เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3516 เวลาว่าง / ตอนที่ 3517 รอคอย
ตอนที่ 3516 เวลาว่าง
“เฮือก!”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อหอบหายใจ ใบหูแดงเรื่อ ทว่าหนวดเคราบดบังใบหน้าจนมองสีหน้าไม่ออก เขามองเฟิ่งจิ่วที่เงยหน้าขึ้นมาอย่างไร้เดียงสา นางถามเสียงเบาว่า “เจ้าคิดลอบสังหารภรรยาหรือ”
เฟิ่งจิ่วที่รู้สึกตัวแล้วหน้าแดงขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ นางถอยออกจากอ้อมแขนเขาตามสัญชาตญาณ กลับลืมไปว่าตนเองอยู่บนหลังม้า ด้วยไม่ทันระวังจึงเกือบตกลงไป
“เจ้าตัวเล็ก ว่าง่ายหน่อยเถอะ” เสียงแหบพร่ามีทั้งความจนใจและทอดถอนใจ เขายื่นมือไปประคองนางไว้ โอบนางไว้กับตัว “นั่งดีๆ อย่างขยับไปทั่ว”
“ข้าขยับไปทั่วที่ไหนกัน ข้าไม่ทันระวังต่างหาก” นางพึมพำเสียงเล็กเสียงน้อย ครั้นคิดถึงเรื่องที่นางทำไปเมื่อครู่นี้ พลันรู้สึกเอียงอายใบหน้าร้อนลวก
นางมองไปรอบๆ เห็นว่าไม่มีใครสังเกตทางนี้ อีกทั้งบนตัวพวกเขาสองคนคลุมเสื้อคลุมเอาไว้ นางถึงวางใจลงได้ โชคดีที่ไม่มีใครอื่นเห็นเข้า ไม่เช่นนั้นคงน่าอายยิ่งนัก
“เจ้าไม่นอนแล้วหรือ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม เห็นนางเหลียวซ้ายแลขวา แววตาทอประกาย หน้าแดงเล็กน้อย ในใจให้รู้สึกนึกขันอยู่บ้าง
“ไม่นอนแล้ว” เฟิ่งจิ่วตอบ จากนั้นถามว่า “ข้าจะไปถามหน่อยว่าอีกนานเท่าไรกว่าจะถึงเมือง” พูดแล้วนางก็ยื่นมือไปจับบังเหียน ดึงเบาๆ แล้วออกจากเสื้อคลุม ก่อนจะกระโจนตัวไปข้างหน้า
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเห็นดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน เพียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กดกลั้นไฟปรารถนาที่เอ่อขึ้นมาใต้ท้องน้อยเอาไว้
เฟิ่งจิ่วที่เดินไปแล้วถามจบแล้วก็ไม่ได้เดินกลับทันที กลับนั่งคุยเล่นอยู่กับอวี๋เฉิงเต๋อบนรถม้า คุยเล่นอยู่ได้สักพักนางถึงกลับไปอยู่ข้างกายเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
“เขาบอกว่าจะเข้าเมืองก่อนฟ้ามืด ถึงตอนนั้นให้พวกเราพักที่จวนของพวกเขา เจ้าคิดว่าอย่างไร” เฟิ่งจิ่วถาม จับมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ยื่นมา แล้วยืมแรงเขาขึ้นไปนั่งบนหลังม้า
“ได้ทั้งนั้น” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว
“อืม เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ พักที่จวนของพวกเขาจะได้รักษาบิดาเขาได้สะดวกด้วย เมื่อพวกเขาสบายดีแล้ว พวกเราค่อยสอบถามเรื่องที่เกี่ยวกับประมุขเทียมฟ้าก็แล้วกัน!”
“ได้”
สองคนสนทนากัน จนกระทั่งเวลาเย็นย่ำ พวกเขาก็มาถึงนอกประตูเมืองแล้วจริงๆ
“ท่านหลิง ฮูหยินหลิง ข้างหน้านี่แล้ว” อวี๋เฉิงเต๋อหันไปตะโกน ในที่สุดก็ถึงบ้านแล้ว วางใจลงได้เสียที
ขณะเดินไปข้างหน้า เข้าไปในเมืองและมุ่งหน้าไปยังตระกูลอวี๋ เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วยังไม่ทันได้พักผ่อนกลับบอกว่าอยากเดินเล่น ก่อนจะหมุนกายจากไปโดยไม่รอให้ใครเอ่ยอะไร
“เมืองนี้เทียบได้กับเมืองไป่ชวนเลย” เฟิ่งจิ่วเดินไปพลาง พูดไปพลาง นางมองไปรอบๆ แล้วเห็นร้านขนาดเล็กข้างหน้าขายอาหาร จึงจูงมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินเข้าไป
“ท่านป้า ขอของกินเล่นทุกอย่างให้ข้าอย่างละหนึ่งชุด” เฟิ่งจิ่วจูงมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อนั่งลง จากนั้นตะโกนเสียงหนึ่ง
“ได้ๆๆ ทั้งสองคนนั่งก่อน ดื่มชาสักหน่อย” สตรีวัยกลางคนตอบรับ ก่อนจะยกน้ำชามาให้ทั้งสองคน แล้วถอยไปเตรียมอาหารอย่างอื่น
“นั่นคือน้ำแกงเมล็ดบัวกระมัง พวกข้าขอหนึ่งชาม” เฟิ่งจิ่วกล่าวพลางมองน้ำแกงเมล็ดบัวหม้อใหญ่ที่อยู่บนเตาข้างๆ
สตรีวัยกลางคนตักน้ำแกงให้พวกเขาชามหนึ่ง ครั้นวางลงบนโต๊ะแล้วก็ยกของกินเล่นอย่างอื่นเข้ามาอีก “ไม่พอก็ยังมีอีก ข้าทำเองทั้งหมด พวกเจ้ากินไปก่อน เดี๋ยวจะทยอยยกมาให้”
ฟังแล้วเฟิ่งจิ่วยิ้มกว้าง “ได้ พวกข้ารู้แล้ว”
สองคนกินอาหารอยู่ข้างโต๊ะเล็ก ของกินเล่นถูกยกมาเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน จนกระทั่งคนหน้าตาดุร้ายสองสามคนเดินมา ขับไล่ลูกค้าและเตะโต๊ะล้มลง เฟิ่งจิ่วค่อยขมวดคิ้วมองไปทางคนที่ก่อเรื่อง
……….
ตอนที่ 3517 รอคอย
พวกเขานั่งอยู่ที่มุมหนึ่ง ห่างจากคนพวกนั้นไม่กี่หมี่ เห็นพวกเขาผลักสตรีวัยกลางคนและต่อว่าอย่างรุนแรง นางเห็นดังนั้นแล้วพลันขยับมือ เข็มเงินเล่มหนึ่งดีดออกจากมือนาง ทิ่มเข้าไปในกายคนคนนั้นอย่างไร้สุ้มเสียง
ชายหนุ่มที่เตรียมยกคอเสื้อของสตรีวัยกลางคนนั้น บัดนี้ร่างแข็งทื่อโดยพลัน ก่อนจะล้มลงอย่างแรง ชายหนุ่มสองสามคนข้างๆ รีบก้าวไปประคองเขา
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่!”
“เหตุใดอยู่ดีๆ ถึงเป็นลมได้ เร็ว ส่งไปโรงหมอ!” หลายคนตะโกนอยู่นานแล้วไม่มีตอบสนอง จึงไม่สนใจหาเรื่องใครแล้ว รีบแบกคนไปทางโรงหมอทันที
สตรีวัยกลางคนมองอย่างตกตะลึง ผ่านไปนานทีเดียวถึงค่อยดึงสติกลับมา นางเพียงส่ายหน้าและถอนใจเสียงหนึ่ง เก็บโต๊ะเก้าอี้ที่ถูกถีบไปพลาง ปากบ่นพึมพำไปพลาง “ชั่วร้ายจริงๆ! อยู่ดีไม่ว่าดีหาเรื่องไปทั่ว ก็รังแกได้แค่ชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกข้านี่แหละ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกินน้ำแกงเมล็ดบัว พลางถามว่า “อีกเดี๋ยวข้าเดินเล่นในเมืองเป็นเพื่อนเจ้าเป็นอย่างไร ดูว่ามีอะไรต้องซื้อบ้าง”
“ดีเลย!” เฟิ่งจิ่วยิ้ม กินน้ำแกงเมล็ดบัวเช่นเดียวกัน จากนั้นนางหยิบเหรียญทองสองเหรียญวางไว้บนโต๊ะ แล้วลุกขึ้นจากไป
สตรีวัยกลางคนมองเหรียญทอง อดตื่นตะลึงไม่ได้ “ทั้งสองคน ไม่ต้องจ่ายมากมายขนาดนี้…”
“ไม่เป็นไร รับไว้เถอะ!” เฟิ่งจิ่วหันไปยิ้มให้ ตอนถอนสายตากลับมา นางสัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังพิจารณานางอยู่ จึงมองคนคนนั้นครั้งหนึ่งก่อนหันกลับมาอย่างเย็นชา จูงมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินจากไป
บุรุษคนนั้นนั่งอยู่ไม่ไกลมองสองคนเดินเคียงข้างกันไป สายตาเจือความใคร่ครวญเล็กน้อย ไม่นานนักเขาก็ลุกขึ้นเดินตามหลังพวกเขาไปอย่างไม่รีบไม่ร้อน
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วเป็นใครกัน ด้วยระดับพลังของพวกเขา เมื่อมีคนตามหลังมา พวกเขาย่อมรู้สึกได้
“น่าจะเป็นบุรุษคนหนึ่งที่อยู่ตรงร้านค้าไม่ไกลก่อนหน้านี้ เขาคงเห็นข้าลงมือเข้า เพียงแต่ไม่รู้ว่าตามมาคิดทำอะไร” เฟิ่งจิ่วยิ้ม จูงมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินอย่างเนิบช้า สองคนไม่ได้หันไปมองเช่นกัน ราวกับไม่รู้ว่ามีคนติดตามมาอย่างไรอย่างนั้น
“สลัดเขาทิ้งตรงทางแยกข้างหน้าแล้วกัน” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว เขาไม่ได้หันกลับไปมอง เพียงมองทางข้างหน้าเท่านั้น
บุรุษคนนั้นอยู่ข้างหลังยังไม่รู้ว่าความแตกแล้ว ยังคงตามต่อไป ขณะเดียวกันก็คาดเดาว่าสองคนนี้เป็นใคร ทว่าพอตามไปเรื่อยๆ แล้วกลับพบว่าอยู่ๆ สองคนตรงหน้ากลับหายไป
เขาอึ้งงัน เร่งฝีเท้าเดินไปข้างหน้า เหลียวซ้ายแลขวาก็ไม่เห็นเงาร่างสองสายนั้น จึงอดขมวดคิ้วไม่ได้ “เป็นใครกัน ด้วยระดับพลังของข้ายังถูกสลัดหลุดหรือ” จนใจนัก เขาทำได้เพียงเดินไปรอบๆ ลองดูว่าจะพบอีกครั้งหรือไม่
อีกฝ่ายจากไปได้ไม่นาน เซวียนหยวนโม่เจ๋อจูงมือเฟิ่งจิ่วเดินออกมาจากมุมหนึ่ง มองบุรุษที่เดินจากไปครู่หนึ่งแล้วก็ถอนสายตากลับมา เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าวกับเฟิ่งจิ่วว่า “ไปเถอะ! พวกเราไปเดินเล่นที่ตลาดกลางคืนกัน”
สองสามีภรรยาเดินเล่นที่ตลาดกลางคืน ชมจันทร์จนกระทั่งท้องฟ้ามืดสนิทแล้วก็ยังไม่กลับจวนตระกูลอวี๋ ภายในจวนตระกูลอวี๋นั้น อวี๋เฉิงเต๋อที่จัดการคนในตะกูลเรียบร้อยดีแล้วเดินไปมาที่หน้าประตูหลักอยู่เรื่อยๆ คอยมองคอยท่าพวกเขากลับมา
“นายท่าน เข้าไปเถอะ! มีข้าอยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว หากพวกท่านหลิงกลับมา ข้าจะพาพวกเขาไปพักผ่อนเอง” พ่อบ้านกล่าวขึ้นข้างๆ ครั้นเห็นผ้าพันแผลที่มือของนายท่านแล้ว เขาอดถอนใจเสียงหนึ่งไม่ได้
“ไม่เป็นไร ข้าจะรอต่อไป” อวี๋เฉิงเต๋อเอ่ย ยังคงเดินไปมาที่หน้าประตูหลัก จนกระทั่งเห็นเงาร่างสองสายเดินมาอย่างเนิบช้า เขาก็เดินไปต้อนรับด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง
……….