคร่ครวญอยู่ในใจ ในเมื่อท่านแม่พูดเช่นนี้แล้ว ตราบใดที่เขาไม่เอ่ยปากว่าจะกลับไปกับพวกเขา ก็สามารถอยู่ข้างกายท่านพ่อกับท่านแม่ตลอดไปได้
ช่วงเที่ยงวัน ซือหม่าหลันซินมาหาเฟิ่งจิ่วและห้าวเอ๋อร์ที่เรือนหลัก ด้วยอยากอยู่กับเขาให้มากหน่อย ให้เขาค่อยๆ คุ้นเคยกับนาง ส่วนเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับประมุขเสวียนอู่ รวมถึงพวกกวนสีหลิ่นก็พูดคุยกันเรื่องประมุขเทียมฟ้าอยู่ในโถงหลัก
อีกด้านหนึ่ง ในสำนักดาราครามเซียน จวินเจวี๋ยซางที่กำลังนั่งขัดสมาธิฝึกบำเพ็ญนั้นกระอักเลือดออกมาอย่างแรงคำหนึ่ง ก่อนจะล้มลงไปทันที หมดสติอยู่กับพื้น
เขาที่ไม่มีคนดูแลใกล้ชิด เมื่อหมดสติแล้วย่อมไม่มีคนรู้ จนกระทั่งช่วงเย็น บุรุษวัยกลางคนของพรรคเริงรมย์มาถึงเรือนที่จวินเจวี๋ยซางพักอยู่ เคาะประตูพลางเรียกว่า “หัวหน้าพรรค?”
รออยู่นานก็ไม่มีคนตอบ เขาลองเรียกอีกครั้งกระนั้นก็ยังไร้เสียงคนตอบรับ ในใจเกิดความสงสัยจึงดันประตูเดินเข้าไป ตอนเห็นจวินเจวี๋ยซางที่สวมชุดสีขาวนอนอยู่บนพื้น แถมมีเลือดกองหนึ่งอยู่บนพื้นด้วย เลือดจำนวนหนึ่งเปื้อนชุดสีขาว มองดูแล้วน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง เขาอดตระหนกไม่ได้ ส่งเสียงร้องด้วยความตื่นกลัวทันที
“หัวหน้าพรรค!”
เขารีบวิ่งไปประคองคนลุกขึ้น จากนั้นตรวจสอบโดยคร่าวครั้งหนึ่ง หัวใจพลันหนักอึ้ง เมื่อประคองจวินเจวี๋ยซางนอนลงบนเตียงแล้ว เขาก็วิ่งออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว
หลังจากหวันเหยียนเชียนหวากลับมา นางเดินเล่นในสำนักจนทั่ว ในสำนักแห่งนี้ นางไม่เคยก้าวเข้าไปในสถานที่ที่จวินเจวี๋ยซางพักอยู่เลยสักครั้ง วันนี้นางไปยังสถานที่อื่นจนครบ และมองเห็นผู้ฝึกบำเพ็ญเหล่านั้นรวมตัวกันอยู่ที่สำนักด้วย
ผู้ฝึกบำเพ็ญพูดว่าอยากประมือกับประมุขเทียมฟ้าสักครั้ง ทว่าตั้งแต่ประมุขเทียมฟ้าท้ารบกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่เขาสูงสุด ผู้ฝึกบำเพ็ญเหล่านั้นกลับไม่ได้จากไป กลับเตรียมหาโอกาสเคลื่อนไหว อีกทั้งยังมุ่งหน้าสู่ตีนเขาสูงสุดด้วยกัน
สำหรับคนเหล่านั้น นางไม่รู้จักมักคุ้นสักเท่าไรนัก มองครั้งเดียวก็ลืมไปหมดแล้ว นางเห็นฟ้ามืดลงจึงพลิกตัวกระโดดลงจากต้นไม้ สาวเท้าเดินไปยังยอดเขาหลัก
ทว่าเดินไปได้ระยะหนึ่งก็ได้ยินศิษย์จำนวนหนึ่งในสำนักกำลังสนทนากัน นางอดหยุดฝีเท้าลงไม่ได้
“ผู้อาวุโสพรรคเริงรมย์เมื่อครู่นี้รีบร้อนไปหาปรมาจารย์ยาหลายคนที่ยอดเขาสมุนไพร บอกว่าหัวหน้าพรรคของพวกเขากระอักเลือดหมดสติไป”
“เอ๋? จริงหรือนี่ หัวหน้าพรรคเริงรมย์จวินเจวี๋ยซางน่ะหรือ เขาเป็นผู้แข็งแกร่งที่มีพลังเทียบได้กับเจ้าสำนักของพวกเรา เหตุใดจู่ๆ กระอักเลือดหมดสติไปเล่า”
“ไม่รู้สิ! ปรมาจารย์ยายอดเขาสมุนไพรล้วนถูกเชิญไปแล้ว เห็นเพียงพวกเขาแต่ละคนส่ายหน้าและเดินออกมา เหมือนกับว่าอาการสาหัสทีเดียว”
“เมื่อครู่ข้าเห็นเจ้าสำนักกับอาจารย์หลายคนก็ไปดูด้วย”
“เอ๋? เช่นนั้นทำอย่างไรดี หัวหน้าพรรคเริงรมย์ผู้นี้กระอักเลือดหมดสติอยู่ในสำนักของพวกเรา หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นจะโยงมาถึงสำนักของพวกเราหรือไม่”
ฟังบทสนทนาของศิษย์เหล่านั้นแล้ว หวันเหยียนเชียนหวาตะลึงไปเล็กน้อย ไม่ว่าอย่างไรก็ก้าวขาไม่ออก ในห้วงสมองมีเสียงเมื่อครู่นี้ดังวนไปวนมา
จวินเจวี๋ยซางกระอักเลือดหมดสติ? อีกทั้งดูเหมือนอาการสาหัสมาก? เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?
นางยืนอึ้งงัน ในใจร้อนรนยิ่ง ในสมองขาวโพลนไปหมด นางไม่อยากไปสนใจเขาแท้ๆ ไม่อยากไปรู้เรื่องเขาไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม แต่เพราะเหตุใดตอนนางได้ยินข่าวนี้ หัวใจของนางกลับยังคงห่วงใยเขา ร้อนใจเพื่อเขาขนาดนี้
……….
ตอนที่ 3379 ป่วยทางใจ
ในหัวสมองขาวโพลนไปหมด นางก้าวเท้าเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งดึงสติกลับมาได้ ตัวนางก็มาอยู่ข้างนอกเรือนที่จวินเจวี๋ยซางพักอยู่แล้ว เมื่อเห็นปรมาจารย์ยาแต่ละคนส่ายหน้าเดินออกมา นางพลันรั้งหนึ่งในนั้นไว้ทันทีก่อนถามว่า “เขาเป็นอย่างไรบ้าง สาหัสมากเลยหรือ”
ปรมาจารย์ยาผู้นั้นเห็นว่าเป็นหวันเหยียนเชียนหวาจึงกล่าวว่า “สถานการณ์ไม่ค่อยดี ตอนนี้ไม่รู้สึกตัวแล้ว”
“พวกเจ้ารักษาไม่ได้หรือ เขาได้รับบาดเจ็บตรงไหน หรือว่าฝึกบำเพ็ญแล้วธาตุไฟเข้าแทรกจนเกิดจิตมาร” หวันเหยียนเชียนหวาถาม มือที่อยู่ใต้แขนเสื้อกำเป็นหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
“เขาถูกจิตมารก่อกวน สิ่งนี้ไม่อาจใช้วิชาแพทย์รักษาได้” ปรมาจารย์ยาคนนั้นส่ายหน้าแล้วสาวเท้าเดินไป ระหว่างนั้นก็พูดพึมพำว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าคนอย่างหัวหน้าพรรคเริงรมย์จะมีวันที่ถูกจิตมารก่อกวน สิ่งที่เรียกว่าเคราะห์นั้น ไม่ว่าใครก็หลีกเลี่ยงไม่ได้”
หวันเหยียนเชียนหวายืนนิ่ง จิตมาร?
ในสมองของนางพลันคิดไปถึงเรื่องที่เฟิ่งจิ่วพูด อีกฝ่ายบอกว่าจิตมารกลายเป็นโรค ไม่มียาใดรักษาได้…
นางเดินเข้าไปข้างในด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง เมื่อมาถึงในห้องนั้นและเห็นเจ้าสำนักกำลังสนทนากับอาจารย์หลายคน นางก็เดินไปข้างหน้าพร้อมมองเข้าไปข้างใน
“คุณหนูหวันเหยียน เจ้ามาแล้ว!”
ชายวัยกลางคนที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงเห็นนางแล้วรีบเรียกเสียงหนึ่ง ที่เขารู้คือหัวหน้าพรรคเกิดจิตมารเพราะคุณหนูหวันเหยียน ตอนนี้จิตมารเกิดขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว การกำจัดมีแต่จะทำให้จิตมารแข็งแกร่งขึ้น สถานการณ์อย่างหัวหน้าพรรคนั้น ไม่ว่ายาวิเศษหรือโอสถเทพอะไรล้วนไม่มีประโยชน์ เขาป่วยทางใจ อาการป่วยทางใจมีเพียงยาใจเท่านั้นที่รักษาได้
หวันเหยียนเชียนหวาไม่ได้เอ่ยวาจา เพียงมองจวินเจวี๋ยซางที่มีใบหน้าซีดขาวอยู่บนเตียงอย่างเงียบๆ เขานอนอยู่ตรงนั้นพร้อมลมหายใจแผ่วเบา ใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ ไม่มีท่าทีว่าจะขยับตัว คล้ายกับหลับลึกไปตลอดกาลอย่างไรอย่างนั้น นี่ทำให้นางรู้สึกตระหนกอย่างอดไม่ได้
นางคิดว่านางปล่อยวางแล้ว แต่เมื่อเห็นเขาในตอนนี้ นางถึงรู้ว่าเขาอยู่ในใจนางมาโดยตลอด ไม่เคยปล่อยวางได้เลยสักครั้ง ตลอดมานี้ล้วนเป็นนางที่หลอกตนเอง
เจ้าสำนักและอาจารย์สองสามคนมองหวันเหยียนเชียนหวายืนหลั่งน้ำตาอยู่ข้างเตียงด้วยความประหลาดใจ พวกเขาสบตากันเล็กน้อย ก่อนจะส่งสัญญาณให้กันพร้อมออกจากห้องไป แม้แต่ชายวัยกลางคนคนนั้นก็ถูกพวกเขาเรียกออกไปด้วย
หลังออกมาด้านนอก เจ้าสำนักก็มองชายวัยกลางคนคนนั้นแล้วถามขึ้นว่า “นางกับหัวหน้าพรรคของพวกเจ้าเป็นอะไรกันกันแน่” ลางสังหรณ์บอกพวกเขาว่าทั้งคู่มีอะไรบางอย่างที่พวกเขาไม่รู้
ในสมองอดคิดไม่ได้ว่าตอนนั้นหวันเหยียนเชียนหวาได้รับบาดเจ็บและพักฟื้นอยู่ที่พรรคเริงรมย์เป็นเวลานานมาก หลังจากนั้นนางก็ไม่ได้กลับสำนัก แต่ฝึกบำเพ็ญอยู่ข้างนอก ตอนนี้เห็นท่าทางของคนทั้งสองแล้วคล้ายกับว่าจะไม่ค่อยปกติ!
ชายวัยกลางคนถอนหายใจก่อนเอ่ย “จิตมารของหัวหน้าพรรคข้า เกิดขึ้นเพราะคุณหนูหวันเหยียนนั่นแหละ”
ครั้นได้ยินดังนั้น พวกเจ้าสำนักก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในดวงตาเกิดความสงสัย จิตมารเกิดขึ้นเพราะหวันเหยียนเชียนหวา? ทันใดนั้นคนที่อยู่ตรงนี้ก็ล้วนกระจ่างแจ้ง คำพูดนี้ของเขาแทบทำให้ทุกคนเข้าใจโดยพลันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“เฮ้อ! ความรักเป็นสิ่งที่ยากที่สุดมาตั้งแต่โบราณ คิดไม่ถึงเลยว่าหัวหน้าพรรคของเจ้าจะเป็นเช่นนี้เหมือนกัน ช่างเถอะๆ ในเมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะนาง เช่นนั้นก็มีแต่ให้นางจัดการแล้ว” เจ้าสำนักส่ายหน้า เดินเอามือไพล่หลังพร้อมจากไป
“พวกข้าก็ขอตัวก่อนเช่นกัน อีกเดี๋ยวเจ้าพูดกับนางหน่อย บอกว่าเจ้าสำนักให้นางอยู่ดูแลหัวหน้าพรรคของเจ้า อย่างไรเสียตอนนั้นที่นางได้รับบาดเจ็บ ก็เป็นหัวหน้าพรรคของพวกเจ้าที่ดูแลนางอยู่ช่วงหนึ่ง บุญคุณเหล่านี้ย่อมต้องชดใช้”
……….