เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 642 ปฏิบัติตามหลักคุณธรรมของสามี กุ่ยหมู่เลี่ยน!
เยี่ยนอวี๋เห็นดังนั้นก็ยังคงหันไปหาเด็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ
และจิ้มแก้มน้อยๆ ของลูก “เสี่ยวเป่าต่อไปห้ามพูดเช่นนี้นะ ไม่มี
มารยาท ห้ามวิจารณ์ว่าคนอื่นสวยหรือขี้เหร่”
“ขอรับ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่จับแก้มของตนก็ตอบอย่างเชื่อฟังว่า
“เป่าผิดไปแล้ว”
“ดังนั้น…?” เยี่ยนอวี๋ย้อนถาม
เยี่ยนเสี่ยวเป่าจึงกล่าวขอโทษกับกุ่ยหมู่ “ขอ โทษขอรับ กุ่ยหมู่”
“ไม่เป็นไร” กุ่ยหมู่โบกมือ “หม่อมฉันไม่เป็นไร แต่หม่อมฉัน
หน้าตาอัปลักษณ์จริงๆ จึงไม่กล้าเผยใบหน้าที่แท้จริงต่อหน้าท่าน”
คำพูดนี้มีความนัย ซีหวังหมู่ชะงักเล็กน้อย “ทำไมหรือ หน้าเสียโฉม
หรือ”
“อ๋อ!” ยมราชรีบพูดขึ้นว่า “กุ่ยหมู่เคยถูกทำร้ายเพราะหลงเข้า
ไปในหลุมศพ แต่ตามหลักแล้ว ด้วยความสามารถของกุ่ยหมู่ท่าน
น่าจะหายดีแล้วมิใช่หรือ”
“ยังเจ้าค่ะ” เจี่ยนชิวฝืนยิ้ม “ถึงอย่างไรยมโลกก็ไม่ค่อยเหมาะกับ
ข้า”
ยมราชไม่ได้พูดต่อและไม่รู้ว่าจะพูดต่ออย่างไร
เยี่ยนอวี๋ไม่ได้ถามให้มากความเพียงแค่จำเรื่องนี้ไว้ ใน
ขณะเดียวกันก็รับเด็กน้อยจากอ้อมอกของต้าซือมิ่งมาเล่นในอ้อมอก
ของตนเอง
“ฮี่…” เด็กน้อยที่ซุกเข้าไปในซอกคอของท่านแม่ก็หัวเราะร่า
เห็นได้ชัดว่ากำลังทำตัวน่ารัก
เยี่ยนอวี๋จูบใบหน้าอวบอ้วนของเด็กน้อย “เจ้านี่นะ” ทำความผิด
แล้วอ้อนเก่งที่สุด! เหมือนท่านพ่อเจ้าเลย
“ฮ่า…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ออดอ้อนต่อไปก็กอดคอของท่านแม่เขา
ไว้แน่น จากนั้นก็ยื่นศีรษะออกมาจากซอกคอของท่านแม่เขามองหา
ท่านพ่อ
ต้าซือมิ่งยกมือขึ้นลูบศีรษะของเด็กน้อยและเดินเข้าไป
ตำหนักกุ่ยหมู่พร้อมภรรยาที่อยู่ข้างๆ ในขณะเดียวกันก็คอยสัมผัส
ไปรอบทิศรวมถึงกุ่ยหมู่ด้วย
จนถึงบัดนี้ เขายังไม่รู้สึกว่ากุ่ยหมู่ตนนี้มีสิ่งใดผิดปกติ ส่วน
รูปร่างของนางดูเหมือนจะแตกต่างจากที่เขาเห็นในคำทำนายอยู่บ้าง
แต่เขาก็ไม่อยากจ้องมองนางใกล้ๆ ได้แต่ครุ่นคิดว่าประเดี๋ยวจะส่ง
ภาพที่ทำนายได้ให้ภรรยาดูเพื่อปรึกษากับนาง
ดังนั้น… เจี่ยนชิวที่แต่เดิมคิดว่าต้าซือมิ่งจะคอยจับจ้องมองนาง
อย่างถี่ถ้วน นางกลับไม่รู้สึกอะไรเลย กระทั่งไม่รู้สึกเลยว่าต้าซือมิ่ง
แอบมองมาที่นางสักเล็กน้อย
ความรู้สึกเช่นนี้ ทำให้เจี่ยนชิวที่เดิมทีมั่นใจพลันรู้สึกงุนงงใน
บัดนี้ สงสัยว่าพลังสัมผัสของตนผิดเพี้ยนไปหรือไม่
หรือว่าครานั้นไม่ใช่คุณชายหรงที่เห็นนาง แต่เป็นเพียงภาพลวง
ตา นางยังไม่ถูกค้นพบ?
แม้เจี่ยนชิวจะคิดเช่นนี้ตลอดทาง แต่นางก็ไม่ได้เพิกเฉยเยี่ยนอวี๋
นางตามเข้าไปด้านในแล้ว “ทำให้ท่านหัวเราะเยาะแล้ว เจี่ยนชิวมี
ชีวิตในยมโลกที่ดีเพคะ”
เยี่ยนอวี๋จึงถามว่า “เหตุใดจึงไม่กลับตำหนักสวรรค์ไปปราชุม
ยามเช้า”
“ท่านต้องการความจริงหรือเพคะ” เจี่ยนชิวกลับตอบเช่นนี้
“พูดมา”
“คงรู้สึกเก้อเขิน ยิ่งเมื่อหม่อมฉันมาอยู่ยมโลกสามหมื่นปีแล้ว
หากจะกลับไปอีก สายตาที่มองหม่อมฉันอย่างแปลกประหลาดก็คง
ยิ่งมีมาก” เจี่ยนชิวตอบ ‘ตามจริง’
“ข้าว่านะ ทั้งหมดเป็นเพราะเทียนตี้ หากเขาไม่ได้ตัดสินใจจะ
แต่งงานกับเจ้า เหตุใดจึงต้องพูดออกไปเช่นนั้น ทำเอาทั่วทั้งตำหนัก
สวรรค์รู้ ทำเอาเจ้าเสียเปรียบและยังถูกซีเหอโกรธแค้น” ซีหวังหมู่
รู้สึกเสียเปรียบแทนเจี่ยนชิว
พูดไปพูดมา เป็นเพราะเทียนตี้เจ้าคนห่วยแตกนั่น ถึงอย่างไรซี
หวังหมู่ก็คิดเช่นนี้ แต่เจี่ยนชิวรู้สึกว่าไม่ควรพูดอะไร นางจึงได้แต่
หลุบตาลงเงียบๆ
เยี่ยนอวี๋ก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ต่อ นางเห็นว่ามาถึงตำหนักหลักแล้ว
กุ่ยหมู่รีบพาเข้าไปและให้เหล่าผีน้อยยกน ้าชามาให้แขกผู้มีเกียรติ
ทั้งหลาย ในขณะเดียวกันก็เชิญเยี่ยนอวี๋และหรงอี้นั่ง
“อ้อ ใช่แล้ว” เยี่ยนอวี๋เอ่ยขึ้น “เมื่อครู่นี้ลืมแนะนำอย่างเป็น
ทางการ หรงอี้สามีข้า เสี่ยวเป่าลูกของข้า”
เจี่ยนชิวโค้งตัวคารวะอย่างเป็นธรรมชาติ “คารวะจวินโฮ่ว คารวะ
นายน้อย”
ต้าซือมิ่งเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย เด็กน้อยก็พูดขึ้นว่า “ลุก
ขึ้น”
มาดผู้ใหญ่ในตัวน้อยๆ นั่น ทำเอาซีหวังหมู่เอ็นดูจนเข้ามาทำท่า
จะขออุ้มเขา แต่เขาไม่ให้ กำลังติดท่านแม่ของเขางอมแงม
เจี่ยนชิวที่ลุกขึ้นเห็นดังนั้นก็ชม “นายน้อยน่ารักจริงๆ”
“แน่นอน” เยี่ยนอวี๋ที่อุ้มเด็กน้อยก็เห็นด้วยอย่างตรงไปตรงมา
ต้าซือมิ่งที่เพิ่งปล่อยมือนางเห็นดังนั้นก็ยื่นมือข้ามโต๊ะและเก้าอี้
มาจับมือของนาง ริมฝีปากก็ยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ท่าทาง ‘เปิดเผย’ เช่นนี้ ซีหวังหมู่เห็นจนชินแล้ว ต่างจากเจี่ยนชิ
วที่ชะงักงันเล็กน้อยก่อนจะยิ้มพูดว่า “เห็นทีได้ยินร้อยครั้งไม่เท่าเห็น
ด้วยตาเพียงครั้งเดียว ยินดีกับนายท่านที่เจอคนในใจ”
เยี่ยนอวี๋ที่ถูกจับมืออีกครั้ง เดิมทีนางกำลังหรี่ตามองต้าซือมิ่ง
เมื่อได้ยินดังนั้นก็ตอบว่า “เทียนตี้ก็อยากให้เจ้าเป็นหนึ่งในใจ แค่ไม่รู้
ว่าเจ้าเต็มใจหรือไม่”
“นี่…” เห็นได้ชัดว่าเจี่ยนชิวจับแขนเสื้อแน่น กำลังไตร่ตรองวาจา
เยี่ยนอวี๋กลับพูดต่อไปว่า “ข้าก็แค่มาพูดแทนเขา รายละเอียด
เป็นอย่างไร เจ้าต้องคุยกับเทียนตี้เองในวันข้างหน้า วันนี้ที่ข้ามาก็ไม่
ได้มาเพื่อรำลึกความหลังเพียงอย่างเดียว”
เจี่ยนชิวประสานมือคารวะด้วยสีหน้าจริงจัง “นายท่านโปรดชี้
แจ้ง หม่อมฉันพร้อมปฏิบัติตามคำบัญชาของท่าน”
เยี่ยนอวี๋ก็จัดแจงอย่างไม่อ้อมค้อมว่า “มีนักโทษหลบหนีจาก
ตำหนักสวรรค์ เขาจะมายังยมโลกเร็วๆ นี้ ข้าเดาว่าเขาจะเข้าไปแดน
มืดก่อนแล้วค่อยเข้ามาที่นี่จากผนึกระหว่างแดนมืดและยมโลก เจ้า
เตรียมตัวตามข้าไปที่นั่น”
“เพคะ” เจี่ยนชิวที่เดาออกรับคำบัญชาด้วยสีหน้าปกติ
เยี่ยนอวี๋สำรวจนางครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อไปว่า “เช่นนั้นเจ้าไป
เตรียมตัว อีกครึ่งชั่วยามรวมตัวกันที่วังยมราช”
“เพคะ” เจี่ยนชิวโค้งคำนับ
เยี่ยนอวี๋จิบชาคำหนึ่งและพูดขึ้นว่า “น ้าชานี่ไม่เลว ชาเฉาลู่ ชา
บรรณาการของสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เห็นทีเจ้ามีชีวิตที่ดีในยมโลกจริงๆ
ข้าจะได้บอกเทียนตี้ให้”
“…ขอบพระทัยเพคะ” เจี่ยนชิวชะงักไปเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนจะตอบ
เยี่ยนอวี๋อุ้มเด็กน้อยลุกขึ้น “เอาเถอะ นั่งก็นั่งแล้ว ดูก็ดูแล้ว ชาก็
ดื่มแล้ว ข้าจะไม่รบกวนแล้ว”
ยมราชที่รู้สึกกะทันหัน เขาก็ลุกขึ้นถามว่า “…ปฐมราชินี ท่านไม่
นั่งอีกหน่อยหรือ”
“ไม่แล้วล่ะ ยังมีธุระ ไปตำหนักยมราชของเจ้าก่อน” เยี่ยนอวี๋ตอบ
เสร็จ รอบกายก็มีแสงสีรุ้งเจิดจรัสหลั่งไหลออกมา มิติทั้งสี่ทิศสั่น
สะท้านเล็กน้อย นี่คือสัญญาณว่านางกำลังจะเคลื่อนย้ายจากไป
เจี่ยนชิวกราบลงทันที “น้อมส่งนายท่าน”
เมื่อสิ้นเสียงของนาง เยี่ยนอวี๋และพรรคพวกก็หายไปหมด ราว
กับไม่เคยมาที่นี่
เจี่ยนชิวเหงื่อท่วมหลัง หลังจากที่มั่นใจแล้วว่าเยี่ยนอวี๋ไปแล้ว
จริงๆ นางก็ปัดถ้วยชาเหล่านั้นอย่างโมโหแววตามิอาจคาดเดาได้
เพราะว่า…