เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 152 เป็นผู้เกิดใหม่ทั้งนั้น
รถม้าคันนั้นพังยับเยินทันที คนในรถม้าก็ล้มกลิ้ง ขลุกๆ ออกมาลง
บนพื้น
“โอ๊ย!”
“โอ๊ย…” ตามมาด้วยเสียงร้องโอดโอยดังออกมาจากปากของคน
เหล่านั้น
เม่ยเอ๋อร์เปิดม่านรถม้าขึ้น ส่วนเยี่ยนอวี๋เองก็อุ้มเยี่ยนเสี่ยวเป่าที่กำลัง
ตื่นเต้นขึ้นมาเพื่อให้เขาดูเหตุการณ์ ‘น่าสนใจ’ ที่อยู่ข้างหลังแล้ว
“อ้ะๆ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าส่งเสียงร้อง แววตาเป็นประกาย ดูสนุกสนานกับ
เรื่องของผู้อื่นจริงๆ
ทว่าเอ้อร์เหมามิได้หยุดรถม้า เขายังคงเร่งรถม้าไปอย่างเชื่องช้า
ต่อไป เพราะว่าเยี่ยนอวี๋ไม่ได้สั่งให้หยุด
“บัดซบ! รถม้าคันข้างหน้ายังไม่หยุดอีก!” เสียงตวาดอันโอหังก็ดัง
ขึ้นจากด้านหลังรถม้าที่พังยับเยินคันนั้น
หนุ่มผู้ฝึกยุทธ์ที่สวมชุดบ่าวรับใช้สองสามนายหายตัวไปปรากฏ
ข้างหน้าเอ้อร์เหมาอย่างรวดเร็ว พวกเขาขวางรถม้าของเยี่ยนอวี๋ไว้
เพื่อให้หยุด
ทว่าเอ้อร์เหมายังคงเร่งรถม้าอย่างเอื่อยเฉื่อย ถึงแม้คนอื่นจะขวางอยู่
ข้างหน้าแล้ว เขาก็ยังคงเดินหน้าต่อไป ถึงแม้จะเป็นการเดินอ้อมพวก
เขาไป แต่ก็ผ่านตัวพวกเขาไปแล้ว
บ่าวรับใช้ที่ถูกเมินเฉยก็ชะงัก เมื่อตั้งสติขึ้นได้ก็ฟาดดาบลงไปที่รถ
ม้าคันนั้น แต่น่าเสียดาย…
เคร้ง!
ตูม!
ดาบที่ฟันรถม้าถูกสั่นสะเทือนจนแตกเป็นเสี่ยงๆ
“นี่มัน…”
บ่าวรับใช้สองสามนายพากันตกใจ พวกเขารู้สึกว่าตนดันไปเหยียบ
ตอเข้าให้เสียแล้ว
เอ้อร์เหมาในครานี้เองก็เดินถึงหน้าประตูเมืองพอดี เขาหยุดรถม้าลง
และเตรียมนำตราผ่านทางแสดงให้ทหารเฝ้าประตูเมืองดู ทว่าคุณหนู
ไม่ทราบตระกูลที่อยู่ในรถม้าคันหลังคันนั้น นางก็พาแม่นมและสาว
ใช้ข้างกายขวางหน้าเอ้อร์เหมาไว้ด้วยท่าทีดุร้าย ใบหน้าพวกนาง
เปื้อนฝุ่นไปหมด
เท่านี้ยังไม่พอ! คุณหนูท่านนั้นที่ถูกใจรถม้าคันงามของเยี่ยนอวี๋นั้น
พลันชี้ไปที่เอ้อร์เหมาและตวาดอย่างโอหังว่า “ไอ้คนหูหนวก คนของ
ข้าบอกให้เจ้าหลีกทาง แต่เจ้าไม่ยอมหลีก! ตอนนี้ข้าให้โอกาสเจ้า
แก้ตัวอีกครั้ง พาเจ้านายของเจ้าไสหัวไปซะ ทิ้งรถม้าไว้! ไม่เช่นนั้น
อย่าหาว่าข้ามิเกรงใจ”
“…” เอ้อร์เหมาเบิกตาโต เขาไม่คิดเลยว่าจะถูกคนชี้หน้าด่าว่าเป็น
คนหูหนวกหน้าประตูบ้านเช่นนี้
“ดูท่าจะเป็นคนหูหนวกจริงๆ สินะ!” คุณหนูก้าวร้าวคนนั้นก็สั่งคน
ข้างกายว่า “ไปจับเจ้าคนหูหนวกคนนั้นซะ และไล่คนในรถม้าออกมา
ให้หมด”
“เจ้าค่ะ คุณหนูสาม!” แม่นมรับใช้สองคนได้รับคำสั่งก็แสดงพลังแขน
แข็งแกร่ง เพียงไม่กี่ทีก็ไปขวางอยู่ข้างหน้าเอ้อร์เหมาแล้ว
“เฮ้ยๆๆ!” เอ้อร์เหมาตกใจมาก เขารีบสะบัดแส้ทันที “พวกเจ้าเป็นโจร
หรือไง”
“แหม เป็นแค่คนหูหนวกยังบังอาจขัดขืน!” แม่นมก้าวร้าวทั้งสองคน
เป็นผู้ฝึกยุทธ์ พวกนางชักมีดเล่มใหญ่ออกมาจากกระโปรง ก่อนจะ
ฟาดฟันลงไปที่เอ้อร์เหมาราวกับโจรชิงทรัพย์
“ให้ตายเถอะ!” เอ้อร์เหมาไม่เคยพบเจอผู้หญิงเช่นนี้มาก่อน เขา
ตกใจจนถอยหลังไปสองสามก้าว
“ไสหัวไปซะ!” เม่ยเอ๋อร์ที่เดินออกมาจากในรถม้ายกขาถีบไปที่หญิง
ชรากำยำสองคนจนพวกนางลอยกระเด็นออกไป เม่ยเอ๋อร์ ‘ปกป้อง’
เอ้อร์เหมาที่ตกใจเอาไว้
“ขอบคุณพี่เม่ยเอ๋อร์” เอ้อร์เหมาทำท่าปาดเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริง ก่อนจะ
กล่าวอย่างหมดคำพูดว่า “นี่มันคนบ้าตระกูลไหนกัน ทำเอาข้าตกใจ
หมด”
“…” อินหลิวเฟิงไม่อยากจะดูเลย เขาอยากจะถีบองครักษ์ขี้ขลาดคน
นี้เสียที ช่าง…น่าอายนัก!
“พวกเจ้าบังอาจนัก! บังอาจทำร้ายคนของข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือ
ใคร” เมื่อนางคนนั้นเห็นลูกน้องของตนเองถูกถีบจนกระเด็นออกไปก็
เปิดเผยตนเองด้วยอารมณ์เดือดดาล “ตัวข้าคุณหนูสามตระกูลเฉา
แห่งเป่ยเหา!”
เมื่อสิ้นเสียง คุณหนูสามตระกูลเฉาที่รอให้เยี่ยนอวี๋และคนอื่นๆ
คุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตก็จ้องไปที่รถม้าของเยี่ยนอวี๋เขม็ง น่า
เสียดาย… สิ่งที่ขานตอบคุณหนูสามตระกูลเฉามีเพียงสายตาอัน
เยือกเย็นของเม่ยเอ๋อร์และเอ้อร์เหมาที่ลงจากรถม้าไปรายงานตัว
ครั้นฝ่ายหลังยื่นตราผ่านทาง ทหารหน้าประตูเมืองก็คุกเข่ากันเป็น
แถบทันที “ยินดีต้อนรับนายท่านน้อยขอรับ!”
“ยินดีต้อนรับนายท่าน้อยขอรับ!” ทหารเฝ้าประตูเมืองด้านบนต่างพา
กันคุกเข่าลง
เสียงขานเรียก ‘ยินดีต้อนรับนายท่าน้อยขอรับ!’ ที่ดังขึ้นทำเอา
คุณหนูสามตระกูลเฉาตกตะลึง คนใช้สองสามคนของนางก็ตั้งสติขึ้น
ได้และรีบรายงานนางว่า “คุณหนูสาม นี่… นี่มันรถม้าของนายท่าน
น้อยโยวตู!”
“…”
คุณหนูสามตระกูลเฉาสีหน้าเริ่มซีดเผือด แขนขานางอ่อนระทวยไป
หมด ถึงแม้นางป่าวประกาศไปแล้วว่าตนเป็นคนตระกูลเฉาอันมี
ชื่อเสียง ทว่าตระกูลโบราณเช่นตระกูลเฉาและตระกูลอินแห่งโยวตู
เทียบกันไม่ได้จริงๆ
นอกจากนี้ สิ่งที่คุณหนูสามตระกูลเฉาใฝ่ฝันมาตลอดก็คือการแต่ง
เข้าจวนอ๋องแห่งโยวตู นายท่านน้อยอินผู้งดงามที่นางอยากแต่งงาน
ด้วยท่านนี้คือชายในฝันของนาง!
ทว่า…
“คุณหนูสาม ทำอย่างไรดีเจ้าคะ”
“ทำอย่างไรดี…” คุณหนูสามตระกูลเฉาอยากจะขุดหลุมให้ตนเองมุด
เข้าไปจริงๆ ถึงจะไม่มีหลุม นางก็ยกมือขึ้นมาบังหน้าตนเองไว้ด้วย
สัญชาติญาณแล้ว นางหวังเพียงว่านายท่านน้อยอินจะไม่เห็นสภาพ
ทุลักทุเลเช่นนี้ของนาง
สุดท้ายก็เป็นไปตามที่นางต้องการจริงๆ เพราะว่ามีรถม้าอสูรคันหนึ่ง
ตามหลังเยี่ยนอวี๋มา และรถม้าคันนั้นยังจอดข้างๆ รถม้าของเยี่ยนอวี๋
ด้วย
จากนั้น กู้หยวนเหิงก็เดินลงจากรถม้าตามด้วยเยี่ยนซูซู กู้หยวนเหิง
ยังทักทายว่า “ใช่ซวงเสวียนจวินและน้องจื่ออวี๋หรือไม่ ”
“แหม กู้จ่างสื่อเองหรือ” อินหลิวเฟิงเห็นแก่สถานะของกู้หยวนเหิง
เขาจึงเปิดม่านรถม้าขึ้น ก่อนจะเดินลงมา “เจ้ากำลังกลับไปทูล
รายงานที่เมืองหลวงหรือ”
“ใช่แล้ว เข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว” กู้หยวนเหิงตอบอย่างใจไม่อยู่กับเนื้อ
กับตัว สายตาของเขาเหล่มองข้างหลังอินหลิวเฟิงอย่างไม่รู้ตัว
และเยี่ยนอวี๋ คนที่กู้หยวนเหิงอยากเจอ นางก็อุ้มเด็กน้อยของนางลง
มาจากรถม้าแล้ว ช่วยไม่ได้จริงๆ ในเมื่อเด็กน้อยพยายามดิ้นและกลิ้ง
ออกมาดูเหตุการณ์ข้างนอกให้ได้
“แม่นาง…จื่ออวี๋” กู้หยวนเหิงรีบทักทายทันที! สายตาของเขาก็จ้อง
มองไปที่เยี่ยนอวี๋
“ซูซูคารวะนายท่านน้อยอิน คารวะศิษย์พี่อวี๋เจ้าค่ะ” เยี่ยนซูซูที่อยู่
ข้างหลังก็เดินขึ้นหน้ามาคารวะอินหลิวเฟิงและเยี่ยนอวี๋ นี่ถือว่าเป็น
ครั้งแรกที่นางเจอเยี่ยนอวี๋หลังจากเกิดใหม่
ครั้นเยี่ยนซูซูเอ่ยปาก เยี่ยนอวี๋ก็ชะงักทันที เพราะนางพบว่าคนตรง
หน้าที่เรียกนางว่าศิษย์พี่คนนี้ จิตวิญญาณของนางเหมือนจะไม่เป็น
ปกติ?