เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 147 แต่งตั้งปราชญ์มหาสำนักเยี่ยน!
แสงเพลิงสว่างวาบพาดผ่านท้องฟ้าก่อนจะร่วงลงมาจากทางทิศ
เหนือดั่งดาวตก สิ่งที่มามาพร้อมกับแสงสายฟ้านี้คือเสียงตะโกน
กังวาน “มีพระราชโองการ! จักรพรรดิทรงมีพระราชโองการ ทุกท่าน
ฟังคำสั่ง!”
จากนั้น ขณะที่เยี่ยนชิง เฉินคั่วและคนอื่นๆ ยังไม่ทันตั้งสติได้
พระราชโองการที่ม้วนอยู่ก็ถูกคลี่ออกกลางอากาศเหนือศีรษะพวก
เขา ก่อนที่เสียงอันน่าเกรงขามจะดังขึ้น
“เราได้ยินว่า จื่ออวี๋แห่งตระกูลเยี่ยนสำนักชางอู๋มีความสามารถ
ปรุงโอสถล ้าเลิศ สตรีอายุเพียงสิบแปดกลายเป็นนักปรุงโอสถใน
ตำนาน! จึงขอพระราชทานตำแหน่งปราชญ์มหาสำนักหมอหลวงให้
เป็นกรณีพิเศษเพื่อเข้ารับใช้ใกล้ชิดราชวงศ์ เป็นร่มเงาให้แก่วงศ์
ตระกูลเก้าชั่วโคตร หวังให้เจ้าเลือกฤกษ์รับตำแหน่ง เพื่อถ่ายทอด
วิชาและไขความกระจ่างแก่สำนักหมอหลวง”
…
เหล่ากองกำลังและเหล่าชั้นผู้น้อยใหญ่สำนักชางอู๋ที่คุกเข่าลง
บนพื้นแล้ว พวกเขาก็ยังคงคุกเข่าต่อไป ไม่มีใครตั้งสติได้ ทุกคน
ตะลึงงันกันไปหมด! แม้สำหรับสำนักชางอู๋แล้ว พวกเขาจะรู้ว่าเยี่ยนจื่
ออวี๋คือใคร และรู้ว่านางเป็นนักปรุงยา แต่… แต่ว่านักปรุงยาใน
ตำนาน? ปราชญ์มหาสำนักหมอหลวง? ถ่ายทอดวิชาและไขความ
กระจ่างแก่สำนักหมอหลวง? นี่มัน… “หมายความว่าอย่างไรกัน”
นี่เป็นคำถามที่วนเวียนอยู่ในใจของพวกเขาทุกคน ถึงแม้พวก
เขาเข้าใจความหมายของทุกๆ คำเป็นอย่างดี ทว่าพวกเขาไม่เข้าใจ
ความหมายของพระราชโองการนี้เลยจริงๆ
ฝูงชนจึงคุกเข่าต่อไปพลางครุ่นคิดอย่างสับสน จนเมื่อมีเงาร่าง
ปรากฏออกมาจากกลางอากาศ เขายืนข้างพระราชโองการ ก่อนจะ
ถามพลางหายใจหอบว่า “ทันเถอะ? ทันใช่หรือไม่ มาทัน…”
เมื่อคนที่พูดด้วยอาการหอบหายใจรุนแรงคนนั้นเห็นร่างคนใน
ชุดหลากสี เขาก็หายตัวลงไปหาทันที “อาจารย์น้อยเยี่ยน รีบลุก
ขึ้นมารับพระราชโองการเถอะ!”
“ท่านพ่อ ปล่อยข้าสิ” เยี่ยนอวี๋มองท่านพ่อที่นิ่งงันอยู่ข้างนาง
นางถูกพ่อจับไว้แน่น ไม่สามารถลุกขึ้นได้เลย
“อ้ะ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าช่วยตีมือท่านปู่เบาๆ ฝ่ายหลังกลับไม่รู้สึกตัว
เพราะเขายังคงกำลัง “ครุ่นคิดความหมายในชีวิต” อยู่
เยี่ยนจื่อเสาตั้งสติขึ้นได้ก่อน เขาจึงตบหลังท่านพ่อของเขาดัง
ป้าบ!
แค่ก!
แค่กๆ…
เยี่ยนชิงที่ถูกตบหลังจนเกือบจะกระอักเลือกจึงตั้งสติขึ้นได้ เมื่อ
เห็นว่าข้างหน้าของตนมีชายชราผมขาวท่าทางเมตตาท่านหนึ่งยืน
อยู่ เขาก็มิได้รู้สึกอะไร เพราะว่าเขาไม่รู้จักชายชราท่านนี้ ทว่าหยาง
ชีซานที่เป็นผู้อาวุโสรุ่นก่อนย่อมรู้จักเขาดี เขาจึง… จึงคุกเข่าลงอีก
ครั้ง “คารวะใต้เท้าสู่เจิ้ง!”
หยางชีซาน… หยางชีซานก็แทบจะหายใจไม่ออกแล้ว!
เขา… เขา… ถึงแม้เขาได้ยินมาว่านังหนูจื่ออวี๋มีความสัมพันธ์กับ
สู่เจิ้งของสำนักหมอหลวง แต่… แต่ว่าเหตุใดจึงรู้สึกว่าสถานการณ์
ตรงหน้านี้พิกลนักเล่า
ใต้เท้าสู่เจิ้งเขา… เขาเรียกจื่ออวี๋ว่าอะไรนะ
“อาจารย์… อาจารย์น้อยเยี่ยน?” หยางชีซานพึมพำด้วยความ
สับสน
ชายชราสู่เจิ้งสำนักหมอหลวงกลับกล่าวด้วยความเมตตาว่า “ใช่
แล้ว ข้าขอฝากตัวเป็นศิษย์กับแม่นางเยี่ยน แต่อายุข้ามากเกินไป
เกรงว่าเรียกแม่นางเยี่ยนเป็นอาจารย์เยี่ยนจะดูแก่เกินไป ข้าจึงเรียก
‘อาจารย์น้อยเยี่ยน’ ”
“อ้อ อ้อๆ…” หยางชีซานขานตอบว่า ‘อ้อ’ ไม่หยุด เยี่ยนชิง
ประมุขหอสัตว์บรรพกาลและคนอื่นๆ ก็ร้อง ‘อ้อ’ ตามด้วยเช่นกัน
ทว่าฟ้าย่อมรู้ดีว่าอันที่จริงพวกเขางงงวยมาก!
เรื่องบ้าอะไรกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดคุณหนูใหญ่กลายเป็น
ปราชญ์มหาสำนักหมอหลวงและกลายเป็นอาจารย์ของใต้เท้าสู่เจิ้ง
ภายในชั่วพริบตาเช่นนี้เล่า
ได้โปรดฟ้าประทานปัญญาให้ทุกคนเข้าใจโดยเร็วเถิด นี่มัน
เรื่องบ้าอะไรกัน!
…
ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับความสับสนมึนงงของคนสำนักชางอู๋แล้ว
สภาพของหยางเทียนชื่อและเฉินคั่วย ่าแย่ยิ่งกว่า หยางเทียนชื่อยัง
ถามขึ้นอย่างไร้สมองว่า “เข้า… เข้าใจผิดแล้วมั้ง”
“นั่น… นั่นน่ะสิ…” เฉินคั่วถามด้วยความงุนงงว่า “ใต้… ใต้เท้าสู่
เจิ้ง ท่าน… ท่านเข้าใจ… เข้าใจผิดหรือไม่”
นักปรุงยาในตำนานอายุสิบแปด? ปราชญ์มหาสำนักหมอหลวง?
อาจารย์ของหมอหลวง?
นี่มัน…
เหล่ากองทัพราชสำนักที่คิดตามไม่ทันต่างก็เผยสีหน้าเหลือเชื่อ
และคิดว่าสิ่งที่ตนได้ยินเมื่อครู่นี้ตนหูฝาดไปเองทั้งนั้น เพราะว่าเรื่องนี้
ไม่มีทางเป็นไปได้!
แต่แล้ว สู่เจิ้งสำนักหมอหลวงก็ตวาดเสียงอย่างหนักแน่นว่า
“พวกเจ้าได้ยินไม่ผิด! นี่คือพระราชประสงค์ขององค์จักรพรรดิ พวก
เจ้าไสหัวไปได้แล้ว! เพราะไม่ว่าก่อนหน้านี้เกิดเรื่องอันใด ด้วยฐานะ
ของท่านปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนนางสามารถคุ้มครองเก้าชั่วโคตร
ของตนได้ ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามใช้กำลังโจมตีสำนักชางอู๋และเจ้าสำนัก
ชางอู๋ที่เลี้ยงดูอบรมท่านปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนมา เข้าใจหรือไม่”
ในครานี้เอง…