เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 290 ต้าซือมิ่งปกป้องภรรยาอย่างสุดซึ้ง!
ผู้ที่มาพร้อมกับการเสียงเยาะเย้ยเยือกเย็นนี้ เป็นเยี่ยนจื่อเยี่ยที่ดู
เย็นชา สวมเสื้อสีเขียว รูปร่างสูงสง่าราวกับต้นสน! เขามาแล้ว เขา
มาทันเวลาพอดี
แม้ว่ากลิ่นอายของเขาจะไม่คงที่ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งบาดเจ็บสาหัส
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ร่างกายของเขาโค้งงอลงแต่อย่างใด! รัศมีที่คมราว
กับดาบเข้ามาใกล้จางเจิ้นหวา
ทันทีที่เยี่ยนจื่อเสาเห็นเขา ดวงตาก็พลันแดงเรื่อ “พี่ใหญ่!”
“อืม” เยี่ยนจื่อเยี่ยพยักหน้าและโบกมือให้น้องชายของเขามาหา
เขา ขณะที่ปกป้องเยี่ยนอวี๋น้องสาวที่หวงแหนที่สุดไว้ด้านหลัง แม้ว่า
เขาจะไม่มีเวลามองน้องสาวแม้แต่แวบเดียว แต่ความตั้งใจปกป้อง
ของเขานั้นอยู่เหนือคำพูดและการกระทำ
ส่วนเยี่ยนอวี๋ นางสัมผัสได้แล้วว่ากลิ่นอายของพี่ใหญ่ผู้นี้
แข็งแกร่งมาก แม้ว่าเขาเพิ่งได้รับบาดเจ็บ เขายังสามารถให้
ความรู้สึกแข็งแกร่งไม่รู้จบและไม่มีทางพ่ายแพ้ได้
ในเวลาเดียวกัน จางเจิ้นหวาเก็บความบ้าคลั่งของเขาไป
เล็กน้อยและมองไปที่เยี่ยนจื่อเยี่ย “เจ้า? เยี่ยนจื่อเยี่ย? เลือดชั่วที่ว่า
กันว่าได้เข้าเทียนเหมินของสำนักศึกษาน่ะหรือ”
“จางเจิ้นหวา เรียกเจ้าว่า ‘ท่านตาจาง’ หนหนึ่ง ไม่ใช่หมายความ
ว่าข้านับเจ้าเป็นท่านตาจริงๆ เจ้าคู่ควรกับการเรียกของข้าด้วยหรือ
ยังมีเลือดชั่วอะไรนั่นอีก เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาตัดสินข้าและกลั่นแกล้ง
น้องสาวของข้า” เยี่ยนจื่อเยี่ยเป็นคนเย็นชา แต่ด่าคนยิ่งเย็นชากว่า
อย่างไรจางเจิ้นหวาก็รู้สึกว่ากระดูกของตนกำลังหนาวยะเยือก
จริงเพราะดวงตาของเยี่ยนจื่อเยี่ยจริงๆ ช่างเย็นชาเกินไปแล้ว!
เหมือนจะเสกให้คนที่เขามองกลายเป็นก้อนน ้าแข็งได้อย่างไรอย่าง
นั้น!
นี่คือเยี่ยนจื่อเยี่ย…อัจฉริยะสูงสุดของผู้อัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ธาตุ
น ้า! ตอนนี้เป็นผู้อัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ในตำนานแล้ว และพลังกายของ
เขาได้ไปถึงขั้นวิญญาณปฐมภูมิแล้ว ไม่…ไม่เพียงเท่านั้น! ยิ่งกว่านั้น
อีก
อย่างไรก็ตามจางเจิ้นหวาไม่สามารถมองออกถึงระดับขั้นเหล่านี้
ของเยี่ยนจื่อเยี่ยได้ แต่สิ่งนี้ไม่ได้ป้องกันเขาจากความรู้สึกสับสน
เพราะคำสาปชั่วร้ายบนหน้าอกของเขาค่อยๆ ‘ดับ’ ไป?
นี่มัน…
“เป็นไปได้อย่างไร”
จางเจิ้นหวาจ้องที่หน้าอกของตนด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ จากนั้น
มองไปที่เยี่ยนจื่อเยี่ย “เป็นไปได้อย่างไร เจ้าทำอะไร เจ้า…”
“สลาย!” เยี่ยนจื่อเยี่ยที่ฟาดฝ่ามือที่เปล่งลำแสงโลหิตไปที่
หน้าอกของจางเจิ้นหวาและ ‘ทำลาย’ คำสาปชั่วร้ายในทันที
จางเจิ้นหวาซึ่งถูกฟาดลงกับพื้นดัง ปัง ตกตะลึง! แต่เขาที่ยังคง
อาเจียนเป็นเลือดรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังที่เขาเชื่อว่าจะทำให้เยี่ย
นอวี๋ยอมจำนนได้นั้นได้หายไปอย่างรวดเร็ว
“เป็นไปได้อย่างไร…”
จางเจิ้นหวาไม่เชื่อ
ชิวซูเฟินยิ่งตะลึง! ประกอบกับใบหน้าสีดำและแตกของนาง ช่าง
น่ากลัวจริงๆ
แต่เยี่ยนจื่อเยี่ยได้เอ่ยออกมาแล้ว “ทำไมมันถึงจะเป็นไปไม่ได้
ท่านแม่ของพวกข้าหรือก็คือลูกสาวที่เจ้าสาปแช่งด้วยพลังชั่วร้าย
นางไม่เพียงแต่ใช้พลังตบะชั่วชีวิตทำลายแก่นชีวิตของนางเท่านั้น
แต่ยังสืบทอดสายเลือดจากพวกเจ้าด้วย
นางยังใช้พรสวรรค์ด้านนิพพานของนาง เพื่อล้างสายเลือด
เดียวกับนางให้เราก่อนที่เราจะกำเนิด! ด้วยเหตุนี้นางจึงใช้เลือดไป
จนหมดสิ้นไม่อาจรักษาจนตาย ก่อนตายนางยังกลายเป็นโอสถหงส์
โลหิตเพื่อใช้สำหรับวันนี้! เพื่อกำจัดคำสาปที่อาจส่งผลกระทบกับเรา
สามคพี่น้องทิ้งไป”
จางเจิ้นหวา “…!”
คนอย่างเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ามารดาของพวกเขาจะทำสิ่งนี้
เพื่อลูกๆ ของนาง และเขาไม่เคยคิดเลยว่ามารดาผู้นี้จะแข็งแกร่งได้
ขนาดนี้! ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้
เยี่ยนจื่อเสาร้องไห้อีกครั้ง
เยี่ยนอวี๋ต้องตบหลังพี่รองเพื่อปลอบโยนเขา
“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์…” เยี่ยนจื่อเสาที่คิดว่าน้องสาวของเขากำลัง
ร้องไห้ด้วยก็กอดน้องสาวของเขาไว้ในอ้อมแขน “ไม่เป็นไร มันจบ
แล้ว” ฮือๆๆ
เมื่อเยี่ยนจื่อเสายังเด็ก เขาจำเสียงของแม่ได้ แต่เขาไม่รู้อะไร
มากกว่านั้น แต่เยี่ยนจื่อเยี่ยนั้นต่างออกไป ตอนที่แม่ของพวกเขา
เสียชีวิต เขาอายุได้แปดขวบและเป็นหนุ่มน้อยคนหนึ่งแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากหลายปีมานี้เขาอยู่ในเมืองหลวงมาโดย
ตลอด เยี่ยนชิงกังวลว่าตระกูลจางจะสร้างปัญหาจึงได้บอกเขาแล้วว่า
เกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น ดังนั้นเขาจึงรู้ทุกอย่าง
และยังเป็นเพราะเขารู้จึงได้พยายามมากขึ้นและฝึกฝนให้หนัก
ขึ้น! กลายเป็นศิษย์เอกของเทียนเหมินตั้งแต่อายุยังน้อย
ขณะนี้เยี่ยนจื่อเยี่ยที่ในดวงตาสว่างวาบไปด้วยประกายเลือดได้
เปิดเผยจิตสังหารของเขาแล้ว “ในขณะที่พวกเจ้าฆ่าแม่ของเรานั้น
พวกเจ้าก็ไม่สมควรที่จะถูกเรียกว่าญาติของเราอีกต่อไป! ข้าจะล้าง
แค้นให้กับท่านแม่”
“เจ้า…” จางเจิ้นหวาเบิกตาโพลง! ผู้แข็งแกร่งของสำนักคุนอู๋
ต้องการออกมาช่วยเขา แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครสามารถหยุดจาง
เจิ้นหวาจากความตายได้
ไม่ใช่เพราะเยี่ยนจื่อเยี่ย แต่เพราะในขณะเดียวกันที่เขาลงมือ ต้า
ซือมิ่งบางคนก็ ‘แย่ง’ ผู้คนจากสำนักคุนอู๋และสำนักเหยาไถเซียน
รวมถึงจางเจิ้นหวาล้วนกลายเป็นความว่างเปล่าในทันที
ชิวซูเฟินที่มีใบหน้าน่าสะพรึงกลัว และกู้หยวนเหิงซึ่งไร้ความรู้สึก
และว่างเปล่ามานานแล้ว ความจริงแล้วสำหรับสองคนนี้การอยู่นั้น
ยากยิ่งกว่าตายเสียอีก
“พวกเจ้า…” ชิวซูเฟินดูไปแล้วเหมือนสามารถด่าและตะโกนได้
แต่นางนอนเป็นอัมพาตอยู่บนพื้นตลอด เพราะอย่างไรไขกระดูก เนื้อ
และอวัยวะภายในของนางก็ถูกฟ้าผ่าจนแหลกเหลวไปหมดแล้ว
แม้ว่าฤทธิ์ของยาจะดี แต่ก็ไม่อาจช่วยให้นางหายดีดังเดิมได้ ทำได้
เพียงทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดได้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น
ชิวซูเฟินที่ก่อนหน้านี้ยังเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาจากความริษยา
และเกลียดชังยามนี้ทำได้เพียงจมลงสู่ความทรมานไม่จบสิ้นในทุกๆ
วันจนกว่านางจะสิ้นใจ
แต่ตอนนี้ชิวซูเฟินยังไม่รู้ในข้อนี้ นางคิดว่านางจะหายดี ดังนั้น
นางจึงกลัวที่จะถูกฆ่า นางยังคงพยายามถดกายหนี พยายามหดกาย
เข้าไปในฝูงชน
“ชิ!”
ฝูงชนแยกย้ายกันไปทีละคน พวกเขาไม่ต้องการโชคร้ายหรือ
โดนลูกหลงไปด้วย
หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ฝูงชนก็เข้าใจ และพวกเขาทุกคนรู้
ว่าชายจากตระกูลจางคนนั้นสมควรตายแล้ว ช่างเป็นคนโหดเหี้ยม
จริงๆ!
“ว่ากันว่าของเสือร้ายไม่กินลูกของมัน ตระกูลจางนี้ร้ายยิ่งกว่า
เสืออีก บุตรสาวคนนั้นของเขาเกิดผิดที่แล้วจริงๆ เสียดายพรสวรรค์
ที่ดีเช่นนั้นจริงๆ”
“นั่นสิ พรสวรรค์ด้านนิพพานเชียวนะ! หากอยู่ในสำนักนิพพาน
ต้องเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์แน่! น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ…” คนที่เดิน
ผ่านไปมายังรู้สึกเสียดาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาจารย์สำนักศึกษาส่วน
น้อยที่รู้เรื่องนี้เลย
“เฮ้อ” อาจารย์ชราที่ตามเยี่ยนจื่อเยี่ยออกมาเพื่อเป็นสักขีพยาน
ในอดีตยิ่งอายมากขึ้นไปอีก “อวิ๋นเมิ่งในตอนนั้นช่างน่าเสียดาย
จริงๆ”
ในฐานะที่เป็นอาจารย์ของจางอวิ๋นเมิ่งผู้เป็นแม่ของเยี่ยนอวี๋
อาจารย์คนนี้เสียใจยิ่งกว่า “เด็กๆ ท่านแม่ของพวกเจ้าเสียสละทุก
อย่างเพื่อพวกเจ้าจริงๆ หากนางไม่คลอดลูก ด้วยพรสวรรค์ของนาง
บัดนี้ต้องเป็นคนที่สุดยอดที่สุดในบรรดาผู้ฝึกฌานของต้าซย่า
แน่นอน”
นั่นคือความพยายาม! ลุยไปข้างหน้า! เลือดร้อน ทั้งจริงใจและ
แสนดี แต่กลับถูกทำลายด้วยครอบครัวของตนเอง ลู่หมิงจะไม่เสียใจ
ได้อย่างไร หากไม่ใช่เพราะสำนักศึกษาที่มีกฏห้ามไปยุ่งโลกฆราวาส
มิเช่นนั้นเขาคงอยากจะฆ่าจางเจิ้นหวาสารเลวไร้ประโยชน์ผู้นี้จริงๆ!
บัดนี้ ในที่สุดทุกอย่างก็สลายกลายเป็นขี้เถ้า ขี้เถ้ากลายเป็นเถ้า
ถ่าน
“อวิ๋นเมิ่ง เจ้าสามารถพักผ่อนได้อย่างสงบสุขแล้ว” อาจารย์ลู่
ร้องไห้ อย่างไรก็ตามจางอวิ๋นเมิ้งก็เป็นลูกศิษย์ที่ภาคภูมิใจที่สุดของ
เขาไม่มีใครเทียบได้
หลังจากจางอวิ๋นเมิ่ง เขาก็หยุดสอนและเป็นเพียงอาจารย์
ธรรมดาที่จัดการเรื่องต่างๆ ของสำนักศึกษา แม้จะเป็นการมาถึงของ
เยี่ยนจื่อเยี่ย และเยี่ยนจื่อเสาก็ไม่สามารถทำให้เขากลับมาสอนได้อีก
ช่างเจ็บปวดจริงๆ! ผู้มีพรสวรรค์ที่ขัดเกลามาเองกับมือต้องมา
จบชีวิตลงด้วยความเจ็บปวดเช่นนั้น ลู่หมิงไม่อยากรู้สึกเจ็บปวดแบบ
นั้นอีก “เฮ้อ…”
“ท่านอาจารย์ลู่” เยี่ยนจื่อเยี่ยรู้จักตัวตนของลู่หมิง เขาจึงพา
น้องชายและน้องสาวไปหาลู่หมิง “ท่านอาจารย์ลู่เป็นอาจารย์ของ
ท่านแม่ ในช่วงสองสามปีสุดท้ายของท่านแม่ก็มีอาจารย์ลู่ที่คอย
ช่วยเหลือ”
“ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ไม่ได้ช่วยอะไรเลย…” ลู่หมิงโบกมือ
“ท้ายที่สุดแล้ว ข้าก็ช่วยนางไว้ไม่ได้”
“อาจารย์ลู่” เยี่ยนจื่อเสา และเยี่ยนอวี๋ทักทายลู่หมิงด้วยความ
เคารพ “ขอบคุณท่านมาก”
จนถึงตอนนี้ เยี่ยนอวี๋ถึงจะรู้ว่าพรสวรรค์ของ ‘นาง’ ในชาติก่อน
สืบทอดมาจากใคร บางทีอาจเป็นเพราะนางสืบทอดพรสวรรค์ของ
ท่านแม่ ร่างกายจึงได้รับผลกระทบด้วย และนางก็ไม่สามารถปลุก
พรสวรรค์ของนางได้จนกว่าจะถึงช่วงเวลาสุดท้าย
น่าเสียดาย…
ยังคงเป็นโศกนาฏกรรม
แม่ลูกคู่นี้มีจุดจบไม่ดีทั้งในอดีตและปัจจุบัน
ขณะที่บรรยากาศในที่เกิดเหตุเศร้าหมอง ต้าซือมิ่งบางคนก็อุ้ม
ลูกน้อยเดินเข้ามาพร้อมทักทายว่า “ท่านอาจารย์ลู่”
“อ้ะเนะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่ายังตะโกนด้วย!
เยี่ยนอวี๋ “…”
เยี่ยนจื่อเสา “…”
“เหตุใดเมื่อครู่เจ้าต้องขัดขวางของข้าด้วย” เยี่ยนจื่อเยี่ยดูไม่
เกรงใจ เขาต้องการจะฆ่าจางเจิ้นหวา!
แต่ลู่หมิงกล่าวว่า “จื่อเยี่ย…ต้าซือมิ่งก็คิดถึงเจ้าเช่นกัน ไม่ว่าคน
คนนั้นจะแย่แค่ไหนก็เป็น…ช่างเถิด เรื่องผ่านไปแล้ว ไม่จำเป็นต้อง
นึกถึงอีก”
แม้ว่าเยี่ยนจื่อเยี่ยจะเข้าใจดี แต่เขาที่รู้ ‘ตัวตน‘ ของบุคคลนี้แล้ว
สัญชาตญาณของเขาจึงค่อนข้างที่จะรุนแรง อยากจะท้าทายอยู่บ้าง
แต่…
“ลุง!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ตะโกนเรียกเป็นเสียงยาว เอื้อมมือออกไป
หาเยี่ยนจื่อเยี่ยด้วยมืออ้วนป้อมแล้ว “ย่าห์…กอด”
เยี่ยนจื่อเยี่ยเปลี่ยนจากเย็นชาเป็นอบอุ่นทันที พร้อมกับเอื้อมมือ
ออกไปอย่างควบคุมไม่ได้ และรับเจ้าตัวน้อยที่น่ารักน่าชังคนนี้มา
ร่างกายของเขาแข็งทื่อไปทั้งตัว
เยี่ยนจื่อเยี่ยอุ้มเด็กไม่เป็นเลย! เขาเหมือนกับต้าซือมิ่งตอนที่
รู้จักกับเยี่ยนเสี่ยวเป่าครั้งแรก แค่รู้สึกว่าเจ้าก้อนนุ่มนิ่มและน่ารักนี้
อาจถูกทำลายเพราะเขาได้
สิ่งที่ ‘น่ากลัว’ คือหลังจากที่เจ้าตัวน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของ
ท่านลุงแล้ว เขาก็เต้นด้วยความตื่นเต้นและโยกตัวแรงๆ จากนั้น…เจ้า
ตัวน้อยก็ตกลงมา…
“อ้ะเนะ!”