เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3510 ภูตหมอร้ายกาจมาก / ตอนที่ 3511 ไม่เชื่อ
ตอนที่ 3510 ภูตหมอร้ายกาจมาก
“เจ้าอยากได้ของพวกนี้หรือ” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว หันไปเหลือบมองเขาคราหนึ่ง
“ไม่ๆๆ มิกล้า” ชายวัยกลางคนโบกมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเป็นพัลวัน “คืออย่างนี้ ข้าอยากถามว่าทั้งสองท่านใช่ผู้ฝึกบำเพ็ญไร้สังกัดหรือไม่ ไม่ทราบว่าพวกท่านพักอยู่ที่ใด หากไปทางเดียวกัน ช่วยคุ้มกันพวกข้ากลับบ้านได้หรือไม่”
ชายวัยกลางคนมองคนของตนเองที่เหลืออยู่ด้วยความเคร่งเครียดอยู่บ้าง “ข้ากังวลว่าระหว่างทางที่พวกข้ากลับไป อาจมีการลอบจู่โจมอีกหลายครั้ง ตอนนี้พวกข้าบาดเจ็บ คนที่ล้มตายไปก็มีมาก แถมมีทั้งเด็กและคนชรา…”
ระหว่างที่เขาพูดอยู่นั้น เฟิ่งจิ่วก็เก็บข้าวของจากศพเหล่านั้นมาแล้ว นางไม่ได้เก็บพวกมันเข้าไปในห้วงมิติ เพียงใช้ถุงฟ้าดินของคนหนึ่งในนั้นมาใส่ข้าวของ ถือไว้ในมือพลางแกว่งไปมา และเดินกลับไปถึงข้างกายของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
ชายวัยกลางคนรีบพูดอีก “เมื่อพวกข้ากลับถึงจวนแล้ว ต้องตอบแทนท่านทั้งสองอย่างงามแน่นอน”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ได้พูดอะไร เพียงมองไปทางเฟิ่งจิ่ว ให้นางตัดสินใจ
เฟิ่งจิ่วคิดก่อนถาม “อีกไกลหรือไม่ หากไกลเกินไปพวกข้าไม่ไปหรอก”
“ไม่ไกลแล้วๆ อย่างมากก็เดินทางหนึ่งวัน” ชายวัยกลางคนตอบ “เมืองที่ตั้งจวนของข้าเป็นเมืองใหญ่ลำดับหนึ่งหรือสองในละแวกนี้ ทั้งสองท่านไปเดินเล่นที่นั่นดูได้”
ฟังแล้วเฟิ่งจิ่วก็มองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ถามว่า “เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“ได้” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพยักหน้า
ครั้นเห็นดังนั้น เฟิ่งจิ่ก็วยิ้มก่อนกล่าวกับชายวัยกลางคนว่า “เช่นนั้นก็ได้! พวกข้าจะคุ้มครองพวกท่านเดินทาง”
“ขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งสอง” สตรีนางนั้นนำลูกๆ กล่าวขอบคุณ ก่อนที่จะเขยิบไปด้านข้างเพื่อทำแผลบนร่างกายตนเอง
เฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อนั่งลงข้างๆ รอพวกเขาทำแผลเสร็จแล้ว ค่อยให้ผู้คุ้มกันโยนศพบนพื้นลงจากเนินเขา อีกทั้งซ่อมแซมรถม้าที่ยังใช้ได้อยู่ด้วย
ตอนผู้คุ้มกันซ่อมแซมรถม้า ชายวัยกลางคนมาถึงด้านข้างของเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่ว ระหว่างคุยกับเฟิ่งจิ่ว เขาบอกชื่อแซ่และตระกูลของตนเองไปจนหมด รวมถึงบอกเหตุผลที่ครั้งนี้ถูกลอบสังหารด้วย
“หากครั้งนี้ไม่โชคดีเจอทั้งสองท่าน เกรงว่าพวกข้าทั้งเด็กและคนชราคงต้องตายตกอยู่ที่นี่ พวกท่านนับว่าเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลข้าแล้ว”
เฟิ่งจิ่วใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองรถม้าคันหนึ่งทางนั้น ก่อนจะถามอย่างไม่ยี่หระว่า “หมายความว่าชายชราบนรถม้าคันนั้นคือบิดาของเจ้า เจ้ากำลังพาเขาไปหาหมอใช่หรือไม่”
“ใช่ ด้วยเหตุที่ครั้งนี้ต้องเดินทางไกล ลูกๆ จึงติดตามมาด้วย เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าตลอดทางมานี้ไม่ราบรื่น แถมอาการป่วยของบิดาข้าก็ไม่ดีขึ้นเลยสักนิด” อวี๋เฉิงเต๋อถอนใจเสียงหนึ่ง “ครั้งนี้พวกข้าไปพบหมอที่ชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง ทว่าแม้แต่เขาก็ช่วยไม่ได้ ทำได้เพียงกลับไปสอบถามข่าวคราวของภูตหมอแล้ว”
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วพลันเลิกคิ้ว “ภูตหมอ?” คนทางนี้รู้จักนางด้วยหรือ?
เห็นสตรีชุดเขียวเลิกคิ้วมองเขา ราวกับว่าประหลาดใจอยู่บ้าง อวี๋เฉิงเต๋อจึงอธิบายว่า “ฮูหยินหลิงอาจไม่รู้ ภูตหมอไม่ใช่คนของแผ่นดินใหญ่เทียมฟ้า ได้ยินมาว่านางเป็นคนของอาณาจักรเล็กๆ ที่โลกเบื้องล่าง ต่อมาถึงมายังโลกเบื้องบน มีชื่อเสียงโด่งดัง วิชาแพทย์ของนางสูงส่งมาก หากนางตกลงทำการรักษา ต่อให้ต้องบุกตำหนักยมราชก็ต้องพานางกลับตระกูลไปให้ได้”
เมื่อฟังจบ เฟิ่งจิ่วพลันหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ นางมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ ยิ้มตาหยีพลางกล่าว “สามี ภูตหมอคนนี้ท่าทางจะร้ายกาจมาก”
……….
ตอนที่ 3511 ไม่เชื่อ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อฟังนางกล่าว จากนั้นมองสายตาภาคภูมิใจเล็กๆ ของนาง มุมปากอดยกยิ้มไม่ได้เช่นกัน แล้วพยักหน้าเห็นด้วย “อืม ร้ายกาจมากจริงๆ”
“ฮ่าๆ ภูตหมอคนนี้ไม่เพียงมีวิชาแพทย์ยอดเยี่ยม ว่ากันว่าวิชาหลอมยาของนางก็ไม่มีใครเทียบได้ น่าเสียดายก็แต่พวกข้าไม่ได้อยู่บนแผ่นดินใหญ่เดียวกับนาง อีกอย่างประมุขฟ้าดินของพวกข้าทางนี้คล้ายกับคิดโจมตีแผ่นดินใหญ่ทางนั้นอยู่ ได้ยินมาว่าเขามีปัญหามากมายกับคนทางนั้น เฮ้อ!” อวี๋เฉิงเต๋อถอนใจเสียงหนึ่ง รู้สึกจนใจอยู่บ้างเหมือนกัน
สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่ว่าประมุขของฟ้าดินทางนี้เป็นใครก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อพวกเขาทั้งนั้น เพียงแต่หากเป็นการต่อสู้ระหว่างประมุข ชาวบ้านในแผ่นดินใหญ่ทั้งสองแห่งล้วนต้องพบกับหายนะไม่มากก็น้อย
“ข้าพอรู้วิชาแพทย์อยู่บ้างพอดี จะช่วยตรวจอาการบิดาเจ้าหน่อยก็แล้วกัน!” เฟิ่งจิ่วลุกขึ้นยืน ใช้แขนเสื้อปัดชุดสีเขียวบนตัวเล็กน้อย
เมื่อได้ยินดังนั้น อวี๋เฉิงเต๋อชะงักไปเล็กน้อย ทว่าก็ไม่ได้พูดอะไร ฮูหยินหลิงคนนั้นเดินไปทางรถม้าแล้ว เขาจึงรีบตามไปพลางพูดว่า “ฮูหยินหลิง ท่านพ่อข้าล้มป่วยมานาน ไม่มีหมอที่ไหนหาสาเหตุได้หลายปีแล้ว ท่าน…”
เขาไม่เข้าใจเลย เหตุใดจู่ๆ ฮูหยินหลิงคนนี้ก็บอกว่าต้องการรักษาบิดาเขา นางรู้วิชาแพทย์จริงหรือ ก่อนหน้านี้เขาพูดแล้วว่าครั้งนี้ไปพบหมอที่มีชื่อเสียงที่สุดแล้ว ก็ยังไม่เห็นว่าอาการของบิดาเขาจะดีขึ้น แล้ววิชาแพทย์ของนางจะรักษาบิดาเขาได้จริงหรือ? กลัวก็แต่ว่าจะวินิจฉัยโรคของบิดาเขาไม่ออกเสียมากกว่า
ด้านหนึ่งกังวลว่านางจะสุ่มสี่สุ่มห้าทำให้บิดาเขาล้มป่วยหนักกว่าเดิม ด้านหนึ่งก็คิดว่าหากบอกปัดไปจะเข้าหน้านางไม่ติด จึงลำบากใจอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
ฮูหยินอวี๋เห็นดังนั้นก็เดินเข้ามา เมื่อถึงข้างกายเฟิ่งจิ่วแล้วค่อยกล่าว “ฮูหยินหลิง ร่างกายของท่านพ่อไม่ค่อยแข็งแรง หากเกิดเรื่องไม่คาดคิด พวกข้า…”
เฟิ่งจิ่วที่กำลังจ้องมองชายชราบนรถม้าได้ยินคำพูดนี้แล้วหยุดชะงัก คิดเพียงวูบเดียวก็เข้าใจความหมายของพวกเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมามีแต่ใครต่อใครมาขอให้นางทำการรักษา คราวนี้นางออกปากเองกลับมีคนไม่เชื่อใจหรือนี่
เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางอดเผยยิ้มออกมาไม่ได้ “ข้ารู้ แต่เมื่อครู่ข้ามองดูแล้ว บิดาเจ้าไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไร”
“ไม่ได้ป่วย? เป็นไปไม่ได้” อวี๋เฉิงเต๋อตะลึง “ท่านพ่อข้าไม่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้มีร่องรอยว่าถูกพิษอะไรเช่นกัน หากไม่ใช่โรคแล้วเป็นอะไร”
“เป็นหนอนคราสใจ” เฟิ่งจิ่วกล่าว ชำเลืองมองชายชราที่อยู่บนรถม้าคราหนึ่ง “แม้ยังไม่ได้จับชีพจร แต่ไม่มีทางผิดไปได้”
“หนอน?”
สามีภรรยาตระกูลอวี๋ตกใจ “นี่ ของชั่วร้ายพรรค์นี้อยู่ในร่างกายของท่านพ่อข้าได้อย่างไร อย่าว่าแต่พวกข้าไม่เคยเห็นของพรรค์นี้เลย ตระกูลใหญ่ทั้งหลายในเมืองน่าจะไม่เคยมีใครแตะต้องของชั่วร้ายชนิดนี้เช่นกัน มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เลวทรามอัปมงคล ไม่มีใครกล้าเลี้ยงหนอนชั่วร้ายนี้เป็นแน่”
เฟิ่งจิ่วเดินกลับไป มาถึงข้างกายเซวียนหยวนโม่เจ๋อแล้วนั่งลง
สามีภรรยาตระกูลอวี๋รีบตามมา “ฮูหยินหลิง หากเป็นหนอนจริง ท่านจัดการได้หรือไม่”
“จัดการน่ะจัดการได้ แต่ยุ่งยากอยู่บ้าง” เฟิ่งจิ่วกล่าว เห็นสองคนมองนางอยู่ นางจึงพูดว่า “ตอนนี้จัดการไม่ได้ มีข้าวของไม่ครบ”
เมื่อได้ฟังดังนั้น อวี๋เฉิงเต๋ออดตื่นเต้นไม่ได้ “หมายความว่าหากข้าวของครบก็จัดการได้ใช่หรือไม่”
“อืม ถูกต้อง” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า
คำพูดนี้ของนางทำให้อวี๋เฉิงเต๋อตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม “เมื่อกลับถึงเมืองแล้ว ฮูหยินหลิงต้องการอะไรขอให้บอกมา ข้าจะให้คนไปเตรียมให้!”
……….