เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 662 เปิดโปงหลุมศพ ไท่เฮ่าแห่งตระกูลฝูซี
ชิ้วๆ…
ร่างเงาที่เหมือนกับภูตผีปีศาจโถมใส่ครอบครัวของเยี่ยนอวี๋
วี้ด
“ออกไป”
ซีหวังหมู่และเม่ยเอ๋อร์ที่ชิงปรากฏตัวขึ้นข้างหน้าเยี่ยนอวี๋กำจัด
ปีศาจที่กดทับลงมาเหมือนกับเมฆสีดำสิ้นซาก ไม่เหลือแม่แต่ ‘ตัว
เดียว’
โอ้ ไม่…
ยังมีเงาอีกสองสามตัวกำลังถอยหนีอย่างรวดเร็ว
แต่แล้ว… เปรี้ยง เคร้ง
เทพอัสนีที่ช้าไปเล็กน้อย ครานี้ก็ฟาดสายฟ้าใส่ร่างสีดำที่ถอย
หนีในทันที ไม่เหลือแม้แต่ซาก
เยี่ยนอวี๋ “…”
นางอยากจะพูดว่าเก็บไว้เป็นตัวอย่างศึกษาสักตัวได้หรือไม่ ให้
นางศึกษาว่าพวกมันเป็นตัวอะไรกัน ทว่าน่าเสียดายนางยังไม่ทันเอ่ย
ปาก นายพลทั้งสามที่ดุร้ายของนางก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
ก็ได้… เยี่ยนอวี๋คุร่นคิด เงาเหล่านั้นน่าจะเป็นเพียงวิญญาณที่
หลงเหลือของภูตผีปีศาจ ไม่มีค่าให้ศึกษา จึงไม่ได้พูดอะไร
เม่ยเอ๋อร์ที่กระตือรือร้นที่สุดในครานี้ นางก็กำลังถามว่า “คุณหนู
ใหญ่ ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
“ไม่เป็นไร” เยี่ยนอวี๋เก็บกระบี่ไท่ชาง คิดว่านางคงไม่ต้องลงมือ
เองอีกนาน
ถึงอย่างไร ‘กลุ่มสามคน’ ที่ดุร้ายกลายเป็นกลุ่มค้นหาเส้นทางที่
แข็งแกร่งที่สุด พวกเขากำลังสำรวจหลุมศพอย่างระมัดระวัง ขนาด
ที่ว่าหากมียุงเข้าใกล้แม้แต่ตัวเดียว เกรงว่าคงถูกพวกมันกำจัด
ในทันที
อินหลิวเฟิง เอ้อร์เหมาและกู้จื่อเฟิง รวมถึงจางอวิ๋นเมิ่งและ
เยี่ยนจื่อเยี่ยในครานี้ล้วนอยู่ข้างหลังเยี่ยนอวี๋ ยมราชอยู่ท้ายสุดอย่าง
รู้งาน ทว่าพวกเขาเพิ่งจะเข้ามา…
ประตูผีก็ปิดลงเงียบๆ ทำเอาอินหลิวเฟิงที่ระวังตัวตลอดเวลา
ตกใจ “เควี่ย ทำไมยังปิดเองด้วย ต้าซือมิ่ง?”
เมื่อต้าซือมิ่งที่อุ้มเด็กน้อยถูกถาม เขาก็ขมวดคิ้ว “น่าสนใจ เห็น
ทีหลุมศพไม่ใช่ที่ที่ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตอย่างที่ลือกัน”
“อย่างน้อยเจี่ยนชิวที่หนีเข้ามาก็คือสิ่งมีชีวิตชีวิตหนึ่งนี่” ซีหวัง
หมู่กล่าวอย่างเห็นว่าสมเหตุสมผลดี ยังถามเยี่ยนอวี๋ว่า “นายท่าน
ท่านยังสัมผัสถึงกุ่ยหมู่ได้หรือไม่”
คำถามนี้ทำให้สายตาของทุกคนมองไปที่เยี่ยนอวี๋ ล้วนอยากรู้
คำตอบ เพราะว่าสถานที่แห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นที่สิงของกุ่ยหมู่
ทว่าเยี่ยนอวี๋ยังไม่ทันตอบ ต้าซือมิ่งก็เอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อมาถึงที่นี่
แล้ว ลองสำรวจหลุมศพนี่ดูก็ไม่เลว เรื่องของกุ่ยหมู่ไว้ก่อนก็ได้”
กู้จื่อเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่รู้ว่าต้าซือมิ่งมีแผนการอะไร บัดนี้
ควรจะรีบจับกุ่ยหมู่ให้ได้เร็วที่สุดเพื่อกำจัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นใน
ภายภาคหน้า ถึงจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดมิใช่หรือ
ทว่าเยี่ยนอวี๋ก็พยักหน้า “ใช่แล้ว ข้าเองก็อยากดูว่าการมีอยู่ของ
หลุมศพในอาณาบริเวณของสวรรค์เก้าชั้นฟ้ากลายเป็นที่ที่รับคนชั่ว
ตั้งแต่เมื่อใด”
ก่อนหน้านี้ เยี่ยนอวี๋คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าหลุมศพมีความสามารถ
เช่นนี้ หลายปีที่ผ่านมานี้ เยี่ยนอวี๋รู้เพียงว่าหลุมศพแห่งนี้เป็นเพียงที่
ฝังศพของวิญญาณผีสาง สำหรับสรรพชีวิตแล้ว ล้วนมีสองรูปแบบ
คือชีวิตทางกายภาพและชีวิตทางจิตวิญญาณ เมื่อร่างกายตายไป
แล้ว สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่จะสามารถเข้าไปในหกวิถีได้ในรูปของ
วิญญาณและกลับชาติมาเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตใหม่ แต่หากวิญญาณ
สาบสูญก็จะตายอย่างสมบูรณ์
เดิมทีหลุมศพเป็นสถานที่ไว้ทุกข์ให้กับผู้เสียชีวิตที่ไม่มีแม้แต่
วิญญาณ ญาติและมิตรสหายที่ยังมีชีวิตอยู่ใช้สิ่งของที่หลงเหลืออยู่
สร้างหลุมฝังศพ
ต่อมา เนื่องจากมีการบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากในมหา
สงครามเทพและมาร ตระกูลใหญ่ทั้งห้าแทบจะถูกกวาดล้าง ทำให้
หลุมศพล้น และกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยไอมรณะอันอัศจรรย์
ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด มันจึงค่อยๆ กลายเป็นที่
รกร้างที่ไม่มีวิญญาณไป
หลักการการกำเนิดของที่นี่คล้ายๆ กับแดนมรณะในโลกมนุษย์
แน่นอนว่า ไอมรณะของหลุมศพรุนแรงกว่าแดนมรณะอื่นๆ อีกทั้ง ยิ่ง
เดินเข้าข้างในยิ่งรุนแรง
ดังนั้น…
แซ่ด
เสียงกัดกร่อนดัง แซ่ดๆ ไม่หยุด ดังขึ้นจากโล่พลังป้องกันของซี
หวังหมู่สามคน
เยี่ยนอวี๋ขมวดคิ้ว “แม้แต่โล่ป้องกันของซีซีพวกเขายังกัดกร่อน
ได้ หลุมศพแห่งนี้เกินความคาดหมายของข้าจริงๆ” เดิมทีนางคิดว่านี่
คือที่ฝังวิญญาณคนตาย อีกทั้งตั้งแต่ก่อนสี่ห้าสิบล้านปีก่อน นางก็
‘เกษียณ’ แล้ว ไม่ได้สนใจความวุ่นวายภายนอก นางจึงไม่ได้สนใจ
หลุมศพมากนักจริงๆ
พูดได้ว่าสิ่งเดียวที่ทำให้หลังจากนาง ‘เกษียณ’ แล้วยังสนใจ
สถานที่แห่งนี้ มีเพียงแดนมืดวิญญาณอสูร ตอนนี้เห็นทีนางจะจับตา
ดูผิดที่เสียแล้ว
“เห็นหรือไม่ ต่อสู้จนตัวตายกับเผ่ามารของข้า ไม่คิดว่าเผ่าผี
กลับ ‘กลายเป็นมาร’ เสียเช่นนั้น” แอนนาน้อยที่พึมพำขึ้นเบาๆ ครา
นี้นางกระโดดไปบนหน้าของเด็กน้อยพร้อมกับกรงที่ขังมันไว้ ซึ่งก็ขัง
ไม่ให้นางไปไหนไม่ได้
ทว่า…
เพียะ
เด็กน้อยที่รู้สึกคัน เขาก็ตบแอนนาน้อยและกรงของนางทันที ทำ
เอานางหมุนติ้วจนเวียนศีรษะ
แอนนาน้อยเช่นนี้ทำให้ซีหวังหมู่อดเหน็บแนมไม่ได้ “อย่าหาว่า
ข้าพูดมากเลย แอนนาตอนนี้เจ้าอ่อนแอเหมือนไก่อ่อนเช่นนี้ ทำเอา
ข้าอับอายที่จะบอกว่าเคยสู้กับเจ้า และยังแพ้ให้เจ้าในสามกระบวนท่า
ช่างน่าอับอายจริงๆ”
แอนนาน้อย “…”
ตอนนี้นางก็รู้สึกหน่ายเหมือนกัน ยิ่งฟื้นคืนความทรงจำได้เท่าไร
ก็ยิ่งหน่าย
ทว่า… จู่ๆ กู้จื่อเฟิงก็พูดขึ้นว่า “พวกเจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าเงียบ
เกินไป” นอกจากการลอบจู่โจมที่ไม่มีอันตรายในตอนแรกนั่นแล้ว
เหมือนกับว่าหลุมศพจะสงบดี หรือว่ากลุ่มต่อสู้ของเราแข็งแกร่ง
เกินไป ทำให้หลุมศพที่เดิมทีน่าจะคาดเดายากกลายเป็นขยะ ไม่มีค่า
ให้กล่าวถึงแล้ว
แต่ว่าประตูต้องห้ามของประตูผีทำให้กู้จื่อเฟิงรู้สึกว่าหลุมศพต้อง
มีความลับบางอย่างแน่นอน หรือว่าเขาคิดผิดไปนะ?
“ไม่ๆ ข้าคิดว่ามันเงียบเกินไปจริงๆ” อินหลิวเฟิงที่มีลางสังหรณ์
ไม่ดีพูดขึ้นอีกว่า “ข้ารู้สึก…อุบ…”
เอ้อร์เหมาที่ปิดปากของนายน้อยจวนตนไว้ทันทีพูดว่า “นาย
น้อย ท่านหุบปากเถอะ” เอ้อร์เหมาที่เกือบจะตายเพราะปากของนาย
น้อยจวนของตน ตอนนี้ยังหวาดหวั่นไม่หายเลย
พูดอะไรก็ถูกตามนั้น มหัศจรรย์จริงๆ
แต่แล้ว… เอ้อร์เหมาเพิ่งจะพูดจบ ข้างหน้าของขบวนเยี่ยนอวี๋ก็
ปรากฏหมอกสีดำกลุ่มหนึ่งขึ้นเงียบๆ
ซีหวังหมู่และองค์เทพอื่นๆ เงียบทันที ทุกคนมองหมอกสีดำกลุ่ม
นั้นอย่างระมัดระวัง
กู้จื่อเฟิงก็กำลังนับนิ้วทำนาย… ทว่าหมอกสีดำในครานี้ค่อยๆ
สลายไปแล้ว และสุดท้ายเผยให้เห็นเงาของคนๆ หนึ่ง?
และ ‘คน’ ๆ นี้ ซีหวังหมู่จำได้ “ไท่เฮ่า?”