เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3388 นางมาแล้ว / ตอนที่ 3389 อย่ารบกวน
ตอนที่ 3388 นางมาแล้ว
จวินเจวี๋ยซางกำมือป้องริมฝีปากแล้วกระแอมคราหนึ่ง เบนสายตาออกไปเล็กน้อย “ตอนนี้ข้าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ย่อมต้องมีคนอยู่ข้างกายตลอดเวลา ในเมื่อเจ้าบอกว่าต้องการตอบแทนบุญคุณในปีนั้น เช่นนั้นเจ้าก็อยู่ดูแลข้าสักหลายวัน รอข้าหายดีแล้วค่อยไปเถอะ!”
หวันเหยียนเชียนหวาฟังจบแล้ว ดวงตานางทอประกายเล็กน้อย รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง ทันใดนั้นนางก็พิจารณาใบหน้าของเขา คาดเดาความตั้งใจในคำพูดนี้ของเขา
ผ่านไปครู่หนึ่งแล้ว นางก็เอ่ยเสียงเรียบ “ข้าจะหาเวลามาดูอาการของเจ้า แต่ไม่อาจดูแลเจ้าตลอดเวลาอยู่ที่เรือนนี้ได้” เมื่อสิ้นเสียง นางก็สาวเท้าเดินออกไปข้างนอก ก่อนจะกล่าวออกมาโดยไม่หันไปมอง “เจ้าเป็นถึงหัวหน้าพรรคเริงรมย์ หาคนมาดูแลอยู่ข้างกายย่อมไม่ใช่เรื่องยาก ข้างนอกก็มีผู้อาวุโสในพรรคคอยท่าอยู่แล้ว”
จวินเจวี๋ยซางฟังเสียงของนางที่ห่างไกลออกไปจึงค่อยช้อนสายตามองตาม นางหมุนกายจากไปแล้ว หัวใจของเขาอดห่อเหี่ยวไม่ได้ ทันใดนั้นเขายืนนิ่ง ไม่แน่ใจความรู้สึกในหัวใจตนเองอยู่บ้าง
ด้านหนึ่งเขาไม่อยากใกล้ชิดนาง ไม่อยากมีความสัมพันธ์ใดกับนาง แต่ตอนฟื้นขึ้นมาและรู้ว่าสองสามวันมานี้นางคอยป้อนน้ำยาวิญญาณให้เขา คอยดูแลเขาตลอด หัวใจดวงนี้ก็สั่นคลอนอย่างควบคุมไม่อยู่
จิตมารกลายเป็นโรค เป็นเพราะในหัวใจเขามีนางถึงได้เกิดจิตมาร หากในใจไม่มีนาง ย่อชำระล้างจิตใจ ขจัดความต้องการ และไม่มีทางเกิดจิตมารก่อกวนอย่างแน่นอน
เพียงแต่เขาที่ไม่เคยมีความรักกลับปั่นป่วนไปเสียทุกอย่าง จิตใจว้าวุ่นจนไม่อาจเข้าใจได้โดยสิ้นเชิง ยิ่งไม่รู้ว่าตนเองควรทำอย่างไร
หวันเหยียนเชียนหวาจากมาแล้ว ข้างหูยังคงมีคำพูดของเขาดังก้องไปมา นางแค่นหัวเราะเสียงเย็นอย่างอดไม่ได้ เขาเห็นนางเป็นอะไรกัน คิดจะไล่ก็ไล่ คิดจะรั้งไว้ก็รั้งอย่างนั้นหรือ? นางหวันเหยียนเชียนหวาเป็นคนที่ถูกใครจับไปวางตรงไหนก็ได้ใช่หรือไม่?
นางหรี่ดวงตาคู่งามลง ริมฝีปากเม้มแน่น ในใจเกิดไฟโทสะขึ้นมา ฟื้นแล้วก็ดี ดูจากสภาพของเขาแล้ว พรุ่งนี้น่าจะทำอะไรได้ตามปกติ นางอยากจะดูนักว่าเมื่อถึงเวลาที่นางบังคับเขาแล้ว เขาจะยังมองนางด้วยใบหน้าเย็นชานั้นอีกหรือไม่?
จำต้องพูดว่าสำหรับนางแล้ว ตอนนี้นางอยากฉีกหน้ากากเซียนสูงส่งเย็นชาออกจากหน้าเขา อยากดูว่าหากหน้ากากที่สมบูรณ์แบบนั้นแตกร้าวแล้วจะเป็นอย่างไร อยากดูว่าเขาจะบ้าคลั่งเช่นกันหรือไม่ จะเสียกิริยาทั้งหมดเลยหรือไม่?
ผ่านไปอีกหนึ่งวัน จนกระทั่งช่วงเย็นของวันต่อมา หวันเหยียนเชียนหวาจัดการธุระในมือเสร็จแล้ว ตอนจะออกจากสำนักนางก็กลับไปอาบน้ำก่อนหนึ่งรอบ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเรือนที่จวินเจวี๋ยซางพักอยู่
ในเมื่อนางกำลังบังคับเขา ย่อมไม่อาจรอเขาฟื้นตัวโดยสมบูรณ์ เพราะเมื่อเขาฟื้นตัวโดยสมบูรณ์แล้ว นั่นย่อมจัดการอะไรๆ ได้ยากแล้ว ตอนนี้เขาฟื้นแล้ว ทั้งร่างกายยังค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นหลังจากได้พักฟื้นสองสามมาวันนี้ อืม อย่างน้อยก็ไม่มีทางเกิดอาการไร้เรี่ยวแรงอย่างที่นางกังวล
ฝ่ายจวินเจวี๋ยซางที่อยู่ในเรือนกำลังนอนหลับตาพักผ่อนอยู่บนเตียง ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ ยืนอยู่ข้างเตียงเพื่อถามอาการของเขา ถามไปจนถึงว่าต้องตามปรมาจารย์ยามาดูหน่อยหรือไม่
เขาที่พูดอยู่นานแล้วไม่เห็นหัวหน้าพรรคเอ่ยตอบอันใด ตอนที่กำลังคิดว่าต้องถามอีกครั้งหนึ่งไม่นั้น ก็เห็นอีกฝ่ายที่เดิมทีหลับตาอยู่พลันลืมตาขึ้น สายตาทอดมองออกไปข้างนอก
“หัวหน้าพรรค เป็นอะไรไปหรือ” ชายวัยกลางคนถาม ก่อนจะมองออกไปข้างนอกเช่นกัน เขาเห็นเพียงความว่างเปล่า “คุณหนูหวันเหยียนยังไม่มา” ความจริงแล้วเขาสงสัยมากว่าหัวหน้าพรรคฟื้นแล้ว หวันเหยียนเชียนหวาจะมาอีกหรือไม่
“เจ้าออกไปเถอะ!” จวินเจวี๋ยซางกล่าว จากนั้นก็หลับตาลงช้าๆ
เขารู้ นางมาแล้ว
……….
ตอนที่ 3389 อย่ารบกวน
ชายวัยกลางคนออกไปแล้ว ขณะเดียวกันก็ปิดประตูเรือนให้ด้วย ตอนออกมาถึงลานข้างนอก เขาก็เห็นหวันเหยียนเชียนหวายืนอยู่ตรงประตูลาน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เห็นดังนั้นแล้วเขาจึงยิ้มแล้วเดินเข้าไปทักทาย “คุณหนูหวันเหยียน ท่านมาแล้ว! หัวหน้าพรรคกำลังรอท่านอยู่!”
เมื่อฟังดังนั้น หวันเหยียนเชียนหวาก็ลอบยิ้มในใจ รอนางอยู่? หากรู้ว่านางมาทำอะไร เขาจะยังนอนรอนางอยู่บนเตียงหรือไม่?
ทันทีที่ข่มความประหลาดใจเอาไว้ได้ นางก็มองชายวัยกลางคนคราหนึ่ง “ข้าได้โอสถมาเม็ดหนึ่ง มันช่วยรักษาโรคจิตมารของเขาได้ เมื่อกินโอถแล้วข้าจะช่วยเขาโคจรปราณรักษา ช่วงนี้ไม่อาจรบกวน เจ้าคอยอยู่ข้างนอก หากข้าไม่ออกมา ห้ามเจ้าเข้ามาในเรือนแม้แต่ครึ่งก้าว ห้ามใช้จิตรับรู้สัมผัสเช่นกัน ไม่เช่นนั้นหากไม่ระวังแม้เพียงเล็กน้อย หัวหน้าพรรคของพวกเจ้ากับข้าอาจตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต”
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายวัยกลางคนพลันมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา “โอสถที่ภูตหมอหลอมขึ้นหรือ คุณหนูหวันเหยียนจัดการคนเดียวใช่หรือไม่ ต้องให้ข้าเข้าไปช่วยหรือไม่”
หวันเหยียนเชียนหวาเหลือบมองเขา “จิตมารของเขาเกิดขึ้นเพราะเจ้าหรือ”
“เอ่อ…ไม่ใช่” ชายวัยกลางคนชะงักไป ก่อนจะหัวเราะอย่างเก้ๆ กังๆ
“เช่นนั้นเจ้าจะช่วยอะไรได้” หวันเหยียนเชียนหวาชำเลืองมองอีกฝ่าย “เจ้าเพียงต้องเฝ้าอยู่ข้างนอก อย่าให้ใครเข้าใกล้แม้เพียงครึ่งก้าว อย่าให้ใครรบกวนพวกข้าก็พอ”
ชายวัยกลางคนฟังจบก็อดถามไม่ได้ “คุณหนูหวันเหยียน ใช้เวลานานหรือไม่”
ใช้เวลานานหรือไม่ ดวงตาของหวันเหยียนเชียนหวาทอประกายเล็กน้อย สีหน้าแปกพิกลอยู่บ้าง อีกทั้งมีร่องรอยของความลำบากใจเช่นกัน ไหนเลยนางจะรู้ว่าใช้เวลานานเท่าไร นั่นต้องดูความอึดและสภาพร่างกายของจวินเจวี๋ยซางแล้ว
เห็นนางมีสีหน้าแปลกๆ ชายวัยกลางคนเรียกอีกเสียงหนึ่ง “คุณหนูหวันเหยียน?”
หวันเหยียนเชียนหวากระแอมเสียงหนึ่ง คิดแล้วค่อยทำสีหน้าจริงจัง “น่าจะถึงพรุ่งนี้เช้ากระมัง! อย่างไรเสียเสร็จแล้วข้าจะออกมาเอง เจ้าเพียงเฝ้าอยู่ข้างนอกก็พอ”
“อ๋อ ได้ ข้าทราบแล้ว คุณหนูหวันเหยียนวางใจเถอะ! ข้าจะเฝ้าไว้ให้ดี จะไม่ให้คนเข้าใกล้แม้แต่ครึ่งก้าวจนรบกวนพวกท่าน” ชายวัยกลางคนรีบรับประกัน
“อืม ไปเถอะ!” หวันเหยียนเชียนหวากล่าว หลอกลวงคนได้แล้ว
เมื่อเห็นเขาเดินไปข้างนอกลานแล้ว นางจึงค่อยเข้าไปในลาน สองมือประสานกันตรงหน้า สร้างเขตอาคมเก็บเสียงชั้นหนึ่งให้ครอบคลุมเรือนทั้งหลังเอาไว้ จากนั้นค่อยเดินเข้าไปข้างใน
ด้วยระดับพลังของจวินเจวี๋ยซาง เขารู้สึกได้ทันทีว่าหวันเหยียนเชียนหวาสร้างเขตอาคมเก็บเสียง แม้แปลกใจอยู่บ้าง แต่ไม่คาดคิดว่าเรื่องที่นางจะทำกับเขาต่อจากนี้จะเป็นเรื่องอย่างว่า ตอนนี้เขากำลังคิดว่า ‘นางสร้างเขตอาคมเก็บเสียง หรือว่ามีอะไรอยากพูดกับเขา’
ประตูเรือนถูกเปิดออก หวันเหยียนเชียนหวาในชุดสีแดงเดินเข้ามา นางปิดประตูอย่างไม่คิดมาก แล้วเดินเข้าไปข้างในทันที มองเห็นคนที่นั่งอยู่บนเตียงกำลังมองมาที่นางอยู่
“วันนี้อาการเป็นอย่างไรบ้าง” หวันเหยียนเชียนหวาถาม ไม่ได้ก้าวไปข้างหน้า เพียงมาถึงข้างโต๊ะแล้วก็รินน้ำจอกหนึ่ง ครั้นเดินเข้าไปก็ยื่นจอกน้ำในมือให้เขา
จวินเจวี๋ยซางรับไว้ “ดีขึ้นมากแล้ว”
“อืม” หวันเหยียนเชียนหวาตอบรับ มองเขาครั้งหนึ่งก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ มือข้างหนึ่งเท้าคางพลางมองท้องฟ้าที่ยังไม่มืดสนิทข้างนอก
เห็นนางเข้ามาแล้วไม่พูดอย่างอื่น เอาแต่จ้องมองท้องฟ้าข้างนอก แววตาของจวินเจวี๋ยซางพลันวูบไหวเล็กน้อย เขาถามนางว่า “เจ้ามาที่นี่มีธุระอะไรหรือ”
หวันเหยียนเชียนหวาหันศีรษะมา ดวงตาคู่งามมองเขา น้ำเสียงนางเจือความเกียจคร้านอยู่หลายส่วน “อืม มีธุระ”
……….