เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3484 หักปีก / ตอนที่ 3485 ประมือ
ตอนที่ 3484 หักปีก
ข้างโต๊ะหินข้างนอก ประมุขเทียมฟ้าและเจ้าแห่งบัวดำสองคนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน กำลังปรึกษาหารือ
ตอนประมุขเทียมฟ้าเห็นพลังของเจ้าแห่งบัวดำ แววตาพลันหดตัวเบาๆ ไม่กล้าดูถูกคนคนนี้เลยสักนิด จากผู้ฝึกบำเพ็ญธรรมดาคนหนึ่งจนเป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพตอนนี้ พลังของอีกฝ่ายไม่อาจกังขาได้
นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่อีกฝ่ายครอบครองบัวดำไว้อีก เหมือนกับที่เขาไม่คาดคิดว่าเฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อจะอยู่ในระดับราชันเทพเช่นเดียวกับเขาได้ภายในเวลาอันสั้น คนที่ถูกเรียกว่าเจ้าแห่งบัวดำคนนี้ เมื่อก่อนเขาก็ไม่เคยมองอยู่ในสายตาเช่นเดียวกัน
ทว่าตั้งแต่เขาเข้าสู่ระดับราชันเทพ กลายเป็นคนที่มีระดับพลังเทียบเคียงกับตน ก็ไม่อาจดูถูกได้โดยสิ้นเชิง ต้องเรียกว่าไม่สามารถดูถูกได้เลยด้วยซ้ำ
“ได้ยินชื่อของประมุขเทียมฟ้ามานานแล้ว วันนี้ได้พบหน้า ไม่ธรรมดาจริงดังคาด” ประมุขบัวดำกล่าวทักทาย
“ประมุขบัวดำเองก็เช่นกัน เพียงไม่กี่ปีก็มาถึงระดับขั้นที่สูงขนาดนี้ได้แล้ว เจ้าต่างหากที่ไม่ธรรมดาจริงๆ” ประมุขเทียมฟ้ากล่าวเช่นกัน ก่อนยิ้มตอบว่า “ข้าเคยประมือกับพวกเฟิ่งจิ่วอยู่หลายครั้ง ทว่าไม่เคยได้เปรียบ วันนี้มีประมุขบัวดำคอยช่วยเหลือ พวกเขาต้องไม่กล้าเหิมเกริมแน่นอน!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ประมุขบัวดำเพียงยกน้ำชาตรงหน้าขึ้นจิบคำหนึ่ง “ข้าได้ยินมาว่าพวกเขากำลังจะแต่งงานกัน? ไม่ทราบว่าประมุขเทียมฟ้ามีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร”
“พวกเฟิ่งจิ่วมีความสัมพันธ์อันดีกับประมุขเสวียนอู่อยู่บ้าง นอกจากนี้บุตรชายของประมุขเสวียนอู่ก็เป็นบุตรบุญธรรมของเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อด้วย หากลงมือกับพวกเขา ประมุขเสวียนอู่ไม่มีทางนิ่งดูดายเป็นแน่ พวกเขาทั้งสามคนเป็นผู้แข็งแกร่งในระดับราชันเทพ ข้าไม่กล้าประมาทจริงๆ ข้ามองว่าต่อให้อยากลงมือกับพวกเขา ก็ไม่อาจเลือกเวลาตอนที่พวกเขาแต่งงานกันได้”
พอประมุขเทียมฟ้าพูดถึงพวกเฟิ่งจิ่ว จิตสังหารเย็นชาในดวงตาย่อมไม่อาจปิดบังไว้ได้ แม้เขาจะไม่อยากเห็นพวกเขาทั้งสองแต่งงานกันแค่ไหน กลับจำต้องพูดว่าไม่สามารถลงมือในงานได้โดยสิ้นเชิง
หากเลือกลงมือในเวลานั้น ก็เท่ากับว่าไม่มีหัวคิดเกินไปแล้ว
“ในเมื่อไม่เหมาะจะลงมือในเวลานั้น มิสู้เลือกลงมือหลังจากพวกเขาแต่งงานได้ครึ่งเดือนแล้วเป็นอย่างไร ตอนนั้นคนที่ไปร่วมอวยพรน่าจะกลับไปกันหมดแล้ว” ประมุขบัวดำกล่าว สายตาเยือกเย็นทอประกายดำมืด ไม่รู้เช่นกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“อยากลงมือที่โลกเบื้องล่างหรือโลกเบื้องบน” ประมุขเทียมฟ้าถาม
“อ๊ะ! ไม่ว่าโลกเบื้องบนหรือโลกเบื้องล่าง ตอนนี้ล้วนเป็นโลกที่ปกคลุมไปด้วยจิตวิญญาณของพวกเขาแล้ว ลงมือกับพวกเขาที่นี่ นั่นก็มีแต่จะส่งผลดีต่อพวกเรา”
ประมุขบัวดำกล่าว สายตาดุร้ายหรี่ลง “ในเมื่อพลังของพวกเขาปกคลุมอยู่ ทั้งยังมีผู้สนับสนุนและคุ้มครองอยุ่มากมาย เช่นนั้นพวกเราก็ตัดขาดการช่วยเหลือเหล่านั้นของพวกเขาเสีย! ให้พวกเขาต่อสู้ตามลำพัง”
ฟังดังนั้นแล้ว แววตาของประมุขเทียมฟ้าวูบไหวเล็กน้อย “ไม่ทราบว่าประมุขบัวดำมีแผนการอย่างไร” ต้องการหักปีกของเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ไหนเลยจะง่ายดายปานนั้น แต่ฟังจากที่เขาพูดแล้ว หรือว่ามีแผนการอะไรบางอย่าง?
“พูดมากไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อถึงเวลาแล้วย่อมรู้เอง” เขาพูดพลางมองประมุขเทียมฟ้า “ระหว่างนี้ข้าอยากตามหาประมุขมาร”
“ตามหาเขา? หลังจากพ่ายแพ้ให้กับพวกเฟิ่งจิ่วในปีนั้น เขาก็หายตัวไปจากโลกเบื้องบน หลายปีมานี้ไม่ปรากฏตัว อยากตามหาเขาคงไม่ง่าย”
……….
ตอนที่ 3485 ประมือ
ประมุขเทียมฟ้าพูดแล้วเงียบเสียงไปครู่หนึ่ง จากนั้นมองอีกฝ่ายพลางกล่าวต่อว่า “ปีนั้นเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฟิ่งจิ่ว ตอนนี้ยิ่งไม่น่าใช่ ตามหาเขาแล้วจะมีประโยชน์อะไร”
ในฐานะที่เป็นประมุขคนหนึ่ง การสร้างอาณาเขตเป็นเรื่องสำคัญ พูดตามตรงว่าเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับประมุขมารคนนั้น ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเพิ่มพลังจนถึงขั้นที่เป็นคู่ต่อสู้ของเฟิ่งจิ่วได้ภายในเวลาอันสั้น ในเมื่อเป็นคนไร้ประโยชน์ แล้วจะยังมีประโยชน์อะไรได้อีก?
“ขอเพียงเจ้าตามหาเขาก็ใช้ได้แล้ว มีประโยชน์หรือไม่ข้าจะตัดสินเอง” ประมุขบัวดำเอ่ย สิ่งที่พูดออกจะบ้าคลั่งอยู่บ้าง เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เห็นประมุขเทียมฟ้าอยู่ในสายตาเลย
ประมุขเทียมฟ้าฟังถึงตรงนี้ สีหน้าเขาพลันเคร่งขรึมขึ้น มองประมุขบัวดำพลางหัวเราะเสียงเย็นชา “ประมุขบัวดำมั่นใจเสียจริง หรือเจ้าคิดว่าข้าเองก็เป็นคนต่ำต้อยกว่าเจ้า ต้องฟังคำสั่งของเจ้าด้วยใช่หรือไม่”
เขาเป็นประมุขผู้ยิ่งใหญ่ มีอำนาจในดินแดนหนึ่ง ครองตำแหน่งนี้มานานหลายปี ย่อมไม่อาจถูกประมุขที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับราชันเทพคนหนึ่งออกคำสั่งได้ หากวันนี้เขาพยักหน้าตกลงจริงๆ วันหลังคงต้องฟังคำอีกฝ่ายตลอด ถือคำพูดของอีกฝ่ายเป็นใหญ่ใช่หรือไม่ แล้วนั่นเขาจะยังมีเกียรติอยู่ได้อย่างไร?
ประมุขบัวดำเผยรอยยิ้มเย็นชา แววตาคมปลาบดุจกระบี่ทอดมองอีกฝ่าย “ข้าไม่เคยเห็นพลังของประมุขเทียมฟ้ามาก่อน มิสู้พวกเราประมือกันสักครั้งเป็นอย่างไร”
ครั้นฟังดังนั้น ในดวงตาของประมุขเทียมฟ้าพลันปรากฏแววประหลาดใจ คนที่เพิ่งเข้าสู่ระดับราชันเทพกล้าท้าประลองกับเขาหรือนี่? คิดว่าตนเองจะเหนือกว่าเขาหรืออย่างไร?
สายตาหยั่งเชิงพิจารณาอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ทว่ากลับมองอะไรไม่ออก แต่เขาเองรู้ว่าผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพเหมือนกันสองคน อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังไม่เคยสานสัมพันธ์กันมาก่อน นั่นมีแต่จะสู้กันเพื่อเอาชนะ พวกเขาต้องรับมือกับเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อ หลังจากนี้ต้องร่วมมือกันอย่างแน่นอน ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนคนฟังคำพูดของอีกคนหนึ่ง ไม่เช่นนั้นต่อไปคงเกิดเรื่องขึ้นไม่น้อย
หลังจากพิจารณาดูแล้ว ประมุขเทียมฟ้าก็ลุกขึ้นยืน “ดี! ข้าอยากทดสอบความสามารถของประมุขบัวดำเช่นเดียวกัน!” เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะมีความสามารถมากถึงเพียงไหน
“เชิญ!” ประมุขบัวดำลุกขึ้นยืน ก่อนผายมือเชื้อเชิญ
ประมุขเทียมฟ้าเห็นดังนั้นแล้วก็ไพล่มือเดินไปข้างนอก ประมุขบัวดำตามมาถึงข้างนอกเช่นกัน ตอนพวกเขามาถึงข้างนอก เหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญเหล่านั้นต่างก็แหวกทางให้โดยปริยาย ทว่าตอนพวกเขากำลังคิดว่านายท่านตนกำลังจะส่งประมุขเทียมฟ้ากลับไปนั้นเอง กลับได้ยินเสียงของนายท่านดังขึ้น
“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าจะประมือกับประมุขเทียมฟ้าสักครา”
ครั้นฟังจบ ผู้ฝึกบำเพ็ญชุดดำทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะสบตากัน ประมือกับประมุขเทียมฟ้า? นายท่านของพวกเขาจะชนะได้หรือ? แม้ในใจจะกังขา ทว่าพวกเขาก็ยังคงถอยห่างออกไปไกล
การต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพ แค่แรงกดดันก็ทำให้พวกเขาคุกเข่าจนไม่อาจลุกขึ้นได้แล้ว ย่อมไม่กล้าปรากฏตัวในสถานที่ที่พวกเขาต่อสู้กัน
พื้นที่กว้างขวางว่างเปล่าแล้ว ประมุขเทียมฟ้าและประมุขบัวดำมาถึงตรงกลางที่ว่าง ปราณบนกายทั้งสองคนปะทุขึ้นหลังจากนั้น เงาร่างสองสายกระโจนออกไปราวกับแสงสายฟ้าโดยพลัน กระแสปราณปั่นป่วนกลางอากาศ ทั้งยังคมปลาบน่าพรั่นพรึงไม่ต่างจากดาบอันคมกริบ
สวบ!
ฮูม!
เงาร่างสองสายขยับไหว พายุทรายพัดกระพือรอบด้าน กระแสปราณและแรงกดดันมหาศาลตลบอบอวลกลางอากาศ ไอสังหารน่ากลัวโหมกระหน่ำ ทำให้สัตว์ร้ายจำนวนหนึ่งที่อยู่กลางป่าสัมผัสถึงได้ ต่างพากันหลบหนีจ้าละหวั่น
……….