เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3398 ไร้ยางอายเกินไปแล้ว / ตอนที่ 3399 ไม่ไป
ตอนที่ 3398 ไร้ยางอายเกินไปแล้ว
ในเรือนหลัก เฟิ่งจิ่วกำลังซบไหล่จวินเจวี๋ยซางพร้อมรอยยิ้ม ผ่านไปเนิ่นนานนางถึงจะหยุดยิ้ม ส่วนเซวียนหยวนโม่เจ๋อก็มองนางด้วยดวงตาสีดำขลับพร้อมกับอมยิ้มเช่นกัน
เมื่อครู่เฟิ่งจิ่วฟังข่าวที่หวันเหยียนเชียนหวาส่งมาให้นางแล้ว จึงกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อนึกถึงที่หวันเหยียนเชียนหวาบอกนางว่ากัดเขาจนเป็นรอยไปทั่ว อีกทั้งมีรอยเล็บข่วนอยู่ไม่น้อย นางก็ยิ้มออกมาอย่างอดไม่อยู่อีกครั้ง
“เฮ้อ ข้าหัวเราะจนเกือบตายแล้ว พี่สาวข้าบอกข้าแม้กระทั่งเรื่องพวกนี้ บอกเสียจนละเอียดยิบ เจ้าว่าถูกมัดจนเหมือนกับตัวอักษร 大 แล้ว จวินเจวี๋ยซางในตอนนั้นจะดูสิ้นหวังเพียงใด ฮ่าๆๆ ไม่ได้แล้ว แค่ข้านึกถึงภาพนั้นก็อยากจะหัวเราะแล้ว”
นางซบไหล่เขา ไม่อาจหยุดหัวเราะได้ ส่งเสียงดังไปทั่วลาน
“จวินเจวี๋ยซางผู้นั้นหานางไม่พบ เขาย่อมมาหาเจ้าแน่” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว
เฟิ่งจิ่วหยุดหัวเราะแล้ว ทว่ารอยยิ้มในดวงตายังไม่จางไป นางยิ้มบางๆ “เดิมทีพวกเราก็หารือกันว่าถึงเวลาต้องไปเขาสูงสุดแล้ว อีกทั้งบิดามารดาของห้าวเอ๋อร์ก็มาเยี่ยมทำให้ล่าช้าจากแผนการเดิมหลายวัน ตอนนี้น่าจะถึงเวลาออกเดินทางได้แล้ว”
ฟังดังนั้นแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อก็รู้เจตนาของนาง พยักหน้าทันที “อืม เช่นนั้นก็ไปกำชับพวกเหลิ่งหวาสักหน่อย แล้วพวกเราออกเดินทางกัน!”
“ได้” นางยิ้มกล่าว ยื่นมือไปกอดเขา “พวกประมุขเสวียนอู่พูดแล้วว่าจะไม่มีทางบังคับห้าวเอ๋อร์ให้กลับไปกับพวกเขา เมื่อจบเรื่องนี้แล้ว พวกเราพาห้าวเอ๋อร์กลับไปเยี่ยมพวกท่านปู่หน่อยเป็นอย่างไร!”
“อืม”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อตอบรับ สำหรับการต่อสู้บนเขาสูงสุดนั้น ตอนนี้เรียกได้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรเลย อย่างไรเสียสองสามวันนี้ประมุขเสวียนอู่ก็เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับประมุขเทียมฟ้าให้พวกเขารู้แล้วไม่น้อย ทำให้พวกเขาเข้าใจมากยิ่งขึ้น ความมั่นใจก็มีมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
พวกเขาบอกว่าจะออกเดินทางไปเขาสูงสุด เมื่อถึงเวลากลางคืนก็จะออกเดินทางทันที ทำเช่นนี้จะได้ไม่ทำให้คนอื่นๆ ในเมืองแตกตื่น จากไปอย่างเงียบเชียบ
เที่ยงวันของวันต่อมาหลังจากพวกเขาไปแล้ว จวินเจวี๋ยซางก็มาเยือนถึงจวน เพียงแต่มาถึงจวนแล้วกลับเหลือเพียงคนจำนวนหนึ่งอยู่ในจวนเท่านั้น ส่วนพวกเฟิ่งจิ่ว รวมถึงพวกประมุขเสวียนอู่ออกเดินทางไปยังเขาสูงสุดด้วยกันแล้ว
ครั้นรู้ว่าพวกเขาไปเขาสูงสุด จวินเจวี๋ยซางย่อมต้องตามไป หวันเหยียนเชียนหวาผู้นั้นราวกับหายตัวไป นางต้องใช้วิธีจำพวกค่ายกลเคลื่อนย้ายเป็นแน่ มีเพียงทำเช่นนั้นถึงทำให้ไม่พบร่องรอยที่เกี่ยวข้องกับนางเลยแม้สักนิด
ในเมื่อไม่รู้ว่านางไปที่ไหน เช่นนั้นก็มีเพียงค้นข้อมูลมาจากเฟิ่งจิ่ว ยิ่งไปกว่านั้นโอสถในคืนนั้นก็เกี่ยวข้องกับเฟิ่งจิ่วเช่นกัน เขาไม่เชื่อว่าเฟิ่งจิ่วจะไม่รู้เรื่องของหวันเหยียนเชียนหวา
พวกเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วมุ่งหน้าไปยังเขาสูงสุด โม่เฉินและพวกกวนสีหลิ่นย่อมตามไปด้วย ฝ่ายประมุขเสวียนอู่และภรรยาก็ไปถึงตีนเขาด้วยพราะเป็นห่วงห้าวเอ๋อร์
จวินเจวี๋นซางผู้นั้นตามพวกเฟิ่งจิ่วไปยังเขาสูงสุด พวกเขาแต่ละคนเป็นบุคคลที่เก่งกาจ อีกทั้งพลังของพวกเขาก็ล้วนแต่น่าตื่นตะลึง วันนี้พอมารวมกลุ่มอยู่ด้วยกัน ประมุขเทียมฟ้าก็รู้ข่าวนี้แทบจะในทันที
เทียบกับคนอื่นแล้ว เขานั้นคิดมากซับซ้อน ด้วยเหตุนี้จึงเข้าใจผิดคิดไปว่าคนเหล่านั้นไปที่นั่นเพราะจะช่วยเหลือเซวียนหยวนโม่เจ๋อ อยากถือโอกาสนี้ลงมือหลังจากเขาต่อสู้กับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ถึงเวลานั้นต่อให้เขาจะเอาชนะได้ ก็เกรงว่าจะไม่อาจรอดชีวิตกลับมาได้เช่นกัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น ประมุขเทียมฟ้าพลันกำหมัดแน่นด้วยความชิงชัง ก่อนจะทุบกำปั้นลงอย่างแรง “คนพวกนั้นไร้ยางอายเกินไปแล้ว!”
……….
ตอนที่ 3399 ไม่ไป
ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นดังนั้นก็ถามขึ้น “ประมุข เมื่อถึงเวลาต่อสู้บนเขาสูงสุดแล้ว ประมุขยังจะไปอยู่หรือไม่”
“ไป? เจ้าไม่ได้ยินสายลับเงารายงานหรือ พวกเซวียนหยวนโม่เจ๋อรวมพลคนไปเขาสูงสุดด้วยกันตั้งไม่รู้เท่าไร เซวียนหยวนโม่เจ๋อเป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพแล้ว หากมีเพียงเขาข้าย่อมจัดการได้สบาย ทว่าแม้แต่เฟิ่งจิ่วก็ไปด้วย ทั้งเสวียนอู่และศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ตำหนักศักดิ์สิทธิ์ก็ไปด้วยเช่นเดียวกัน เจ้ามองไม่ออกหรือว่าพวกเขาเตรียมจะซุ่มโจมตี”
เขาพูดด้วยความเกลียดชัง แววตาแฝงไว้ด้วยเพลิงโทสะ “หากข้าไปจริง ถึงตอนนั้นไม่ว่าแพ้หรือชนะล้วนไม่อาจมีชีวิตรอดออกมาจากที่นั่น! คนพวกนั้นซุ่มจู่โจมอยู่ที่นั่นกันหมด แล้วข้าจะนิ่งดูดายได้อย่างไร”
เมื่อฟังจบแล้ว ชายวัยกลางคนก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางไปร่วมการต่อสู้ที่เขาสูงสุด เพียงแต่เขาประกาศออกไปแล้ว หากตอนนี้ไม่ไปก็เหมือนกับว่า…
ชายวัยกลางคนไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงก้มหน้ายืนอยู่เช่นนั้น
ประมุขเทียมฟ้าใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมองชายวัยกลางคนที่ยืนก้มหน้านิ่งๆ และกล่าวเสียงทุ้มว่า “ไป! ให้คนที่ซ่อนตัวอยู่ถอนกำลังกลับมา!”
“ขอรับ” ชายวัยกลางคนตอบรับ คารวะครั้งหนึ่งแล้วรีบหมุนกายออกไป
อีกด้านหนึ่ง พวกเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ไม่รู้ว่าประมุขเทียมฟ้าไม่คิดจะมาต่อสู้ บัดนี้กำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่กลางป่า กองไฟลุกโชน กลิ่นหอมเนื้อตลบอบอวล
พวกเขาไม่เหมือนกับจะเดินทางไปต่อสู้ ไม่มีใครมีสีหน้าเครียดเกร็งหรือเป็นกังวล จะมีก็แต่ความผ่อนคลายและมีความสุข โดยเฉพาะการเดินทางครั้งนี้มีห้าวเอ๋อร์ร่วมทางมาด้วย เด็กชายเพิ่งเคยเดินทางไกลกับพวกเขาเช่นนี้เป็นครั้งแรก ระหว่างทางย่อมเบิกบานใจมากอย่างชัดเจน
ประมุขเสวียนอู่และภรรยาเดินทางมาด้วย ข้างหลังติดตามมาด้วยผู้คุ้มกัน พวกเขาต้องการใช้เวลาร่วมกับห้าวเอ๋อร์ อย่างไรเสียอีกเดี๋ยวหลังจากจบการต่อสู้ระหว่างเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับประมุขเทียมฟ้า ห้าวเอ๋อร์ก็จะตามพวกเฟิ่งจิ่วไปยังราชวงศ์เฟิ่งหวงที่โลกเบื้องล่างแล้ว
ถึงตอนนั้นพวกเขาอยากพบเขาสักครั้งย่อมยากกว่านี้ ดังนั้นใช้เวลาอยู่ด้วยกันตอนที่ยังมีโอกาสดีกว่า
ตลอดหลายวันมานี้ เฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อปฏิบัติต่อห้าวเอ๋อร์อย่างไร พวกเขาล้วนเห็นอยู่ในสายตาและจำต้องยอมรับว่าถึงแม้เด็กชายจะได้เติบใหญ่อยู่ข้างกายพวกเขา ก็ใช่ว่าพวกเขาจะสามารถสอนให้อีกฝ่ายเป็นเด็กดีได้ถึงเพียงนี้
นอกจากนี้พวกเขารู้ว่าพวกเฟิ่งจิ่วรักบุตรชายพวกตนจากใจจริง เลี้ยงดูห้าวเอ๋อร์เฉกเช่นบุตรชายแท้ๆ เด็กชายอายุน้อยขนาดนี้ พวกเขายังช่วยทำพันธสัญญากับหมาป่าหิมะระดับสัตว์เทพ เช่นนี้แล้วต่อให้เขาต้องอยู่ข้างนอกตามลำพัง ทว่ามีสัตว์เทพคอยปกป้องก็ไม่น่าจะพบเจอปัญหาอะไร
เห็นพวกเขาปฏิบัติต่อบุตรชายตนด้วยความจริงใจ ก็ให้รู้สึกดีใจมาก ตอนนี้เห็นบุตรชายเติบใหญ่ได้เป็นอย่างดีย่อมวางใจลงได้เช่นกัน แม้บุตรชายจะไม่ได้โตเป็นหนุ่มอยู่ข้างๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะพวกตนรู้ว่าเด็กชายอยู่กับพวกเฟิ่งจิ่วแล้วดีกว่า
“ท่านพ่อ ท่านแม่ นี่เป็นผลไม้ที่ข้ากับท่านอาเหลิ่งหวาเก็บกลับมา หวานมาก ท่านลองชิมดูเถอะ” ห้าวเอ๋อร์หอบผลไม้กองหนึ่งกลับมา ก่อนจะยื่นให้กับเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อจำนวนหนึ่ง
“ได้” เฟิ่งจิ่วกล่าวก่อนจะยิ้มและรับไว้ เซวียนหยวนโม่เจ๋อก็ยื่นมือไปรับมาเช่นกัน
เฟิ่งจิ่วนำน้ำออกมาล้างผลไม้เล็กน้อย ก่อนค่อยๆ กัดคำหนึ่ง จากนั้นจึงพยักหน้าพูดว่า “อืม หวานมาก อร่อยมาก”
เมื่อได้ยินดังนั้น ห้าวเอ๋อร์พลันแย้มยิ้มออกมาด้วยความปีติ จากนั้นจึงเดินไปทางสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ “ท่านพ่อ ท่านแม่ ผลไม้พวกนี้มอบให้พวกท่านกิน” อยู่ด้วยกันมาหลายวันแล้ว เขาเริ่มใกล้ชิดกับพวกเขาขึ้นมาก เพียงแต่ยังเทียบกับท่านพ่อกับท่านแม่ของเขาไม่ได้
ในใจของเขานั้น ท่านพ่อท่านแม่เป็นบุคคลที่ไม่มีใครแทนที่ได้ ต่อให้เป็นบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเขาก็ตาม
……….