เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 659 รวมมิตรผู้เล่น! ระดับศตวรรษรวมกลุ่ม!
เยี่ยนอวี๋รับรู้ได้ว่าทิศทางที่เจี่ยนชิวไปคือทิศทางของหลุมศพ
เห็นทีสัญชาตญาณของนางจะไม่มีผิด
ในขณะเดียวกัน…
ยมราชชำระล้างกลิ่นอายปีศาจที่พัดม้วนไปทางพวกเขา
หมดแล้ว ไม่ต้องให้พวกซีหวังหมู่ลงมือเลย มิเช่นนั้นเขาก็คงไม่ต้อง
เป็นยมราชแล้ว ทว่าตำหนักกุ่ยหมู่ก็ถูกทำลายจนหมดสิ้นเช่นกัน
ยมราชคุกเข่าลงข้างหน้าเยี่ยนอวี๋ทันที “ข้าน้อยไม่ได้สังเกตเห็น
ว่ากุ่ยหมู่คิดทรยศ ปฐมราชินีโปรดลงอาญา! ข้าน้อยไม่มีข้อโต้แย้ง
ใดๆ”
“แทนที่จะสารภาพผิด สู้ค้นที่เกิดเหตุว่ามีอะไรน่าสงสัยจะดีกว่า”
เยี่ยนอวี่เชื่อว่า เจี่ยนชิวหนีไปอย่างเร่งรีบเช่นนี้ ต้องมีเบาะแสอะไรตก
หล่นในที่เกิดเหตุบ้าง อย่างเช่นว่าพลังของสามีนาง หรือไม่ก็เจี่ยน
ชิวหลบหนีการทำลายล้างของกระบี่ไท่ชางได้อย่างไร หรือไม่ก็
เบาะแสอย่างอื่น…
เยี่ยนอวี๋ไม่สามารถเบี่ยงเบนความสนใจไปค้นหาสิ่งเหล่านี้
เพราะว่านางกำลังสัมผัสกลิ่นอายของเจี่ยนชิวอย่างละเอียด
เรื่องนี้เกรงว่าวิญญาณที่หลงเหลือของเจี่ยนชิวที่หลบหนีคิดไม่
ถึง เพราะว่าเจี่ยนชิวไม่ได้ใช้ร่างกายของยมทูตดำอีกแล้ว นางจึงคิด
ว่านางที่ ‘เปลือยเปล่า’ เช่นนี้ เยี่ยนอวี๋ย่อมไม่สามารถรับรู้ถึงนางได้
น่าเสียดาย… ระดับตบะของเยี่ยนอวี๋แข็งแกร่งในระดับที่เจี่ยนชิ
วไม่สามารถจินตนาการได้ นางยืมยมทูตดำกำหนดกลิ่นอายทั้งหมด
ของเจี่ยนชิวได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นไม่ว่าเจี่ยนชิวจะหนีอย่างไร นางก็
สามารถหานางเจอได้อย่างแม่นยำ
หากไม่ใช่เช่นนี้… ปฐมราชินีเยี่ยนก็คงไม่ ‘ปล่อย’ นางไป เพื่อ
ทำให้ความจริงกระจ่างยิ่งขึ้น! นี่คือ ‘ลูกไม้’ ที่เยี่ยนอวี๋ใช้มาตลอด
ปล่อยให้เจ้ากระโดดโลดเต้น ปล่อยให้เจ้าสนุก ปล่อยให้เจ้าลอยขึ้น
สวรรค์ ปล่อยให้เจ้าเต้นระบำเคียงบ่าเคียงไหล่กับจันทราและดวง
ตะวัน รอกลับมากำจัดเจ้ายันราก ดูซิว่าเจ้าจะทำอย่างไรได้อีก
…
ในขณะที่เยี่ยนอวี๋สัมผัสวิญญาณที่หลงเหลือของเจี่ยนชิว
“ปฐมราชินี ท่านมาดูนี่สิ!” ยมราชพบบางอย่างตามคาด
เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่กินอิ่มแล้ว เขาก็ทอดสายตามองไปด้วยความ
สงสัย “เนะ?”
ต้าซือมิ่งอุ้มเด็กน้อยเดินไปดูแล้ว จากนั้นก็เห็น…ภาพเทียนตี้
ภาพหนึ่ง!?
อืม… แม้จะเลือนรางมาก แต่ก็เป็นรูปของเทียนตี้จริงๆ
“อะไรกัน” ซีหวังหมู่งุนงง “เมื่อครู่นี้เจี่ยนชิวอยากได้จวินโฮ่วมาก
ไม่ใช่หรือ เหตุใดยังเก็บภาพวาดของเทียนตี้ไว้ นางคิดจะจับปลาสอง
มือหรือ”
เมื่อนางเอ่ยเสร็จ ศีรษะของนางก็ถูกเยี่ยนอวี๋ทุบทีหนึ่ง “ไม่รู้เรื่อง
อย่างพูดซี้ซั๊ว”
ซีหวังหมู่ที่ลูบศีรษะของตนก็พูดว่า “เรื่องมันก็เห็นอยู่ทนโท่มิใช่
หรือ ไม่ต้องเดากันแล้ว เจี่ยนชิวบังอาจจริงๆ นายท่านท่านยังไม่เคย
คิดจะทำเช่นนี้เลย”
เยี่ยนอวี๋ยังไม่ทันปริปาก หรงจวินโฮ่วก็พูดขึ้นว่า “ตัวข้าต้าซือมิ่ง
เพียงคนเดียว นายท่านของเจ้าก็เสวยสุขไม่ทันแล้ว ยังมีเวลาไปจับ
ปลาสองมืออีกหรือ”
“มี!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าไม่พอใจ “ซ้ายพ่อ ขวาเป่า! ไม่มี น้องจวิ้น!”
ภาษาเด็กน้อยหน่อมแน้มเช่นนี้ทำเอาทุกคนหัวเราะทันที
“อ้ะ!”
เด็กน้อยที่ถูกหัวเราะยังแสดงความไม่พอใจ!
จางอวิ๋นเมิ่งอดเข้ามาลูบหลานชายน้อยน่ารักร่าชังคนนี้ไม่ได้
“เสี่ยวเป่าฉลาดจังเลย น่ารักมาก”
เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่เดิมทียังโมโหอยู่พลันหายโกรธ เขาหันมามอง
จางอวิ๋นเมิ่งตาปริบๆ จางอวิ๋นเมิ่งคิดว่าเด็กน้อยกลัวคนแปลกหน้า ถึง
อย่างไรก็ยังไม่ได้ ‘รู้จักกัน’ อย่างเป็นทางการ นางจึงทำท่าจะดึงมือ
กลับ ทว่าเด็กน้อยจับมือของนางไว้แล้ว “ยาย ยาย…”
“!”
หัวใจของจางอวิ๋นเมิ่งละลายเป็นน ้าทันทีราวกับเห็นบุตรสาวตัว
น้อยๆ ในผ้าห่อเด็กครานั้น น ้าตาพลันไหลลงมา
เยี่ยนเสี่ยวเป่าชะงักเล็กน้อย แสดงสีหน้าไม่ค่อยเข้าใจ
จางอวิ๋นเมิ่งอุ้มเขาเข้ามาในอ้อมอก “เสี่ยวเป่า…” ลูกของเสี่ย
วอวี๋เอ๋อร์ เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์มีลูกแล้ว นางพลาดอะไรไปเยอะมากจริงๆ
“ไม่ร้อง นะ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าลูบท่านยายของเขา รู้สึกว่าท่าน
ยายนุ่มนิ่มเหมือนท่านแม่ของเขา แต่ร้องไห้หนักไป ทำให้ผมที่ยาว
สลวยของนางเปียกหมด
เฮ้อ… เหมือนกับท่านตาเลย! ร้องไห้หนักมาก
เยี่ยนจื่อเยี่ยในครานี้ก็เข้ามาโอบท่านแม่ของเขาไว้ “ท่านแม่”
“อืม ไม่ร้องแล้ว” จางอวิ๋นเมิ่งที่จูบเด็กน้อยทีหนึ่ง อันที่จริงนางยัง
เก้อเขินเล็กน้อย เพราะว่านางก็เป็นยายคนหนึ่งที่มีอายุมากแล้ว “ทน
ไม่ไหวน่ะ ทำเสี่ยวเป่าตกใจแล้วสินะ ยายผิดเอง”
“เปล่าขอรับ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจาก
กระเป๋าเสื้อผ้า ทำท่าจะเช็ดน ้าตาให้ท่านยายของเขา
เด็กดีเช่นนี้ทำให้จางอวิ๋นเมิ่งรักหลานชายน้อยคนนี้มากขึ้นไป
อีก นางกอดเขาไว้ในอ้อมอกแนบแน่นอีกครั้ง เป็นเด็กน่ารักและ
อ่อนโยนอะไรเช่นนี้นะ
เยี่ยนอวี๋เดินเข้ามาจับมือของท่านแม่นางไว้ “ท่านแม่ ยังมีวัน
เวลาอีกยาวไกล”
“ใช่จ๊ะ” จางอวิ๋นเมิ่งมองใบหน้างามวิจิตรของบุตรสาว ในความ
ทรงจำยังจำเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ตัวน้อยในครานั้นที่เล็กกว่าเสี่ยวเป่าได้ดี
นางน ้าตาคลอ “อนาคตอีกยาวไกล อย่างน้อยแม่จะได้เห็นเสี่ยวเป่า
เติบโต”
“ก็ไม่แน่เสมอไป ท่านเสี่ยวเป่ามักจะโตแล้วหดกลับไปเสมอ” อิน
หลิวเฟิงอดพูดแทรกขึ้นไม่ได้ เขาถูกเทพอัสนีต่อยทันที “ยุ่งอะไร
เล่า”
“แหมๆ! อดใจไม่ไหวน่ะ!” อินหลิวเฟิงมองจางอวิ๋นเมิ่งที่มองมา
หาเขาอย่างรู้สึกผิด “ท่านป้าเยี่ยนอย่าได้สนใจข้าเลย พวกท่านเชิญ
ต่อ!”
กู้จื่อเฟิงในครานี้กลับพูดขึ้นว่า “ภาพวาดนี้เหมือนกับจะถูกฉีก
ขาดไปหลายพันครั้ง เห็นทีกุ่ยหมู่จะเกลียดเทียนตี้เข้ากระดูกดำ”
“อะไรนะ” ซีหวังหมู่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเรื่องจึงพลิกไปมา
ต้าซือมิ่งที่มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเงียบๆ ก็พูดขึ้นว่า “ที่แห่งนี้มี
กลิ่นอายของแดนมืดนิรันดร์ ทั้งยังไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่
ถูกสร้างขึ้น กุ่ยหมู่คงใช้พลังแดนมืดนิรันดร์เป็น”
“พลังแดนมืดนิรันดร์!? นี่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพลังแอนนาหรือ” ซี
หวังหมู่ไม่เข้าใจ “นางแอบเรียนรู้จากแอนนาหรือ”
เยี่ยนเสี่ยวเป่าได้ยินว่าพูดถึงแอนนา เขาก็หยิบแอนนาออกมา
“ลองถาม ดู”
แอนนาน้อยที่ถูกหยิบออกมาก็ตื่นในทันที ขณะที่นางบิดขี้เกียจ
ก็ชะงัก “กลิ่นอายแดนมืดนิรันดร์หนาแน่นมาก พลังของข้าหรือ”
“พลังของเจ้าจริงๆ ด้วยสินะ” เยี่ยนอวี๋มั่นใจว่า พลังแดนมืดนิ
รันดร์ในที่แห่งนี้เกี่ยวข้องกับแอนนาจริงๆ
แอนนาน้อยสัมผัสไปรอบทิศ “ไม่ถือว่าเป็นของข้าแล้ว แต่กลิ่น
อายแดนมืดนิรันดร์แห่งนี้บริสุทธิ์มาก ปฐมราชินีเยี่ยน ท่านเจอเทพ
แห่งความมืดองค์ใหม่อีกแล้วหรือ”
“พูดแล้วเจ้าจะไม่เชื่อ นางคือเจี่ยนชิว” เยี่ยนอวี๋ตอบ
แอนนาน้อยตะลึง เยี่ยนอวี๋กลับรับรู้ได้ว่าเจี่ยนชิวหยุดลงแล้ว
ในที่เกิดเหตุก็ไม่มีเบาะแสอะไรแล้ว เยี่ยนอวี๋จึงพาทุกคนหายตัว
ไปหาเจี่ยนชิวด้วยกันอีกครา
เจี่ยนชิวในครานี้ นางเพิ่งจะมาถึงพื้นที่ที่มีชื่อเสียงในยมโลก และ
ปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูหลุมศพที่ลึกลับมากแห่งหนึ่ง
วิญญาณหลงเหลือของเจี่ยนชิวที่ปรากฏขึ้นดูจางลงไปมาก ขา
ทั้งสองข้างของนางไม่สามารถปรากฏขึ้นได้อีก ร่างวิญญาณก็ใกล้
จะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ทว่าเจี่ยนชิวที่เห็นประตูผี ใบหน้าของนางก็
ผ่อนคลายลงทันที ราวกับหาบ้านเจอแล้วและรู้ตัวว่าจะไม่มีอันตราย
อีกแล้ว “เยี่ยนอวี๋ เจอกันใหม่คราวหน้า!”
เจี่ยนชิวที่พูดจบก็กำลังจะหายตัวเข้าไปในประตูผี
น่าเสียดาย…
“ใช่ว่าจะเจอกันคราวหน้า”
เสียงอันเยือกเย็นของเยี่ยนอวี๋ดังขึ้นข้างหน้าเจี่ยนชิว