เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 272 อาบเพลิงหงส์จุติ ณ ชางอู๋
หัวใจของเยี่ยนอวี๋สั่นสะท้านพลันนึกขึ้นได้ว่าชาติก่อนที่ ‘นาง‘
ออกเรือนไปกับกู้หยวนเหิงนั้น ตอนที่ท่านพ่อเจ้าน ้าตากำลังส่งตัว
‘นาง‘ ให้กู้หยวนเหิง ก็เคย…ถามเช่นนี้กับกู้หยวนเหิง เขากลั้นน ้าตา
เอ่ยถามว่า ‘เจ้าสามารถทำให้เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์สุขสงบไปชั่วชีวิตได้จริงๆ
ใช่หรือไม่’
ประโยคเดียวกัน ไม่เปลี่ยนเลยสักคำเดียว
เพราะสำหรับเยี่ยนชิงแล้วไม่ว่าจะเป็นใครที่มาสู่ขอแก้วตาดวงใจ
ของเขา สิ่งที่เขาร้องขอนั้นมีเพียงอย่างเดียวคือสามารถทำให้
บุตรสาวที่รักของเขาสุขสงบไปชั่วชีวิตได้ ไร้ทุกข์ไร้กังวลตลอดไป
แต่ว่าครั้งนี้…
เยี่ยนชิงได้รับคำตอบที่แตกต่างออกไป
หรงอี้ที่ถูกถามช้อนตาขึ้นมองดวงตาที่เริ่มแดงและคลอไปด้วย
หยาดน ้าตาของท่านพ่อตา แววตาเขาปกคลุมไปด้วยความอ่อนโยน
และภาคภูมิ น ้าเสียงหนักแน่นเอ่ยว่า “ขอรับ ข้ารับรอง”
เพียงห้าคำนี้แต่เยี่ยนชิงก็เชื่อแล้ว เพราะเขามองเห็นว่าในดวงตา
ของเจ้าหนุ่มผู้นี้คือความหนักแน่นเย่อหยิ่ง! เป็นผู้ที่ดูแคลนคำโกหก
และไม่จำเป็นต้องโกหก
ดูจากชื่อเสียงที่คนผู้นี้สร้างขึ้นมาในอดีตและความแข็งแกร่งที่
เขาแสดงออกมานั้นเขาไม่จำเป็นต้องโกหกจริงๆ ไม่จำเป็นต้อง
วางแผนใดๆ
เมื่อเทียบกับพระเสาวนีย์แล้ว ความน่าเกรงขามของต้าซือมิ่ง
จากตำหนักซือมิ่งนั้นสามารถบังคับสู่ขอได้มากกว่าด้วยซ ้า เพราะ
เขาคือบุคคลอันดับหนึ่งแห่งต้าซย่า ผู้ที่กระทั่งหยวนคังฮ่องเต้เองก็ยัง
ไม่อาจห้ามปรามได้
“ดี”
เยี่ยนชิงที่จิตใจแจ่มใส แม้มีถ้อยคำอีกนับพันนับหมื่นยังไม่ได้
เอ่ยแต่กลับประคองต้าซือมิ่งขึ้นมาแล้ว “ข้าเห็นด้วยกับการแต่งงาน
ในครั้งนี้ ขอเพียงเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ยินดี”
เยี่ยนอวี๋ “…”
นางที่เงียบไปนั้น ข้างหูยังมีคำตอบที่กู้หยวนเหิงตอบเมื่อชาติ
ก่อนดังก้องไปมา ‘ขอเพียงนางเชื่อฟัง’
หึ ขอเพียงนางเชื่อฟัง
เยี่ยนอวี๋ที่คิดถึงตรงนี้พลันช้อนตาขึ้นมองไปทางหรงอี้ ฝ่ายหลัง
ก็กำลังมองมาทางนางพอดี เมื่อสายตาสองคู่สบประสานเยี่ยนอวี๋ก็อึ้ง
งันไป
มีชั่ววูบหนึ่ง นางพลันรู้สึกว่าเขามุ่งตรงมาที่นาง ไม่เช่นนั้นหาก
เป็นชาติก่อนคนที่แม่นางน้อยผู้นั้นพบคือเขา อย่างนั้นทุกสิ่งทุก
อย่างจะเปลี่ยนไปหรือไม่
แต่ยามนั้นเขาไม่มา หลังจากนางกลับมาเกิดใหม่เขาก็รีบรุด
ตามมา หรือนี่เป็นเหตุเป็นผลส่งเสริมกัน
หากใช่ล่ะก็…
ไม่รอให้เยี่ยนอวี๋คิดมากไปกว่านี้เยี่ยนชิงก็ตบลงบนบ่าของ
ลูกเขยที่สูงกว่าเขาเล็กน้อย “พูดตามตรงนะ หากเจ้าสารเลวอย่าง
เจ้ากล้ารังแกเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์อีกล่ะก็เจ้าจะต้องเสียใจ!”
หรงอี้ที่กดพลังเทพทั้งหมดเอาไว้แล้วรับฝ่ามือนี้ของท่านพ่อตา
พลางเอ่ยตอบอย่างจริงจัง “ต่อไปเรื่องในบ้านให้เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เป็นผู้
ตัดสินใจ”
“เจ้าเด็กนี่” เยี่ยนชิงตบบ่าลูกเขยต่อไปรู้สึกว่าเขาช่างเป็น
ลูกเขยรู้ความดีจริงๆ รู้ความกว่าเขาในปีนั้นเสียอีก น่าเสียดาย…ช่าง
เถอะ ไม่ต้องเอ่ยถึงดีกว่า
“อ้ะเน้ะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่เห็นว่าท่านตาตีท่านพ่อไปหลาย
ครั้งพยายามดิ้นเข้ามาและกอดมือใหญ่ของท่านตาเอาไว้ ”
อ้ะเน้ะเนะ!” พอได้แล้วขอรับ!
“เจ้านี่มันเจ้าไส้ศึกตัวน้อย!” เยี่ยนชิงถือโอกาสอุ้มหลานชายเข้า
มาบีบแก้ม บีบเสียจนเจ้าก้อนน้อยร้องออกมา ทั้งยังเอ่ยประท้วงด้วย
คำใหม่ว่า “…ตา เลว”
“หึ!” เยี่ยนชิงแกล้งแค่นเสียง “ตาเป็นคนสารเลว หยิกเจ้า! หยิก
เจ้าเสียเลย”
“อ้า! อ้า…” เจ้าก้อนน้อยถูกจั๊กจี้เสียจนหัวเราะออกมายื่นมือ
ป้อมไปทางท่านพ่อของเขาไม่หยุด “พ่อ! อ้ะเน้ะเนะ…” พ่อ! ถึงตา
ท่านช่วยเสี่ยวเป่าบ้างแล้ว!
หรงอี้ไม่อาจไม่ช่วยเสี่ยวเป่าและไม่อาจล่วงเกินท่านพ่อตาด้วย
เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “เสี่ยวเป่าคงหิวแล้ว ท่านพ่อตาส่งเขาให้ข้าเถิด”
“อ้า!” เยี่ยนเสี่ยวเป่ารีบลูบท้องน้อยๆ ของตัวเองทันทีเพื่อบอกว่า
ท่านพ่อพูดถูกแล้ว
แน่นอนว่าเยี่ยนชิงไม่ได้คิดอะไรมากมายถึงเพียงนั้น เพียงแต่
เขาไม่ได้ส่งหลานชายไปให้ลูกเขย คิดจะส่งให้ชุ่ยชุ่ย “เรื่องป้อนข้าว
เสี่ยวเป่า ให้ชุ่ยชุ่ยทำดีกว่า”
ชุ่ยชุ่ยที่ถูกเรียกชื่อรีบก้าวเข้ามาด้านหน้าเตรียมจะรับคุณชาย
น้อยมา แต่ว่า…
“อ้า!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าส่งเสียงประท้วงคำหนึ่ง ยื่นมือสุดชีวิตไปทาง
ท่านพ่อของเขา
ชุ่ยชุ่ยคิดอยากจะปลอบคุณชายน้อย เพียงแต่…
“ข้าทำเอง” ต้าซือมิ่งหรงที่รับเสี่ยวเป่ามาตบหลังอ่อนนุ่มของเจ้า
ก้อนน้อยเบาๆ “อยากกินอะไร”
“ซี๊ด…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่น ้าลายใกล้จะไหลออกมาแล้วนั้น
“อ้ะเน้ะเนะ” สั่งอาหารหลายอย่างออกมาในรวดเดียว
บิดาแท้ๆ อย่างหรงอี้นั้นก็พยักหน้า “อืม พ่อจะทำให้เจ้า”
“อ้ะเน้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่ารีบกอดท่านพ่อแน่นทันทีพลางยิ้มตาหยี
เจิดจ้า
“เจ้าทำอาหารเป็นด้วยหรือ?” ลูกพี่ใหญ่เยี่ยนชิงไม่เชื่อ
เยี่ยนเสี่ยวเป่ารีบเล่าให้เขาฟัง “อ้ะเน้ะเนะ! อ้ะเน้ะเนะ…”
“พูดอะไรรึ?” เยี่ยนชิงฟังไม่เข้าใจ
เยี่ยนจื่อเสาเอ่ยอธิบายจากด้านข้างอีกครั้ง “บอกว่าอาหารที่
ท่านพ่อของเขาทำนั้นอร่อยมาก ท่านต้องเชื่อเขา อร่อยมาก อร่อย
มากจริงๆ”
“ทำไมเจ้าถึงฟังเข้าใจทุกอย่างเลยเล่า” ที่เยี่ยนชิงสนใจคือเรื่องนี้
ต่างหาก
เยี่ยนจื่อเสาโบกมือสื่อว่า “เทียบกันแล้วข้าสงสัยยิ่งกว่าว่า
น้องเขยเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเสี่ยวเป่าอยากกินอะไร”
“อ้ะเน้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าพยักหน้า รู้สึกว่าท่านพ่อของเขารู้จริง!
และความเป็นจริง ต้าซือมิ่งก็ตอบถูกจริงๆ “ซุปปลา นมแพะ โจ๊ก
เนื้อ โจ๊กข้นปลา โจ๊กข้นผัก”
“คิก” เยี่ยนเสี่ยวเป่ายิ้มหยาดเยิ้ม เป็นการบอกว่าท่านพ่อนั้นพูด
ถูกแล้ว
เยี่ยนอวี๋อดเอ่ยขึ้นไม่ได้ว่า “นี่ล้วนเป็นของที่เสี่ยวเป่าชอบกิน
ที่สุด” นางไม่ต้องคิดยังรู้เลยว่าเสี่ยวเป่าต้องอยากกินของพวกนี้ เจ้า
ผีน้อยจอมตะกละนี่
“อ้ะเน้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่ายังคงมีความสุขต่อไปรู้สึกว่าท่านพ่อและ
ท่านแม่ของเขานั้นเข้าใจเขามากที่สุดแล้ว!
เยี่ยนจื่อเสาจึงเข้าใจในตอนนี้ นี่เป็นกิจวัตรของต้าซือมิ่ง
อย่างไรเสียเตรียมอาหารที่เสี่ยวเป่าชอบมาหลายอย่างอย่างไรก็ไม่
ผิด แล้วก็ไม่ผิดจริงๆ เสียด้วย
เยี่ยนชิงเองก็เข้าใจแล้ว แต่เขาก็ยังสงสัยอยู่ดี “ลูกเขย เจ้าทำ
เป็นจริงๆ หรือ อร่อยไหม?”
“อ้ะเน้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าพยักหน้าอย่างองอาจ
เยี่ยนจื่อเสาเองก็รีบคว้าโอกาสให้ต้าซือมิ่งได้แสดงฝีมือเอาไว้
“ท่านพ่อก็ให้น้องเขยทำให้ท่านด้วยชุดหนึ่ง ท่านก็รู้แล้ว”
“พูดถึงตรงนี้ จื่อเสาเจ้าหายดีแล้วหรือ” ในที่สุดเยี่ยนชิงก็เป็น
ห่วงเป็นใยลูกชายที่ ‘เก็บมาเลี้ยง’ แล้ว
เยี่ยนจื่อเสาซาบซึ้งใจจนน ้าตาไหลออกมา “ท่านพ่อ ท่านยังจำ
ได้หรือว่าข้าลำบากน่ะ?”
“เหลวไหล พ่ออย่างข้าไม่ได้ถูกลบความทรงจำทิ้งเสียหน่อย!
บอกมาซิว่าเจ้าหายดีได้อย่างไร ข้าดูพลังตบะของเจ้าเหมือนจะไม่
เหมือนเดิมเท่าไหร่ นี่เลื่อนขั้นแล้วหรือ” เยี่ยนชิงตบไหล่ลูกชาย ยัง
รู้สึกอยู่ตลอดว่าไม่อาจมองเห็นพลังตบะของลูกชายได้ ผิดปกติ
เยี่ยนหงชวนกลับตระหนักรู้ได้พร้อมเอ่ยออกมาอย่างตกตะลึง
“กายเนื้อเจ้าถึงขั้นปฐมภูมิ พลังวิญญาณถึงขั้นถอดจิตแล้ว?”
“หา?” เยี่ยนชิงตาค้าง ขนาดเขายังเป็นเพียงขั้นสุวรรณชาดเอง
นะ!
“วาสนาไม่เลวเลยนะ” เยี่ยนหงชวนยิ้มตาหยีมองเหลนชาย
“นอกจากฮองเฮาผู้นั้นที่ถูกขนานนามว่าเป็นตำนานของคนรุ่นเยาว์
เป็นอันดับหนึ่งแห่งต้าซย่าแล้ว เจ้าเองก็เป็นระดับตำนานแล้วเช่นกัน”
“ฮี่ ต้องขอบคุณน้องสาวกับน้องเขย ไม่อย่างนั้นข้าจะรอด
หรือไม่ก็ยังไม่แน่” เยี่ยนจื่อเสาเกาศีรษะอมยิ้ม “แต่ว่ากู้หยวนซูผู้นั้น
ก็เป็นระดับตำนานแล้วเช่นกันหรือ”
“ไม่เช่นนั้นจะได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮาหรือ” เยี่ยนหงชวนยิ้ม
เย็น “อาศัยฐานะของนาง หากไม่ใช่เพราะพรสวรรค์ล ้าเลิศ ท่านผู้นั้น
มีหรือจะยอมปล่อยตำแหน่งฮองเฮาง่ายๆ อย่างมากก็เป็นเพียงกุ้ยเฟย
เท่านั้น”
“ใช่แล้ว” เยี่ยนอวี๋พยักหน้า ชาติที่แล้วกู้หยวนซูเป็นเพียงกุ้ยเฟย
จริงๆ หลายเรื่องเริ่มเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
เยี่ยนหงชวนเอ่ยต่อ “มีพระเสาวนีย์น่ารังเกียจนี่ พวกเจ้าจะรั้งอยู่
ชางอู๋นานนักก็คงไม่ได้ หากจะเข้าวังหลวงก็ต้องระวังฮองเฮาองค์นี้
ให้มาก ล้วนเอ่ยว่าก้นผึ้งมีเข็ม ที่มีพิษร้ายที่สุดคือใจของสตรี[1]”
“ฮ่องเต้นั่นก็ไม่ใช่คนดีอะไรล้วนอำมหิตทั้งคู่!” เยี่ยนจื่อเสานึกถึง
เรื่องโยวตูขึ้นมาก็รู้สึกว่าสองคนนี้ช่างเป็นพวกศีลเสมอกันเสียจริง
เยี่ยนชิงใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่อย่างนั้นให้พ่อไปเมืองหลวงกับ
พวกเจ้าดีไหม”
“ท่านพ่อตาไม่จำเป็นต้องกังวลไป เขยจะปกป้องเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ให้
ดี” ต้าซือมิ่งบางคนรีบออกมาเอ่ยจากด้านข้างทันที
เยี่ยนอวี๋เองก็ไม่สนับสนุนให้ท่านพ่อเจ้าน ้าตาของนางเข้าเมือง
หลวงตอนนี้ เพราะอย่างไร…
“ไปที่ปรมาจารย์วิญญาณก่อน” เยี่ยนอวี๋เองก็อยากให้ท่านพ่อ
เจ้าน ้าตาของนางได้เพิ่มพูนตบะไม่อาจให้ตบะน้อยกว่าผู้อื่นได้
เยี่ยนชิงไม่เข้าใจเลยสักนิด แต่ไม่ว่าลูกสาวสุดที่รักอยากไปไหน
ย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน ดังนั้นเขาจึงพยักหน้า “ได้ อยากไปก็ไป
ตอนนี้ปรมาจารย์วิญญาณเติบโตได้เป็นอย่างดีทีเดียว”
แต่ไม่ว่าจะเป็นเยี่ยนชิงหรือเยี่ยนหงชวน กระทั่งผู้อาวุโสที่คอย
เฝ้าอยู่ในเขตหวงห้ามของปรมาจารย์วิญญาณอย่างหยางชีซานเอง
หลังจากได้เห็นหัวใจของหงส์เพลิงแล้ว อวัยวะภายในล้วนร้อนระอุ!
แต่นี่ยังไม่หมด…
ยังไม่ใช่ทั้งหมด!
เยี่ยนอวี๋นำหัวใจของหงส์เพลิงมาสถิตบนกิ่งเล็กของต้นอู๋ถง นาง
นั่งลงขัดสมาธิลงที่ด้านหน้าของต้นอู๋ถงเริ่มท่องคาถาอัญเชิญที่
เก่าแก่ที่สุดของตำหนักไท่ชาง “ไท่ชางก่อ หยวนชูสั่ง สัตว์ร้ายสี่
สมุทร กลับสู่ภูเขาทะเล”
เมื่อคำสั่งนี้เอ่ยออกไป..
วิ้ง!
มรรคาสวรรค์สั่นคลอน!
ปฐพีสั่นสะเทือน!
วี้ดดด
หงส์เพลิงที่ถูกควักหัวใจจนตาย!
ราวกับถูกกฎเกณฑ์รวบรวมมา วิญญาณลงมาเยือนสำนักชางอู๋
ตามคำสั่ง!
วี้ดดด!
วิญญาณเสี้ยวหนึ่งของหงส์เพลิงที่เดิมถูกเรียกทิ้งไว้ที่นี่พลัน
แข็งแกร่งขึ้นมาทันที!
ฟิ้ว ฟิ้ว
พลังฟื้นคืนชีพของต้นไม้เทพอู๋ถงไหลไปรวมกันที่วิญญาณหงส์
เพลิงไม่หยุด กระตุ้นหัวใจหงส์เพลิงดวงนั้นทำให้วิญญาณหงส์เพลิง
พลันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภาพเช่นนี้…
เยี่ยนหงชวนและคนอื่นๆ ย่อมต้องมองจนตาค้าง!
พวกเขาไม่ว่าใครก็ล้วนไม่อาจจินตนาการได้ว่านี่เป็น
ความสามารถเทพเซียนอะไร
นี่ นี่เหมือนกับว่าบนพื้นที่สำนักชางอู๋ของพวกเขากำลังจะให้
กำเนิดหงส์เพลิง! หงส์เพลิงที่เป็นสัตว์เทพในตำนานนั่น!
นี่ นี่มัน…ไม่จริงใช่หรือไม่
เยี่ยนหงชวนไม่อาจเชื่อได้ ตัวเขารู้ดีที่สุดว่าโลกมนุษย์ในตอนนี้
ไร้ซึ่งสัตว์เทพไปนานแล้ว
แต่ว่า…
วี้ด
แสงที่เจิดจ้า เสียงร้องของหงส์เพลิงที่กำลังปรากฏรูปร่างขึ้นไม่
หยุดกำลังจะทำให้ประโยคที่ว่าโลกมนุษย์ในตอนนี้ไร้ซึ่งสัตว์เทพไป
นานแล้วกลายเป็นอดีต เพราะว่า…
วิ้ง!
ด้วยพลังเทพของเยี่ยนอวี๋ ความช่วยเหลือของต้นอู๋ถงและหัวใจ
ของหงส์เพลิงที่ก่อกำเนิดใหม่อีกครั้ง หงส์เพลิงที่ไม่นับว่าใหญ่มาก
แต่สมจริงราวกับมีชีวิต ไม่ใช่สิ…มีชีวิตขึ้นมาแล้วจริงๆ!
หงส์เพลิงตัวเป็นๆ กำลังอาบเปลวเพลิงถือกำเนิดอีกครั้ง
ในสำนักชางอู๋เต็มไปด้วยเสียงร้องของหงส์เพลิง
ทั้งต้าซย่าล้วนสั่นสะเทือน!
วี้ดดด
————————————-
[1]青竹蛇儿口,黄蜂尾上针。两般由是可,最毒妇
人心 หมายถึง ปากของงูเขียว ก้นของผึ้ง สองสิ่งนี้แตกต่าง แต่สิ่งที่
มีพิษร้ายที่สุดคือใจสตรี เดิมมีความหมายถึงคนที่มีสายตาตื้นเขิน
ชอบช่วยเหลือคนชั่วก่อความวุ่นวาย แต่ปัจจุบันมักหยิบแค่สอง
ประโยคหลังมาใช้และใช้ในความหมายที่ว่า สิ่งที่มีพิษร้ายมากที่สุด
คือจิตใจของสตรี