เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 180 ตัวข้าซือมิ่งมีลูกเก็บ?
ต้าซือมิ่งราชสำนักไม่ได้ตาบอด และสายตาของเขายังดีเหมือน
อินสวินอี้โยวตูอ๋องด้วย เขาเห็นชัดเจนแล้วว่าทารกน้อยที่ร้องไห้จน
ตาบวม เจ้าก้อนที่สกปรกมอมแมมทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าเขา เจ้าก้อน
มอมแมมที่ชอบเขาและมีความสามารถในการ ‘จับ’ เขามีหน้าตา
เหมือนตัวเขาเองมาก เหมือนมาก… เหมือนมากจริงๆ… เหมือนจน
ทำให้ต้าซือมิ่งราชสำนักแสดงกิริยาไม่เหมาะสมเป็นครั้งแรกในชีวิต!
เขาตัวนิ่งงันอยู่ที่เดิม ทว่าเขาก็กีดกันตนเองออกจากสายตาทุกคน
แล้ว ดังนั้นถึงแม้ว่าอินสวินอี้จะคอยมองต้าซือมิ่งท่านนี้ตลอดเวลา
แต่เขาก็ไม่ทันเห็นสีหน้าประหลาดราวกับถูกฟ้าผ่าที่ปรากฏบน
ใบหน้าของต้าซือมิ่งท่านนี้ ทว่าอินสวินอี้ผู้มีสายตาเฉียบแหลม เขา
พอเดาได้แล้วว่าเหตุใดต้าซือมิ่งท่านนี้จู่ๆ จึง ‘หายตัว’ ไป อีกทั้งเขา
ยังทายความจริงอีกเรื่องหนึ่งได้ด้วย
‘ดูท่าต้าซือมิ่งจะไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของเขา’ อินสวินอี้รู้สึกว่า
ตนรู้ความจริงได้มากขึ้นทุกวันแล้ว! หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาอาจถูก
ฆ่าปิดปากก็ได้
แต่เหนือสิ่งอื่นใด… อินสวินอี้ยังคงต้องสบถอย่างไม่สุภาพในใจ
‘บ้าเอ๊ย’ ต้าซือมิ่งไม่รู้ว่าตนเองมีลูกชายหรือนี่?! เป็นเพราะต้าซือมิ่ง
เลวทรามเกินไป เลวทรามจนไม่รู้ว่าทิ้งเชื้อไว้ให้ใครหรือ! หรือว่าท่าน
ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนเก่งเกินไป นางคลอดลูกของเขาออกมาโดย
ที่เขาไม่รู้ตัว?!
…
ไม่ว่าเป็นความเป็นไปได้แบบใด อินสวินอี้ก็ทำได้เพียงร้อง ‘บ้า
เอ๊ย’ ในใจ!
ลองคิดดูสิ หากเป็นแบบแรก แล้วใครจะไปคิดว่าต้าซือมิ่งผู้หลุด
พ้นจากทางโลกและละเว้นจากกามารมณ์ราวกับไม่ทานอาหาร
มนุษย์และไร้ซึ่งความปรารถนาใดๆ เขากลับ…
บ้าจริง!
อินสวินอี้ไม่กล้าคิดต่อไป เขารู้สึกถ่อยเกินไปแล้ว ทัศนคติสาม
ด้าน[1]พังทลายไปหมด ท้ายที่สุดอินสวินอี้จึงคิดว่าแบบที่สองน่าจะ
ปกติมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อเขารู้ว่าท่านปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนเป็น
ผู้สืบทอดของปฐมราชินีหยวนชู เขาจึงยิ่งคิดว่ามีความเป็นไปได้ ถึง
แม้ต้าซือมิ่งแข็งแกร่งจนวิปริต แต่ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนที่ได้รับการ
สืบทอดจากปฐมราชินีก็ไม่ใช่แจกันดอกไม้ที่สวยแต่รูปเท่านั้น ดังนั้น
การเชื่อข่าวลืออย่างไม่ลืมหูลืมตาอาจจะทำให้คนตายได้ ปราชญ์
มหาสำนักท่านนี้แม้แต่ต้าซือมิ่งก็ยังปราบให้อยู่หมัดได้ นางช่าง…
…
ในขณะที่อินสวินอี้ว้าวุ่นอยู่นั้น สิ่งมีชีวิตตัวน้อยก็ไม่อยากใช้ตา
พิสูจน์อีกแล้ว เขาจับแม่คนงามไว้และชี้ไปข้างหน้าพลางส่งเสียง
“อ้ะเนะเนะ”
“อ้ะเนะเนะ! อ้ะเนะเนะ!” เด็กน้อยบอกว่าเขารู้สึกว่าพ่อรูปงามของ
เขาอยู่ข้างหน้านี้เอง เขาอยากไปดู
เยี่ยนอวี๋สังเกตเห็น ‘ความผิดปกติ’ ของเด็กน้อยตั้งแต่แรกแล้ว
อีกทั้งนางก็รับรู้ได้ว่าข้างหลังของนางมีกลิ่นอายจางๆ ซ่อนอยู่ แต่เยี่ย
นอวี๋ไม่ได้ลงมือทำอะไร เพราะว่านางเดาได้ว่าคนที่มาคือต้าซือมิ่ง
ท่านนั้น แต่เดิมนางอยากจะหายตัวไปที่นั่นพร้อมกับเด็กน้อยโดยที่
เขาไม่ทันตั้งตัว แต่น่าเสียดายที่เด็กน้อยอดทนไว้ไม่ได้ แต่ก็มิอาจ
กล่าวโทษเด็กน้อยได้ เด็กน้อยยังเล็กเช่นนี้ก็สัมผัสถึงอันตรายได้ ถือ
ว่าเก่งมากแล้ว
ทว่าถึงแม้จะ ‘เปิดโปง’ แล้ว เยี่ยนอวี๋ยังคงไม่ยอมแพ้ หลังจากที่
นางลูบหลังของเด็กน้อยเบาๆ แล้ว นางก็หายตัวไปจากที่เดิมทันที!
เมื่อนางปรากฏตัวอีกครั้ง ตำแหน่งที่นางยืนอยู่ก็คือตำแหน่งที่ต้าซื
อมิ่งราชสำนักยืนอยู่เมื่อชั่วขณะก่อนหน้า
“อ้ะ! อ้ะเนะเนะ!”
เยี่ยนเสี่ยวเป่าตื่นเต้นดีใจขึ้นมา ความเศร้าเสียใจหายเป็นปลิด
ทิ้ง เพราะว่าเขาสัมผัสถึงกลิ่นอายชัดเจนของท่านพ่อรูปงามของเขา
ทำให้เขามีความสุขมากนัก
“หนีไปอีกแล้ว…” เยี่ยนอวี๋หมดคำพูด นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้า
ซือมิ่งคนนี้จึงทำตัวหลบๆ ซ่อนๆเหมือนกระต่ายทุกครั้งเช่นนี้! คุย(สู้)
กันอย่างเปิดเผยหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร หนีไปทุกครั้งเลย! ฮึ… เยี่ย
นอวี๋เชื่อเขาแล้วจริงๆ
ทว่าเยี่ยนอวี๋กลับไม่รู้ว่าแต่เดิมต้าซือมิ่งไม่ได้คิดจะหนี เขายังคิด
ไว้แล้วว่าจะปล่อยให้นางและเด็กน้อย ‘จับ’ เขาได้ และคืนกระบี่ไท่
ชางให้นาง ด้วยเหตุนี้เขาจึงปลีกวิเวกอย่าง ‘ตั้งใจ’ และใช้กระบี่ไท่
ชางเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว
แต่ว่า… การปรากฏตัวอย่าง ‘สะอาดสะอ้าน’ ของเยี่ยนเสี่ยวเป่าก็
ทำลายทัศนคติสามด้านของต้าซือมิ่งโดยสิ้นเชิง เพราะอินสวินอี้ทาย
ถูก เขาไม่รู้จริงๆ ว่าเขามีลูกชาย! มิเช่นนั้นเขาคงไม่แสดงสีหน้า
‘ราวกับถูกฟ้าผ่า’ หรอก
เรื่องเช่นนี้ ตื่นเต้นกว่าการได้เป็นพ่อเสียอีก… อย่างน้อย
สำหรับต้าซือมิ่งแล้วก็ตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นจนเขาเผลอซ่อนตัวอย่าง
ยั้งไม่อยู่… เขาต้องสงบสติอารมณ์ก่อน!
…
“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ เป็นอะไรหรือ?” เยี่ยนจื่อเสาที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาหายตัวมาข้างกายเยี่ยนอวี๋ตามสัญชาติญาณ “เกิดเรื่องอีกหรือ”
เยี่ยนอวี๋ส่ายศีรษะ “ไม่มีอะไร ไม่เกี่ยวกับตระกูลเฉาหรอก”
แม้เมื่อครู่นี้นางจะปลอบเด็กน้อยอย่างใจจดใจจ่อก็ตาม แต่ก็ไม่
เป็นอุปสรรคต่อการรับรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จากการ
วิเคราะห์สถานการณ์หลังจากที่นางปลอบเด็กน้อยเสร็จแล้ว
“อืม! เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าคิดว่าตระกูลเฉามีอสูรร้ายที่ไหนมาอีก
แล้วเสียอีก” อินหลิวเฟิงถามอย่างผ่อนคลายเล็กน้อย “เช่นนั้นเจ้ามา
ที่นี่…?”
เยี่ยนอวี๋ไม่คิดปิดบัง “เมื่อครู่นี้ต้าซือมิ่งคนนั้นอยู่ที่นี่”
“อืม” อินหลิวเฟิงไม่รู้สึกตกใจนัก เพราะว่าเขาเดาได้ตั้งแต่แรก
แล้วว่าต้าซือมิ่งท่านนั้นอยู่ในห้องพักขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหลังจาก
ที่เขาเห็นบิดาของเขาออกมาจากห้องพักขนาดใหญ่ก็ยิ่งมั่นใจ
ทว่าเม่ยเอ๋อร์ในยามนี้กลับรายงานขึ้นว่า “คุณหนูใหญ่
เหมือนกับว่าต้าซือมิ่งท่านนั้นช่วยพวกเราไว้เจ้าค่ะ”
เยี่ยนอวี๋ขมวดคิ้ว “อย่างไร”
“คนนั้น” เม่ยเอ๋อร์ชี้ไปที่ผู้แข็งแกร่งตระกูลเฉาที่ถูกนางลากมา
ตั้งแต่แรก นางเล่าว่า “ฌานตบะของท่านนี้ไม่ได้สูงนัก แต่ช ่าชองวิชา
อวกาศ ข้าน้อยเกือบจะคลาดกับเขาแล้ว แต่ชายผู้นี้กลับถูกพายุห้วง
อวกาศซัดจนหลุดออกจากความว่างเปล่าและตกลงมาข้างหน้า
ข้าน้อย”
อินหลิวเฟิงกระจ่างในทันที “ก็ว่า! ข้าก็ว่าเฉาอิงเหรินเป็นถึงผู้สืบ
ทอดคนสำคัญของตระกูลเฉาแห่งเป่ยเหา เหตุใดจึงไม่มีองครักษ์ดีๆ
เลยสักคน ที่แท้ก็ตายอยู่ที่นี่นี่เอง”
“อืม” เม่ยเอ๋อร์พยักหน้า
เอ้อร์เหมาพูดอย่างสลดใจว่า “ไม่รู้จริงๆ ว่าเฉาอิงเหรินคิดอะไร
อยู่กันแน่ น้องสาวของเขาทำตัวกร่างเช่นนั้น เขายังส่งผู้แข็งแกร่งมา
ช่วย ข้ารับรองได้ว่าหากไม่ใช่เพราะเพื่อช่วยน้องสาวโง่เขลานั่น เฉา
อิงเหรินต้องหนีไปได้แน่นอน”
“นั่นก็ไม่มีทางหรอก” อินหลิวเฟิงมองทะลุทุกอย่าง “ต้าซือมิ่ง
ถึงกับลงมือด้วยตนเอง พันขุนเขาไร้นกบิน ทางทั้งหมื่นไร้รอยเท้าคน
ใครก็มิอาจหนีไปได้”
“แน่นอน” อินสวินอี้เดินมาข้างหน้าพวกเขาและกล่าวขอ
โทษเยี่ยนอวี๋ “ขออภัยท่านปราชญ์มหาสำนักเยี่ยน ทำให้ท่านและ
เสี่ยวเป่าตกใจแล้ว เป็นเพราะข้าดูแลไม่ดี”
“เกินไปแล้ว” เยี่ยนอวี๋ส่ายศีรษะเล็กน้อย
อินสวินอี้กลับแปรเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย เขาพูดอย่างจริงจังว่า
“ขออภัย ท่านปราชญ์มหาสำนักเยี่ยน ข้ามีเรื่องด่วน หากท่าน
ต้องการสิ่งใด บอกหลิวเฟิงได้ เขามีอำนาจจัดการทุกสิ่ง ขออภัย
จริงๆ! ข้า…”
“ไม่เป็นไร” เยี่ยนอวี๋ดูออกว่าโยวตูอ๋องมีธุระด่วนจริงๆ จึงขัดเขา
ว่า “โยวตูอ๋องตามสบายเถิด”
“ขอบคุณท่านปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนที่เข้าใจ ข้าขออำลา”
อินสวินอี้กล่าวอย่างรู้สึกผิด แต่เดิมเขาอยากจะคุยกับปราชญ์มหา
สำนักเยี่ยนมหัศจรรย์ท่านนี้เสียเล็กน้อย แต่ว่า… ต้าซือมิ่งกำลังเรียก
ตัวเขา!
เอ่อ… หากเป็นเป็นได้ อินสวินอี้ไม่อยากไปเลย เขารู้สึกไม่ค่อยดี
นัก คงไม่ใช่…
————————————————–
[1] ทัศนคติสามด้าน หรือ ปรัชญาซานกวน คือมุมมองการใช้
ชีวิต 3 ด้าน ได้แก่ ทัศนคติต่อชีวิต ทัศนคติต่อโลก (โลกทัศน์) และ
ทัศนคติต่อคุณค่า (ค่านิยม)