เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3452 ไม่เหมือนกัน / ตอนที่ 3453 ลองถาม
ตอนที่ 3452 ไม่เหมือนกัน
เฟิ่งจิ่วเดินเร็วท่ามกลางความมืด ทว่าหลังจากผ่านไปพักหนึ่งแล้ว นางก็รู้สึกได้ว่ามีคนตามมาข้างหลัง ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนทิศทางที่จากเดิมต้องการไปเวิ้งสวนท้อ นำทางคนที่อยู่ข้างหลังเดินวนกลางเมือง จนกระทั่งสลัดคนที่ตามมาได้สำเร็จ
นางที่ยืนอยู่ในที่ลับมองเงาร่างสีขาวท่ามกลางความมืดสายนั้น อดยิ้มที่มุมปากไม่ได้ คิดไม่ถึงเลยว่าจวินเจวี๋ยซางจะตามออกมา แต่นางจะให้เขาตามไปพบพี่สาวนางในเวลานี้ได้อย่างไรเล่า
เห็นเขาวิ่งวนอยู่กลางเมืองและตอนเปลี่ยนทิศทาง นางจึงค่อยกระตุ้นปราณมุ่งหน้าไปยังเวิ้งสวนท้อ…
หวันเหยียนเชียนหวาในเวิ้งสวนท้อกำลังนอนอย่างเกียจคร้าน มองท้องฟ้ายามค่ำคืน มือหนึ่งของนางลูบท้อง บนใบหน้ามีความอ่อนโยนให้เห็นอย่างหาได้ยาก
นางเหม่อมองท้องฟ้า เท่านี้ก็ง่วงนอนได้ง่ายมาก ขณะที่นางกำลังหาวและง่วงสุดขีด กลับได้ยินเสียงของเฟิ่งจิ่วดังมาจากข้างนอก
“ท่านพี่”
ได้ยินเสียงเรียกแล้ว แววตาของนางพลันวูบไหว ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก เห็นเฟิ่งจิ่วในชุดสีแดงทั้งตัวเดินมาพร้อมรอยยิ้มสดใส ครั้นเห็นว่าเป็นเฟิ่งจิ่ว หวันเหยียนเชียนหวาก็เอ่ยขึ้น “เจ้ามาได้เสียที”
“ท่านพี่คิดถึงข้าหรือ” เฟิ่งจิ่วเดินไปข้างหน้าขณะยิ้มกว้าง สายตาจับจ้องท้องที่นูนขึ้นของอีกฝ่าย แววตาเป็นประกายอย่างอดไม่อยู่ “ท้องโตขนาดนี้แล้ว ท่านพี่ตั้งครรภ์ลำบากหรือไม่”
ฟังแล้วหวันเหยียนเชียนหวาก็ลูบท้อง แววตาเกิดประกายอันอ่อนโยน “สตรีคนใดตั้งครรภ์แล้วไม่ลำบากบ้าง” นางจูงมือเฟิ่งจิ่ว “กลางคืนอากาศหนาว ไปเถอะ เข้าไปคุยกันในเรือน” นางพูดพลางพาเฟิ่งจิ่วเดินเข้าไปข้างใน
“เฟิ่งจิ่วมาหรือ” หวันเหยียนสือซานโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ พอเห็นเฟิ่งจิ่วก็ยิ้มร่าเข้ามาใกล้ “เจ้ามาแล้ว”
“ข้านำมื้อดึกมาให้พวกท่านด้วย” เฟิ่งจิวกล่าวพลางยิ้มให้เขา บอกให้เขาเข้ามาด้วยกัน
ในห้อง คนทั้งสามนั่งล้อมโต๊ะ เฟิ่งจิ่วนำรังนกออกมาจากในห้วงมิติ กล่าวกับหวันเหยียนเชียนหวาว่า “ท่านพี่ ท่านตั้งครรภ์อยู่ต้องกินรังนกสักหน่อย ดีต่อลูกและท่านยิ่งนัก”
“ได้กินตอนอยู่ที่บ้าน แต่ระหว่างทางมานี้ไม่ได้ตุ๋นกินเท่าไร กอปรกับคนที่เฝ้าอยู่ที่นี่ก็คือองครักษ์ตระกูลเฟิ่งจำนวนหนึ่ง ของที่กินกลับธรรมดาทั่วไป วันนี้ท่านอาสือซานยังบอกอยู่เลยว่าจะไปหาแม่ครัวมา กระนั้นเพราะเห็นพวกเจ้ากลับมา จึงลืมเรื่องห้องครัวไปเสียสนิท” หวันเหยียนเชียนหวากล่าวพลางชำเลืองมองหวันเหยียนสือซานที่กำลังตักรังนก
หวันเหยียนสือซานวางรังนกชามหนึ่งตรงหน้าหวันเหยียนเชียนหวา พร้อมกับพูดกับเฟิ่งจิ่วว่า “เดิมทีข้าอยากให้องครักษ์ตระกูลเฟิ่งที่เฝ้าอยู่ที่นี่ไปจัดการ แต่เจ้ามาพอดี เจ้าหาให้สักคนเป็นอย่างไร”
“ได้ กลับไปแล้วข้าจะส่งมาสองคน” เฟิ่งจิ่วเอ่ย ก่อนจะบอกให้พวกเขารีบกินหน่อย
นางใช้มือหนึ่งเท้าแก้มมองหวันเหยียนเชียนหวา หลังจากรอนางกินรังนกเสร็จแล้วค่อยยิ้มกล่าว “ท่านพี่ จวินเจวี๋ยซางตามกลับมาด้วย เมื่อครู่นี้ข้าออกมากลับถูกเขาล่วงรู้ทั้งยังตามข้ามาอีกด้วย แต่ข้าสลัดเขาทิ้งไปแล้ว”
เมื่อได้ฟังดังนั้น หวันเหยียนเชียนหวาย้ายรังนกที่กินเสร็จแล้วไปข้างๆ เช็ดปากก่อนมองไปทางเฟิ่งจิ่ว “ข้ากำลังอยากถามเจ้าพอดี! เจ้าคิดอย่างไร เหตุใดเขาจึงตามมา มาถึงที่นี่แล้วหากพบหน้ากันจะทำอย่างไร ตอนนี้ข้าอยู่ในสภาพนี้ หากเขาเห็นเขาแล้วจะยังใช้ได้อยู่หรือ”
“ท่านพี่ ท่านคงยังไม่รู้ ตั้งแต่ท่านขืนใจเขา ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเมื่อก่อน” เฟิ่งจิ่วเม้มปากยิ้ม ส่วนหวันเหยียนสือซานที่อยู่ข้างๆ กระแอมเสียงเบาคราหนึ่ง
……….
ตอนที่ 3453 ลองถาม
เขากระแอมเสร็จก็มองคนทั้งสอง หมดคำจะกล่าวอยู่บ้าง “สตรีอย่างพวกเจ้าสองคนเห็นข้าเป็นบุรุษคนหนึ่ง อีกทั้งยังพูดเรื่องขืนใจอะไรนั่นต่อหน้าผู้อาวุโสเช่นนี้ ไม่รู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะสมบ้างหรือ”
ฟังดังนั้นทั้งสองคนก็มองหน้ากัน ยิ้มพลางกล่าว “เช่นนั้นไยท่านไม่ไปพักผ่อนก่อนเล่า พวกข้ายังมีเรื่องต้องคุยกันอีกนานมาก!”
หวันเหยียนสือซานเห็นดังนั้นพลันพยักหน้า “ดีเหมือนกัน พวกเจ้าไม่ได้พบกันมานาน คุยกันไปเถอะ! ข้าจะไปนอนก่อนแล้ว” พูดจบเขาก็ลุกขึ้น สะบัดมือเดินออกไปข้างนอก
คืนนี้เฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนเชียนหวาสองคนคุยกันตลอดทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าเริ่มสว่าง เฟิ่งจิ่วจึงค่อยออกจากเวิ้งสวนท้อ มุ่งหน้ากลับสู่จวนตระกูลเฟิ่ง
ตอนนางกลับถึงในลานของจวน พลันเห็นจวินเจวี๋ยซางในชุดสีขาวดื่มสุราอยู่ในลานเรือนของนาง นางเห็นแล้วหัวเราะเสียงเบาก่อนถาม “เหตุใดมาดื่มสุราที่เรือนของข้าตั้งแต่เช้าเช่นนี้”
จวินเจวี๋ยซางมองนาง ถามว่า “เจ้าไปพบนางมาหรือ”
“ใคร” เฟิ่งจิ่วแสร้งโง่ถาม
“นอกจากหวันเหยียนเชียนหวาแล้วยังมีใครอีก” จวินเจวี๋ยซางพูด มองนางแล้วถาม “นางอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่ อยู่ที่ไหน เจ้าคิดจะซ่อนนางอีกนานเท่าไร”
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วยิ้ม “คำพูดนี้ไม่ถูกต้องแล้ว พี่สาวข้าไม่ใช่คนที่ข้าจะซ่อนไว้ได้” นางเดินไปนั่งลงที่ข้างโต๊ะ เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “เพียงแต่นางยังไม่อยากพบเจ้า ต่อให้เจ้าไปพบนางก็ไม่มีประโยชน์”
“ดังนั้นนางอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่” จวินเจวี๋ยซางตาเป็นประกายอยู่บ้าง
“อือฮึ” นางตอบรับเสียงเบา ในแววตามีแต่รอยยิ้ม “เจ้าหานางไม่พบหรอก ต่อให้หาพบก็ไม่มีทางได้เจอนาง พักอยู่ที่นี่ก่อนเถอะ! ยังไม่ถึงเวลา”
จวินเจวี๋ยซางถือจอกสุราไว้ในมือ น้ำเสียงเจือแววโกรธเกรี้ยว “นางยังไม่อยากพบข้า? เป็นใครกันแน่ที่ทำเรื่องผิดกับคนอื่น”
เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้วหลังฟังจบ กล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “เจ้าเอาเปรียบพี่สาวข้าแล้ว อย่างไรเสียอายุเท่านี้ก็ใช่ว่าชราธรรมดา อีกทั้งนางชอบพอเจ้าเช่นกัน หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นอาจเป็นไปไม่ได้”
จวินเจวี๋ยซางสะอึก ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เพียงมองนางคราหนึ่งแล้วดื่มสุราในจอกจนเกลี้ยง
“ข้าไม่ได้นอนทั้งคืน! ต้องกลับห้องไปนอนก่อนแล้ว เจ้าก็ตามสบายเถอะ!” นางยืนขึ้นแล้ว หาวก่อนเดินเข้าไปในห้อง
จวินเจวี๋ยซางมองนางจากไป ถอนสายตากลับมาอย่างเย็นชา เขานั่งอยู่ในลานครู่หนึ่งแล้วค่อยลุกขึ้น จากนั้นเดินออกจากเรือนไป แท้จริงแล้วเฟิ่งจิ่วซ่อนนางไว้ที่ไหนกัน?
ผ่านไปอีกเดือนหนึ่ง ในจวนตระกูลเฟิ่งช่วยพวกเฟิ่งจิ่วเลือกวันแต่งงานแล้ว แต่ช่วงนี้นางนอกจากหมกตัวอยู่ในจวนแล้ว ก็มีเพียงไปพบพี่สาวนางที่เวิ้งสวนท้อ
หลายวันที่อยู่ในจวนนี้ เยี่ยจิงพาบุตรมาอยู่เป็นเพื่อนบ่อยครั้ง ระหว่างนี้จึงไม่น่าเบื่อเลย เพียงแต่ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือน นางรู้สึกคิดถึงเซวียนหยวนโม่เจ๋ออยู่บ้าง
หลังจากเลือกวันมงคลแล้ว นางใช้วิธีส่งข่าวบอกวันมงคลกับเขา ไม่รู้เลยว่าเขาจะกลับมาตอนไหน
ตอนนางเหม่อลอยคิดถึงเรื่องนี้อยู่ในเรือน ในสวนดอกไม้ข้างหน้า จวินเจวี๋ยซางกำลังวางหมากร่วมกับกวนสีหลิ่น ฝ่ายกวนสีกลิ่นถือตัวหมากคิดอยู่นานมากก่อนวางลง กระนั้นจวินเจวี๋ยซางที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเพียงมองคราเดียวแล้วก็วางตัวหมาก เมื่อถึงตากวนสีหลิ่น เขาคิดพลางมุ่นคิ้วเป็นปม
เห็นดังนั้นแล้วจวินเจวี๋ยซางแววตาวูบไหว ถามพร้อมใบหน้าเรียบนิ่ง “ข้าอยู่ที่เมืองนี้มาแล้วหนึ่งเดือน ไม่เห็นมีสถานที่สงบเงียบที่อื่นเลย”
……….