เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 619 อาละวาดถ ้ามังกรพังพินาศ ท่านเป่าสำเร็จการศึกษา
“ศัตรูของเจ้า?” เยี่ยนอวี๋เลิกคิ้วเล็กน้อย “เช่นนั้นสภาพที่เจ้า
เป็นอยู่ตอนนี้เกี่ยวข้องกับเขาหรือ”
หรงอี้ยิ้มจางๆ โอบภรรยาเข้ามาในอ้อมแขนและจูบนางเบาๆ
“อาจจะ”
“แล้วเจ้ายังดูดีใจเช่นนี้?” เยี่ยนอวี๋รับรู้ได้ว่าชายคนนี้ดูมี
ความสุขมากจริงๆ เพียงเพราะคู่ต่อสู้ของเขาดูเหมือนจะแข็งแกร่ง
มาก? เยี่ยนเสี่ยวเป่าเองก็เบิกดวงตากลมโตอย่างไม่เข้าใจ “เนะ?”
ทว่าต้าซือมิ่งที่โอบสองแม่ลูกไว้ เขาก็มีความสุขมากจริงๆ
“เท่ากับว่าการมาครั้งนี้คุ้มค่าแล้วมิใช่หรือ แล้วก็เจ้ายังจำได้หรือไม่
ว่าเจ้าหัวแดงนั่นต่อต้านข้าอย่างไร”
“เนะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่ายิ่งฟังยิ่งสับสน
เยี่ยนอวี๋นึกบางอย่างขึ้นได้ “เจ้าสงสัยว่าร่างพลังของเจ้าไม่ได้
เกิดมาเพื่อเป็นศัตรูกับเจ้าแต่แรก แต่เป็นเพราะฝีมือของศัตรูคนนั้น
ของเจ้าหรือ”
“อืม” ต้าซือมิ่งที่จูบหน้าผากของภรรยาอีกครั้ง มือข้างหนึ่ง
ประคองหลังคอของภรรยา อีกข้างหนึ่งลูบศีรษะโล้นของเด็กน้อย เขา
ตั้งตารอการปรากฏตัวของศัตรูแล้ว เขาเดาว่าที่พลังของร่างพลังไม่
สมบูรณ์น่าจะเกี่ยวข้องกับผู้สลักลวดลายศักดิ์สิทธิ์นี้และพรสวรรค์
การสลักลวดลายเหล่านี้สืบทอดมาจากท่านแม่ของเขา
เช่นนั้นแล้ว เขาสงสัยจริงๆ ว่าคนคนนี้คือผู้ใด คือคนที่มาจากที่
เดียวกับเขาหรือว่าเขาเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์พิเศษถึงขนาดสร้าง
ลวดลายศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถยับยั้งเขาไว้ได้…หรงต้าซือมิ่งกำลังคิด
เช่นนี้ เยี่ยนเสี่ยวเป่าก็ปีนขึ้นมาที่ใบหน้าของเขาแล้ว “อ้ะเนะๆๆ…”
เป่าฟังไม่รู้เรื่อง เป่าปวดหัว
หรงอี้ที่จับเด็กน้อยลงมาและรวบตัวเขาไว้ในอ้อมอกก็จูบ
หน้าผากของภรรยาอีกครั้ง “ข้าคิดว่าเขาคงไม่มา เราต้องไปหาเขา”
“หากช้าไปจะถูกเขาวางกับดักหรือไม่” ครานี้เยี่ยนอวี๋เข้าใจแล้ว
ว่าเหตุใดเมื่อครู่นี้สามีจึงอยากจะไปหาองค์เทพมังกรที่ว่า เพราะ
อยากจะจู่โจมขณะที่ศัตรูตั้งตัวไม่ทันนั่นเอง แต่นางห้ามไว้แล้ว
ดังนั้น…
“ก็ดีเหมือนกัน ให้เขาได้เตรียมตัว อาจจะสร้างความประหลาด
ใจให้ข้าได้” ต้าซือมิ่งลูบหลังของเด็กน้อย ก่อนจะพูดถึงเสี่ยวเป่า
“อีกอย่างเสี่ยวเป่าก็หิวแล้ว”
“อ้ะเนะ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ขยับแขนและขาไปมา เขาก็มองไปที่อิน
หลิวเฟิงและกู้จื่อเฟิงแล้ว
กู้จื่อเฟิงในครานี้กำลังถูกอินหลิวเฟิงเหน็บแนม “อย่าหาว่าข้า
เช่นนั้นเช่นนี้เลยนะ พี่จื่อเฟิง ทักษะการใช้มีดของเจ้าแย่มาก”
“เจ้าคิดเองว่าข้าทำอาหารเป็น แต่ข้าไม่เคยทำอาหารเลย” กู้จื่อ
เฟิงโมโหจะตายอยู่แล้ว ศาสตร์ทั้งหกของวิญญูชนไม่มีเรื่องศิลปะ
การทำอาหารเสียหน่อย
อินหลิวเฟิงจึงต้องลงมือด้วยตนเองและยังส่ายศีรษะไม่หยุด “ข้า
ว่านะ หน้าตาดีเสียเปล่าจริงๆ เจ้าดูต้าซือมิ่งเป็นตัวอย่างสิ เรื่องครัวนี่
สุดยอด”
กู้จื่อเฟิง “…”
เขาไม่เคยรู้เลยว่าหน้าตาและและทักษะการทำอาหารจะ
เกี่ยวข้องกันและยังเอามาเปรียบเทียบกันได้ด้วย
“เอาเถอะ ทำไม่เป็นเจ้าก็ไปก่อไฟแล้วกัน ประเดี๋ยวให้ต้าซือมิ่ง
มาคุมไฟ” อินหลิวเฟิงพูดพลางตัดเนื้อมังกรออกมาได้สองสามชิ้น
สองพ่อลูกตระกูลเจี่ยงและผู้อาวุโสหมู่บ้านตระกูลเจี่ยงเห็นดังนั้น
ก็เหงื่อไหลลงมาราวกับสายฝน รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังประจักษ์กับ
ความอัปยศหนักหนา เจี่ยงหลงจย่งถึงกับหายบ้า “พวกเจ้า พวกเจ้า
บังอาจกินเทพมังกร พวกเจ้า พวกเจ้าต้องถูกฟ้าผ่าตายแน่!”
น่าเสียดายที่เขาเพิ่งพูดจบ อินหลิวเฟิงก็สับเนื้อมังกรจนละเอียด
และใส่ลงไปในข้าวต้มแล้ว
ผ่านไปไม่นาน กลิ่นหอมฟุ้งอบอวลไปทั่ว
เจี่ยงหลงจย่งน ้าตานองหน้า “บาปกรรม บาปกรรมจริงๆ…”
อินหลิวเฟิงยังพูดว่า “ต้าซือมิ่งท่านลองมาดูว่าข้าวต้มเนื้อมังกร
จวนได้ที่หรือยัง”
“อ้ะเนะ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าทำท่าจะลงไปดูอย่างดีอกดีใจ ทว่าทันทีที่
เขาลงมาจากอ้อมอกของท่านพ่อเขาก็เกือบล้มหัวคะมำ โชคดีที่เขา
บินขึ้นมาพอดี
ต้าซือมิ่งจึงไม่ลุกขึ้นแล้ว เขานั่งโอบภรรยาอยู่ที่เดิม “ให้เสี่ยว
เป่าไปดูเอง เขาคิดว่าได้ก็คือได้แล้ว”
“เจ้าแน่ใจหรือ” เยี่ยนอวี๋สงสัย
ต้าซือมิ่งที่ก้มศีรษะลง เขาก็อุ้มภรรยาขึ้นมาขนานกับลำตัวระดับ
อก เยี่ยนอวี๋ถูกเขาอุ้มขึ้นไปอย่างไม่ทันตั้งตัว นางทำท่าจะไม่ยอม
แต่ต้าซือมิ่งมีแรงเยอะมาก อุ้มนางไว้ไม่ปล่อย “เสี่ยวเป่ากินข้าวมา
เยอะขนาดนี้ ความสามารถในการชิมรสต้องมีอยู่แล้ว ไม่เชื่อเจ้าลอง
ดู”
“เช่นนั้นเจ้าก็อย่าอุ้มข้าแบบนี้ มันแปลกๆ” เยี่ยนอวี๋อยากจะ
เปลี่ยนท่า การถูกเขาโอบจากด้านข้างก็ใกล้ชิดมากพออยู่แล้ว เขา
ยังอยากอุ้มนางเข้ามาในอ้อมอกต่อหน้าทุกคนเหมือนกับที่อุ้มเสี่ยว
เป่าอีก ช่าง…
“ไม่สน” ต้าซือมิ่งที่คลอเคลียภรรยาก็สูดดมคอของนาง
เหมือนกับเสือดาวที่กำลังออดอ้อน เขาซุกไซ้ไปพลางพูดว่า “ข้า
อยากพักแบบนี้”
เยี่ยนอวี๋ “…”
นางทนไม่ได้กับสามีที่ออดอ้อนแบบนี้จริงๆ เหมือนกับที่นางทน
ไม่ได้กับเด็กน้อยที่มองนางด้วยดวงตากลมโตสุกใสน่ารักน่าชัง ทำ
ให้นางยอมแต่โดยดี
“…ก็ได้” เยี่ยนอวี๋ที่กอดคอของสามีไว้ นางยังจูบชายที่อยู่ข้าง
ลำคอของตนเองและกอดเขาไว้แน่นกว่าเดิม “พักผ่อนนะ”
ต้าซือมิ่งที่พึงพอใจแล้วก็เผยรอยยิ้ม มุมปากของเขาก็ยกขึ้น
อย่างห้ามไว้ไม่อยู่ แต่เขาก็ผ่อนคลายอย่างรวดเร็วและหลับลึกไปแล้ว
เยี่ยนอวี๋จูบใบหน้าของเขาอย่างปวดใจ “สามี…” เจ้าต้องหายไวๆ
นะ
เด็กน้อยในครานี้ เขาก็เอ่ยขึ้นว่า “เนะ” เสร็จแล้ว
“ได้เลย” อินหลิวเฟิงดับไฟ
เยี่ยนเสี่ยวเป่าก็บินพลางจับหน้าตนเอง “อ้ะเนะๆ อู้ว…” เขาหิว
จนน ้าลายจะไหลลงมาแล้ว
ครานี้กู้จื่อเฟิงตักข้าวต้มถ้วยหนึ่งให้คุณชายน้อยอย่าง
คล่องแคล่ว
เยี่ยนเสี่ยวเป่าเป่าข้าวต้มมังกรและยังทำให้อุณหภูมิของข้าวต้ม
อุ่นพอดีก่อนจะกินลงไป
ไม่เพียงเท่านี้…
“เนะ”
เด็กน้อยยังชี้ไปที่อินหลิวเฟิง บอกว่าต้องการให้เขาป้อน
กู้จื่อเฟิงรีบสละตำแหน่งส่งถ้วยให้อินหลิวเฟิง ฝ่ายหลังเอ่ยขึ้นว่า
“ท่านเสี่ยวเป่า ข้า… ไม่เคยป้อนข้าวเด็กจริงๆ นะ ท่านฝืนใจหน่อย
ให้กู้จื่อเฟิงป้อนท่านได้หรือไม่”
เยี่ยนเสี่ยวเป่าเหลือบมองกู้จื่อเฟิงก่อนจะพยักหน้าบอกว่า “เนะ”
ก็ได้
กู้จื่อเฟิง “…”
เขาแอบมองสองสามีภรรยาเพียงแค่ครู่หนึ่งก็ถูกมอบหมายงาน
ให้โดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว
ไม่มีทางอื่น เขาได้แต่ป้อนเสี่ยวเป่าแล้ว
พูดไปแล้วก็น่าโมโห เขาต้องรับใช้ลูกของ ‘ศัตรู’ ทั้งยังต้องทำ
อย่างไม่มีทางเลือกด้วย
ขณะที่เยี่ยนเสี่ยวเป่ากินข้ามต้มคำแรกลงไป เจี่ยงหลงจย่งก็
ปล่อยร้องโฮทันที “โถ บาปกรรม บาปกรรมจริงๆ…”
ในขณะเดียวกัน…
ซู่ ซู่ซ่า…
น ้าพุนั่นมีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง เยี่ยนอวี๋มองไปทันที คิดในใจ
ว่าหรือว่าตนเองจะเดาผิด เจ้าหมอนั่นมาหาถึงที่นี่จากแม่น ้าใต้ดินได้
ทว่า… เยี่ยนอวี๋ยังไม่ทันเห็นชัดเจน ต้าซือมิ่งที่เดิมทีกอดภรรยา
ไว้ก็ยืนขึ้นแล้ว จากนั้น…
เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่เพิ่งกลืนข้าวไปได้ไม่กี่คำก็ถูกท่านพ่อของเขา
‘จับ’ กลับไป
“อ้ะเนะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ต้องหยุดกินกลางคันตะลึงงัน
แต่อินหลิวเฟิงและกู้จื่อเฟิงก็ถูกกลิ่นอายอันหนาแน่นของต้าซื
อมิ่งปกคลุมไว้อย่างกะทันหัน ทั้งสองไม่ทันตั้งสติได้ก็ถูกโยนลงไปใน
น ้าแล้ว
“บัดซบ” อินหลิวเฟิงอดพ่นคำหยาบออกมาไม่ได้
กู้จื่อเฟิงสงสัยยิ่งกว่าว่าตนเองคงถูกล้างแค้นแน่ๆ ทว่าพวกเขา
ไม่ทันได้คิดมากไปกว่านี้ เพราะต้าซือมิ่งส่งคำพูดผ่านความคิดให้
พวกเขาแล้ว “อย่าขัดขืน ไหลไปตามกระแสน ้า”
“ขอปฏิเสธได้หรือไม่” อินหลิวเฟิงรู้สึกว่ากระแสน ้านี้เชี่ยวกราก
มาก เขาถูกเหวี่ยงลงไปที่ก้นแม่น ้าหลายครา เขายังไม่สามารถขัด
ขืนมากเกินไป เขาถูกซัดเหวี่ยงจนกระดูกจะหักอยู่แล้ว
แต่คนที่ย ่าแย่ที่สุดไม่ใช่เขา แต่คือกู้จื่อเฟิง เพราะตบะของเจ้า
หมอนี่ถูกจิ่วอิงสกัดไว้หมดแล้ว เท่ากับว่าเขาต้องทนด้วยร่างกาย
ของตนเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะเขาเป็นเทพมานานแล้ว ด้วยรูปร่างที่
เล็กกว่าของเขา คงถูกซัดจนร่างแหลกไปแล้ว แต่ถึงไม่แตก ตอนนี้ก็
ถูกเหวี่ยงจนปวดเศียรเวียนเกล้าไปหมดแล้ว
“อ้ะเนะ อ้ะเนะๆ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าดีใจเป็นพิเศษ เพราะท่านพ่อ
ของเขากำลังพาเขากินลมชมวิว
เยี่ยนอวี๋ปกคลุมสองพ่อลูกและตนเองไว้ด้วยชั้นแสงสีรุ้ง ดังนั้น
พวกเขาทั้งครอบครัวจึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย อินหลิวเฟิงที่อยู่
ในสภาพทุลักทุเลบังเอิญเห็นพวกเขาพอดีก็พลันรู้สึกคับแค้นและ
ริษยาขึ้นมาทันที
กรร
เสียงคำรามของมังกรพุ่งใส่กระแสน ้าใต้น ้าอย่างบ้าคลั่ง อินหลิว
เฟิงหูอื้อตาพร่าไปหมดจนดวงตาหมุนเป็นวงกลมแล้ว จากนั้น…
ตูม
กระแสน ้าไหลเชี่ยวลงสู่ทะเลสาบกว้างใหญ่
เยี่ยนอวี๋รับรู้ได้ว่ามีกลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่กำลังเข้าใกล้พวกเขา
หากนางเดาไม่ผิด องค์เทพมังกรองค์นั้นคงปรากฏตัวแล้ว
ในขณะเดียวกัน…
“ไป”
ขณะที่กลิ่นอายนี้เข้าใกล้ ต้าซือมิ่งก็พาสองแม่ลูก อินหลิวเฟิง
และกู้จื่อเฟิงหายตัวไปแล้ว เมื่อพวกเขาปรากฏตัวอีกครั้งก็อยู่ใน
พระราชวังแห่งหนึ่งแล้ว
เมื่อเยี่ยนอวี๋ตั้งใจมองก็พบว่าพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ที่นางคุ้นเคย
อยู่บ้าง?
นี่มัน…