เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 45 จิตคิดร้ายของสตรี!
ในเวลาเดียวกัน
เยี่ยนชิงอยู่ในหอเจ้าสำนัก เขาได้ตัดสินใจครั้งสำคัญว่า
“ทำลายโอสถแปรผันจะที่กลายร่างเป็นมนุษย์วานรหวาไหวทั้งหมด”
“ท่านพ่อ?” เยี่ยนจื่อเสาไม่เข้าใจ เพราะนั่นเป็นสถานที่อีกแห่ง
หนึ่งที่เขาสืบพบหลักฐานและรายงานความผิดต่อราชสำนักได้
แต่เยี่ยนชิงรู้สึกว่าคนที่พวกเขาส่งไปนั้นทำงานได้ราบรื่นเกินไป
ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่พบอุปสรรคใดๆ เลย และการสืบค้นแหล่งซ่อง
สุมที่มีโอสถแปรผันมนุษย์วานรหวาไหวนั่นได้มาอย่างง่ายดายเกินไป
จุดนี้ทำให้เยี่ยนชิงมีความเด็ดขาดมากขึ้น “ส่งไปทำลายเขต
หวงห้ามทันที”
เยี่ยนจื่อเสาไม่ได้พูดอะไรมากอีก และองครักษ์ลับของชางอู๋ที่
ได้รับคำสั่งก็เร้นกายหายไปทันที
“รายงาน” องครักษ์ที่เฝ้าอยู่นอกหอเจ้าสำนัก รายงานการมาถึง
ของพวกเฉาหมิงเฉิงและกู้หยวนเหิง
เยี่ยนชิงสะกดกลั้นโทสะ สั่งลูกชายคนรองว่า “เจ้าออกไปรอเสี่ย
วอวี๋เอ๋อร์ที่นอกเขตหวงห้าม หากเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ยังไม่ออกมา เจ้าก็ยัง
ไม่ต้องตามมาเช่นกัน”
“แต่…” เยี่ยนจื่อเสากังวลว่าบิดาจะถูกทำให้ลำบากใจ
เยี่ยนชิงกลับบอกไม่ให้เขาเป็นห่วง “ทำตามที่ข้าบอกเถิด”
“ขอรับ ลูกจะไปเดี๋ยวนี้” เยี่ยนจื่อเสาจึงต้องจากไป
ครั้นแล้วเยี่ยนชิงก็เดินออกจากหอเตรียมต้อนรับเฉาหมิงเฉิง แต่
กลับพบว่าเม่ยเอ๋อร์จู่ๆ ก็ปรากฏตัวอย่างลึกลับอยู่ข้างๆ เขา? นี่มัน…
“เจ้ากลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับข้าหรือ” เยี่ยนชิงถามด้วยน ้าเสียง
พิกล
เม่ยเอ๋อร์พยักหน้าอย่างจริงจัง “คุณหนูใหญ่บอกว่า ระหว่างที่
นางฝึกฌานอยู่ ให้ข้าน้อยติดตามท่านเจ้าค่ะ”
“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เอ๋ย…” เยี่ยนชิงซาบซึ้งใจ “นางรักข้ามากที่สุด
แล้ว”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่รักคุณชายน้อยมากกว่า” เม่ยเอ๋อร์แก้
คำพูดให้
เยี่ยนชิงรู้สึกเหมือนมีมีดกรีดลงกลางใจ เจ็บปวดจนแทบกระอัก
เลือด จากนั้นเขาก็รีบเดินไปรับหน้าคนพวกนั้นโดยไม่พูดอะไรอีก จะ
ได้ไม่ต้อง ‘โกรธ’ จนตายอยู่ตรงนี้
เมื่อเยี่ยนชิงมาถึงประตูสำนัก แต่กลับไม่เห็นผู้อาวุโสเก้าที่ควรจะ
ปรากฏตัวก่อน ซึ่งทำให้เขาสงสัยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาทักทาย
เฉาหมิงเฉิงด้วยสีหน้าสุภาพ แต่กลับทำเหมือนไม่เห็นกู้หยวนเหิงอยู่
ในสายตา
แน่นอนว่า หากไม่ใช่เพราะเฉาหมิงเฉิงอยู่ด้วย เยี่ยนชิงยินดีที่จะ
ไล่ตีกู้หยวนเหิงมากกว่าที่จะทำเป็นมองไม่เห็นให้เขาสบายเช่นนี้
เฉาหมิงเฉิงเองก็ไม่ได้อยากเป็นเทพผู้สร้างสันติ “ท่านเจ้า
สำนักเยี่ยน ไม่ทราบว่าบุตรสาวของท่านออกจากการฝึกฝนแล้วหรือ
ยัง”
“ยัง แต่น่าจะอีกไม่นานแล้วกระมัง เชิญใต้เท้าเฉาเข้ามารอใน
สำนักข้าสักครู่เถิด” เยี่ยนชิงกล่าวอย่างมั่นใจ แม้ว่าเขาจะไม่มีความ
มั่นใจก็ตาม
ทว่าก่อนที่เฉาหมิงเฉิงจะรับคำ น ้าเสียงอันสำเริงสำราญของบุรุษ
ผู้หนึ่งก็เอ่ยขึ้นก่อนว่า “ฮ่าๆ ดูเหมือนข้าจะมาได้จังหวะพอดี พวกเจ้า
ก็เพิ่งมาถึงเช่นกันสินะ”
“ซวงเสวียนจวิน” เฉาหมิงเฉิงหันหลังกลับอย่างไม่แปลกใจ
อินหลิวเฟิงปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับองครักษ์ชุดดำ “ใต้เท้าเฉา
ไม่พบกันนานสบายดีหรือไม่”
“ก็ดี ดูเหมือนว่าซวงเสวียนจวินจะสู่ขอไม่สำเร็จ?” เฉาหมิงเฉิง
ถามด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “หากซวงเสวียนจวินเพียงแค่พูดเล่นไม่
จริงจัง ไม่ได้ต้องการสู่ขอจริงๆ ถ้าเช่นนั้นก็อย่ามารบกวนงาน
ราชการของข้าเลย”
“โอ้! ใต้เท้าเฉา ใจร้อนเกินไปแล้ว อีกอย่างข้าก็ไม่ใช่องค์
จักรพรรดิเสียหน่อย ที่นึกอยากจะแต่งกับใครก็แค่ชี้นิ้วสั่ง ข้ายังต้อง
ถามความสมัครใจของแม่นางผู้นั้นเสียก่อน ถึงจะพาหญิงงามกลับ
เรือนได้!” อินหลิวเฟิงรำพึงเหมือนจะน้อยเนื้อต ่าใจด้วยน ้าเสียง
ธรรมดา
เฉาหมิงเฉิงยิ้ม “หญิงงามคนใดที่ซวงเสวียนจวินมิอาจ
ครอบครองได้กัน”
“คุณหนูใหญ่เยี่ยนอย่างไรล่ะ” อินหลิวเฟิงจนปัญญา
เฉาหมิงเฉิงเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เยี่ยนชิงถังทนฟัง
ไม่ได้ จึงพูดแทรกขึ้นว่า “เกรงว่าซวงเสวียนจวินจะพลาดไปเสียแล้ว
น้องจื่ออวี๋เป็นคนรักเดียวใจเดียวเสมอมา ในใจของนางมีเพียงกู้จ่าง
สื่อเท่านั้น”
กู้หยวนเหิงที่ถูกเอ่ยถึงยืดหลังตรงเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไร
เพียงแค่เอามือประกบกันคารวะอินหลิวเฟิงเท่านั้น “ซวงเสวียนจวิน”
“ชีหลางก็มาแล้วหรือนี่ แต่ข้าไม่เชื่อเลยว่าคุณหนูใหญ่เยี่ยนจะ
ไม่เปลี่ยนใจ” อินหลิวเฟิงยิ้มบางๆ หากแต่นึกเยาะเย้ยในใจ แม่นางผู้
นั้นปักใจรักกู้หยวนเหิง? หึ ข่าวลือไม่มีมูลเสียเลย
“…น้องจื่ออวี๋…” กู้หยวนเหิงนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“น้องจื่ออวี๋เป็นหญิงที่จริงใจและรักเดียวใจเดียว”
อย่างไรก็ตามเยี่ยนชิงไม่อยากฟัง จึงพูดขัดจังหวะ “ใต้เท้าเฉา
ซวงเสวียนจวิน เชิญทั้งสองเข้าไปพักในสำนักก่อนเถิด พูดคุยกัน
หน้าประตูสำนัก ใช้ได้ที่ไหนกัน”
“ฮ่าๆ ใช่แล้วล่ะ ใต้เท้าเฉา ท่านเจ้าสำนักเยี่ยน เชิญ” อินหลิว
เฟิงไม่รู้สึกไม่พอใจเลย
“เชิญ” เฉาหมิงเฉิงและเยี่ยนชิงต่างก็เชิญซึ่งกันและกัน จากนั้น
ทั้งสามคนก็เดินเข้าสู่สำนักพร้อมกัน โดยไม่สนใจกู้หยวนเหิงเลย
เยี่ยนชิงตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น เพราะอินหลิวเฟิงและเฉาหมิงเฉิงมี
ฐานะที่ถูกกำหนดไว้แล้ว แม้ว่ากู้หยวนเหิงจะเป็นจ่างสื่อของราช
สำนัก แต่เขาก็เป็นเพียงขุนนางท้องถิ่นขั้นสี่เท่านั้น
แม้ว่ากู้หยวนเหิงจะมีสิทธิ์ดูแลสำนักสำคัญทั้งหลายในนามของ
ราชสำนัก แต่สถานะของเขาด้อยกว่าเฉาหมิงเฉิงผู้เป็นขุนนางคน
สนิทของจักรพรรดิหยวนหมิงหลายขุม ซึ่งรวมถึงอินหลิวเฟิงผู้ที่จะได้
ดำรงตำแหน่งโหวคนต่อไปของเมืองโยวตูด้วย
ดังนั้นกู้หยวนเหิงจึงเดินตามไปโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด แต่เขาเชื่อ
ว่าสถานการณ์นี้จะถูกทำลายในไม่ช้า เขาไม่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่
เยี่ยนจื่ออวี๋กลายเป็นผู้ขโมยมนุษย์วานรหวาไหวแล้ว นายน้อยอิน
หลิวเฟิงแห่งเมืองโยวตูจะยังมีใจให้นางอีก นอกจากว่าเขาไม่กลัวที่จะ
ถูกราชสำนักปราบปราม
ความมั่นใจของกู้หยวนเหิงถึงจุดสูงสุด เมื่อเข้ามาถึงห้องโถง
ใหญ่ของท่านเจ้าสำนักเยี่ยนชางอู๋! เพราะเมื่อเฉาหมิงเฉิงเดินเข้าไป
ก็พบกับผู้อาวุโสเก้าที่กำลังรออยู่ด้านในแล้ว เขาคุกเข่าเข้าไปหา
เฉาหมิงเฉิง “ใต้เท้าเฉา! แย่แล้วขอรับ”
“…” เฉาหมิงเฉิงตกตะลึง เห็นได้ชัดว่าเขานึกไม่ถึงว่าผู้อาวุโส
เก้าแห่งสำนักชางอู๋จะบุ่มบ่ามเข้ามาหาเขาเช่นนี้ แล้วเยี่ยนชิงที่อยู่
ข้างๆ ก็ยิ่งขมวดคิ้วขุ่นเคือง
ผู้อาวุโสรองที่อยู่โถงด้านในก็เช่นกัน เขาตวาดขึ้นทันทีว่า “น้อง
เก้า! เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ยังไม่ลุกขึ้นอีก เจ้า…”
ทว่าผู้อาวุโสเก้ากลับพูดโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น “ใต้เท้าเฉา
ข้าน้อยได้รับรายงานลับว่าผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักข้า ซึ่งก็คือบิดา
ของเยี่ยนกุ้ยหนี่ว์ ถูกสังหารตายภายในเรือนจำ ทั้งยังถูกเผาศพ
ทำลายหลักฐานด้วยขอรับ!”