เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3506 แผ่นดินใหญ่เทียมฟ้า / ตอนที่ 3507 โลกของสองคน
- Home
- เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
- ตอนที่ 3506 แผ่นดินใหญ่เทียมฟ้า / ตอนที่ 3507 โลกของสองคน
ตอนที่ 3506 แผ่นดินใหญ่เทียมฟ้า
โม่เฉินมองเขา สีหน้าคร่ำเคร่ง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าพลังบัวดำของประมุขบัวดำร้ายกาจเพียงใด ต่อให้เป็นเฟิ่งจิ่วก็ต้านทานไม่ได้”
แววตาของเหลิ่งหวาวูบไหวเล็กน้อย ไม่ได้เอ่ยวาจา
“อย่าว่าแต่เฟิ่งจิ่วต้านทานไม่ได้เลย แม้แต่นางกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อร่วมมือกัน ก็ไม่อาจมั่นใจเต็มที่ได้ว่าจะจัดการพวกเขาได้ โดยเฉพาะศัตรูของพวกเขาไม่ใช่แค่ประมุขบัวดำเพียงคนเดียว หากประมุขบัวดำร่วมมือกับประมุขเทียมฟ้า เจ้าคิดว่าความเป็นไปได้ที่พวกเขาสองคนจะชนะมีสักเท่าไร”
โม่เฉินกำจดหมายในมือ แววตาลึกล้ำมองเหลิ่งหวา “เจ้าคิดว่าเหตุใดข้าถึงติดตามนางอยู่ตลอด นั่นเป็นเพราะพวกเขามีเคราะห์เป็นตายที่ยังผ่านไปไม่ได้ เคราะห์เป็นตายนี้อาจมาถึงเมื่อใดก็ได้ และจะมีผลลัพธ์เช่นไรไม่มีใครล่วงรู้”
“ในฐานะที่ข้าเป็นศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะที่เป็นผู้คุ้มครองดาวหงส์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเคราะห์เป็นตาย มีเพียงข้าที่ลงมือช่วยพวกเขาได้” โม่เฉินจ้องเหลิ่งหวาเขม็ง “ตอนนี้เจ้ายังคิดจะบอกข้าว่าไม่รู้ว่าพวกเขาไปที่ไหนอีกหรือไม่”
ฟังวาจาของเขาแล้ว เหลิ่งหวาถอนใจเบาๆ เสียงหนึ่ง กล่าวอย่างจนใจว่า “ใช่ว่าข้าไม่อยากบอก เพียงแต่นายหญิงสั่งเอาไว้ว่าห้ามบอกท่าน เพราะนายหญิงหวังว่าท่านจะได้ไม่ต้องติดตามอยู่ข้างกายนางตลอด นายหญิงนางพูดเอาไว้ว่า…ไม่อยากติดหนี้ท่าน”
นัยน์ตาโม่เฉินฉายประกายมืดมน “นางไม่เคยติดหนี้ข้า ข้าเพียงอยากทำหน้าที่ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์อย่างถึงที่สุด บอกข้ามา พวกเขาไปที่ไหน”
เหลิ่งหวามองเขา สุดท้ายเอ่ยปากว่า “นายหญิงกับเจ้าตำหนักไปยังแผ่นดินใหญ่ที่ประมุขเทียมฟ้าอาศัยอยู่ บอกว่าจะไปดูที่นั่นหน่อย ส่วนเรื่องที่ว่าจะเป็นสถานที่ใดนั้น นายหญิงไม่ได้บอก พวกข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
แม้จะขัดคำสั่งของนายหญิง เขายังคงบอกทิศทางที่นายหญิงจากไปกับอีกฝ่าย เพราะสิ่งที่ได้ยินก่อนหน้านี้ ตรงกับสิ่งที่เขากำลังกังวลพอดิบพอดี
อภัยให้ความเห็นแก่ตัวของเขาด้วย กระนั้นเขารู้ว่านายหญิงมีอันตราย แล้วพวกเขาช่วยอะไรนายหญิงได้บ้างเล่า เขาจึงหวังว่าคุณชายโม่เฉินจะช่วยนายหญิงได้ ถึงหลังจากนี้จะต้องถูกนายหญิงลงโทษ เขาก็ไม่เสียใจภายหลัง หวังเพียงว่านายหญิงกับเจ้าตำหนักจะปลอดภัย มีความสุข
เมื่อได้ยินดังนั้น โม่เฉินมองเขาอย่างลึกซึ้งคราหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว” จากนั้นเขาก็หมุนกายจากไป
หลังจากโม่เฉินไปแล้ว เหลิ่งซวงเดินเข้ามา นางมองเงาหลังของโม่เฉินที่จากไป แล้วมองน้องชายนาง ถามว่า “เขาถามว่านายหญิงไปที่ไหนกระมัง”
“อืม” เหลิ่งหวาตอบ ยิ้มขื่นว่า “ท่านพี่ ข้าบอกเขาไปแล้ว”
เหลิ่งซวงชะงักไปเล็กน้อย “บอกแล้วก็บอกเถอะ! ความจริงมีแค่นายหญิงกับเจ้าตำหนักไปกันแค่สองคน ข้าเองก็ไม่วางใจเหมือนกัน วันหน้าหากนายหญิงกลับมาแล้วค่อยขอรับผิดแล้วกัน!”
พวกเขาไม่ใช่คนที่ยึดมั่นไม่ยอมเปลี่ยนแปลง พวกเขารู้ว่าทำอย่างไรถึงจะดีต่อนายหญิงที่สุด แม้ขัดคำสั่งของนายหญิงก็ตาม หากไม่ใช่เพราะพลังของพวกเขาเทียบเคียงกับพวกประมุขเทียมฟ้าไม่ได้ พวกเขาเองก็อยากติดตามไปอย่างลับๆ เช่นกัน
“ท่านพี่ ข้าจะไปบอกกับฮุยหลางหน่อย จากนั้นเตรียมออกเดินทางเถอะ!” เหลิ่งหวากล่าว มองไปทางพี่สาวตนเอง
เหลิ่งซวงพยักหน้า เห็นเขาไปแล้วก็หมุนกายเดินไปบ้าง
อีกด้านหนึ่ง เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วที่ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติมาถึงแผ่นดินใหญ่เทียมฟ้ากำลังพักเท้าตรงลำธารในป่าแห่งหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ “พักสักครู่ก่อน ข้าจะช่วยแปลงโฉมให้เจ้าเอง!”
“ไม่ต้องลำบากหรอก ข้าไม่เป็นไร” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว จากนั้นหยิบหนวดจากในห้วงมิติออกมาติด บดบังใบหน้าไปมากกว่าครึ่ง
……….
ตอนที่ 3507 โลกของสองคน
เฟิ่งจิ่วล้างหน้าแล้วเงยหน้าขึ้น ชะงักไปเล็กน้อย เพราะเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดทว่าคุ้นเคย จึงอดไม่ไหว หลุดหัวเราะออกมา “ท่านอา?”
“ท่านอา?” สีหน้าของเซวียนหยวนโม่เจ๋อพลันดำคล้ำ ดึงหนวดลงแล้วถาม “แก่มากหรือ”
“ฮ่าๆๆๆๆ!” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงดังอย่างควบคุมไม่อยู่ เห็นท่าทางเป็นกังวลนี้ของเขาแล้วยิ่งกลั้นหัวเราะได้ยาก “ที่จริงไม่แก่ กำลังดี อีกอย่างหนึ่ง เทียบกับชายหนุ่มแล้ว ข้าชอบท่านอามากกว่า!”
ครั้นฟังดังนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อพลันมีสีหน้าผ่อนคลาย คราวนี้ค่อยพูดว่า “ข้าไม่ต้องแปลงโฉม ติดหนวดบังหน้าก็ใช้ได้แล้ว เจ้าต่างหากที่ต้องแปลงโฉมสักหน่อย เพราะเจ้า…”
เขาจ้องใบหน้างดงามของนาง เพียงรู้สึกว่านางแต่งงานแล้วน่าเย้ายวนใจยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะยามที่มองเขาด้วยแล้ว ดวงตายิ่งทรงเสน่ห์เข้าไปใหญ่ ทำให้เขาอยากซ่อนนางไว้แทบขาดใจ ไม่ให้ใครอื่นเห็นความงามของนาง
หลังจากเห็นนางหัวเราะออกมา เขาก็ผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย เสียงหัวเราะในตอนนี้เหมือนกับตอนที่พบกันครั้งแรก ทำให้เขาใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แววตาราวกับสุมไปด้วยกองเพลิง
เฟิ่งจิ่วลูบใบหน้าตนเอง ถามว่า “เพราะข้าทำไมหรือ” จากนั้นนางเห็นเขาเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แววตาของเขาเหมือนกับมีไฟพ่นออกมา นางจึงยิ้มพลางยื่นสองมือไปดันหน้าอกเขาไว้ พร้อมกันนั้นก็พูดเย้าว่า “ท่านอา พวกเราอยู่กลางป่ากลางเขา! สายตานี้ของท่านทำให้ข้าหวาดกลัวนัก!”
“ข้าไม่มีทางกินเจ้าหรอก” เสียงของเขาแหบพร่าอยู่บ้าง มองรอยยิ้มที่ไม่ต่างจากบุปผาของนาง อารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง “คืนนี้อยากนอนกลางแจ้งหรืออย่างไร ยังไม่เร่งเดินทางอีก หาที่พักสักหน่อยเป็นอย่างไร”
“แม้จะต้องนอนกลางแจ้งทว่าก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย ข้าไม่เป็นไร อย่างไรก็มีเจ้าอยู่ด้วย” เฟิ่งจิ่วยิ้ม “เอาล่ะ เจ้ารอข้าก่อน ข้าจะแปลงโฉมง่ายๆ ไม่นาน”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อฟังจบก็นั่งลงบนก้อนหินก้อนหนึ่งพลางมองนาง เห็นนางยุ่งอยู่ตรงนั้น คิดแล้วก็กล่าวว่า “เจ้ารออยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะไปล่าสัตว์กลับมา”
“ไม่ต้องลำบากหรอก ในห้วงมิติมีอาหาร นำออกมาก็ใช้ได้แล้ว” นางรั้งเขาไว้ “เจ้าติดหนวดเถอะ!”
ดังนั้นสองคนจึงแปลงโฉมเล็กน้อย เปลี่ยนเสื้อผ้าบนกาย เก็บงำกลิ่นอายและระดับพลังเช่นกัน ตอนนี้พวกเขาดูธรรมดาทั่วไปยิ่งกว่าเดิม ไม่ต่างจากสามีภรรยาผู้ฝึกบำเพ็ญทั่วๆ ไป ดูไม่โดดเด่นสะดุดตา
“อืม เช่นนี้ไม่เลวเลยจริงๆ” เฟิ่งจิ่วยิ้มกล่าว ดึงเสื้อสีเขียวที่ไม่เตะตาเล็กน้อยออกมา จากนั้นมองชุดคลุมสีดำบนตัวเขา “ท่าทางของเจ้าตอนนี้เหมือนกับตอนที่รู้จักกับข้าในปีนั้นไม่ผิดเพี้ยน เทียบกันแล้วเจ้าโตขึ้นไม่น้อยเลย”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อจับหนวดบนใบหน้า เหลือบมองเฟิ่งจิ่วคราหนึ่ง “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีรสนิยมเช่นนี้”
“ฮ่าๆๆๆๆ ถูกต้อง ข้าชอบท่านอา เป็นอย่างไร” เฟิ่งจิ่วหัวเราะอย่างเบิกบานใจ ยื่นมือไปจับมือเขา ก่อนจะพูดแหย่ว่า “ท่านอาในปีนั้น ตอนนี้กลายมาเป็นสามีของข้าแล้ว เฮ้อ ข้ายังจำตอนนั้นที่ไม่ทันระวังจนจุมพิตเจ้าได้ เจ้าหมดสติไปเลย”
ฟังจบแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อพลันหูแดง เขากระแอมครั้งหนึ่ง “จะพูดเรื่องนั้นขึ้นมาทำไม ข้าลืมไปหมดแล้ว”
สองคนคุยเล่นกันอยู่ที่ริมลำธาร จนกระทั่งได้ยินเสียงดาบกระบี่ปะทะกัน ไปจนถึงเสียงเด็กร้องไห้ดังออกมาจากข้างนอกป่า พวกเขาจึงสบตากันแล้วเดินไปยังทิศทางของเสียงนั้น
……….