เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 71 ล้วนเป็นผู้ยอดเยี่ยม
ในชั่วพริบตานั้น ห้วงความคิดของเยี่ยนอวี๋ก็ปรากฏภาพ
เหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ มากมายขึ้นมาฉับพลันจนทำให้นางต้อง
ขมวดคิ้วงามเล็กน้อย เพราะนี่เป็นครั้งที่สองที่นางมีความรู้สึก
‘รุนแรง’ เช่นนี้
ครั้งแรกเกิดขึ้นตอนที่ ‘แรกพบ’ กับกู้หยวนเหิง ในครั้งนี้ดู
เหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับกู้หยวนเหิงเช่นกัน? ตระกูลของกู้หยวนเหิง
คือผู้มีอิทธิพลแห่งสำนักเหยาไถเซียน
ดังนั้นชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ น่าจะเป็นชุนซิ่นจวิน แต่เยี่ยนอวี๋
มั่นใจมากว่าแม่นางเยี่ยนจื่ออวี๋ไม่เคยพบกับชุนซิ่นจวินมาก่อน
“อ้ะเนะ?” เยี่ยนอวี๋ที่ตกอยู่ในห้วงความคิด ถูกมือนุ่มนิ่มของเจ้า
ตัวน้อยที่ลูบลงบนใบหน้านางดึงสติกลับมา
ครานี้เยี่ยนเสี่ยวเป่ากำลังกะพริบดวงตากลมโตดำวาวดุจหิน
อัคนีและมองมาทางท่านแม่คนงามของเขาอย่างเป็นห่วง ทั้งยังเอ่ย
แสดงความเห็นใจว่า “อ้ะเนะ?”
เยี่ยนอวี๋ยิ้มออกมาอย่างอดมิได้ แววตรึกตรองกลางหว่างคิ้ว
หายไปในชั่วพริบตา ภายในตาเหลือเพียงแค่บุตรชายตรงหน้า
เท่านั้น “แม่ไม่เป็นอะไร”
“อ้ะเนะ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าโผเข้ากอดใบหน้าของมารดาตนเอง
รอยยิ้มบนใบหน้าของเยี่ยนอวี๋นุ่มนวลมากยิ่งขึ้น มองไปทางกู้
หยวนหมิงที่ตะลึงมองนางตรงหน้า ภายในสายตามีเพียงแค่ความงาม
ของสตรีวัยเยาว์ที่สวยเกินคำบรรยาย ยากที่จะพรรณนาออกมาเป็น
คำพูดได้ ราศีนี้นี้ทำให้เขาแสบตา แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึก
ปวดใจที่ทำให้กู้หยวนหมิงไม่เข้าใจยิ่งกว่า นั่นคือความรวดร้าวใจ
ราวกับภาวะขาดอากาศที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน!?
ลูกศิษย์หญิงที่ยืนอยู่ข้างเขาผู้หนึ่งสังเกตเห็นว่ากู้หยวนหมิงลืม
ตัวเสียกิริยา พยายามเรียกเขาอยู่หลายครั้ง “ศิษย์พี่หมิง ชุนซิ่นจ
วิน?…” แต่ยังคงไม่สามารถดึงสติเขากลับมาได้
“ชุนซิ่นจวิน?” ลูกศิษย์หญิงแห่งสำนักเหยาไถเซียนที่ไม่เข้าใจ
จึงมองไปทางรถม้าของอินหลิวเฟิงตามจิตใต้สำนึก แต่ตอนนี้รถม้า
ได้หยุดนิ่งลงแล้ว ม่านรถก็ตกลงมาแล้วเช่นกัน ดังนั้นนางจึงมองไม่
เห็นเยี่ยนอวี๋
ส่วนอินหลิวเฟิงก็เดินลงมาจากรถม้า พลางเอ่ยเสียงดังว่า “ชุน
ซิ่นจวิน ท่านต้องกำราบความเหิมเกริมของสำนักคุนอู๋นะ พวกเขา
อาศัยสถานะที่เป็นสำนักแรกในราชสำนักแล้วทำตัวไม่มีขื่อไม่มีแป!”
เขาเพิ่งจะกล่าวจบ เสียง ‘โฮก’ ที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมของ
สัตว์อสูรก็ดังขึ้นกลางต้าฮวงอันกว้างใหญ่ จากนั้นก็พุ่งเข้าหากลุ่ม
คนของสำนักเหยาไถเซียน
พรวด…เฉิงหมิงที่กระอักเลือดออกมาเพราะอัญเชิญจระเข้สอง
เศียรเพิ่งจะพบว่า ด้านหน้ามีคนของสำนักเหยาไถเซียนปรากฏขึ้น?
แม้ว่าเขาจะรู้นานแล้วว่าในต้าฮวงมีคนของสำนักเหยาไถเซียน แต่
กลับมิได้สืบเสาะดูว่าพวกเขาอยู่ที่ใด
ทว่าในยามนี้เฉิงหมิงที่อ่อนแอเป็นอย่างมากนั้นไม่เหลือเรี่ยวแรง
ที่จะเรียกสั่งให้จระเข้สองเศียรนั่นหยุดลงแล้ว ดังนั้นมันจึงคำรามเสียง
ดัง! พร้อมกับพุ่งตัวไปทางกลุ่มคนของสำนักเหยาไถเซียน
หลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงสู้กันอย่างเลี่ยงมิได้…
“เฮ้อ” อินหลิวเฟิงแสดงท่าทางโล่งใจโดยการเอ่ยว่า “โชคดีๆ”
เขารู้อยู่แล้วว่าด้วยความสามารถของเฉิงหมิงทำได้เพียงอัญเชิญ
จระเข้สองเศียรออกมาได้ทันเวลาเท่านั้น แต่ภายในระยะเวลาอันสั้นนี้
กลับไร้หนทางในการควบคุมมัน แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ!
“นายน้อย ต้องช่วยหรือไม่ขอรับ” องครักษ์เอ้อร์เหมาขอ
คำแนะนำอย่างแสดงออกถึงจิตใจที่ค่อนข้างดีงาม
อินหลิวเฟิงโบกมือไปมา พลางเอ่ยว่า “แน่นอนว่าต้องช่วยอยู่
แล้ว เจ้าไปสิ! ข้าเพิ่งเจอเรื่องตื่นตระหนกตกใจมา ขอพักก่อน”
องครักษ์แห่งเมืองโยวตูกลอกตามองบนในใจ และเข้าร่วมต่อสู้
ในสถานการณ์นี้อย่างว่าง่าย! อย่าว่าเลย การเคลื่อนไหวของเขา
รุนแรง ความสามารถก็พอใช้ได้ ทำให้คนของสำนักเหยาไถเซียน
ล้วนยากที่จะคิดบัญชีย้อนหลัง
เม่ยเอ๋อร์ไม่ได้ขยับตัว แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครสามารถวิ่งแจ้น
มาถึงตัวเยี่ยนอวี๋ได้ ดังนั้นนางจึงไม่จำเป็นต้องลงมือ
เมื่อเห็นว่าทั้งสองฝ่ายฆ่ากันไปหลายร้อยกว่ากระบวนท่าแล้ว กู้
หยวนหมิงถึงได้โรยตัวลงตรงหน้าอินหลิวเฟิง และมองเขาอย่างหมด
คำบรรยาย “ความสามารถของซวงเสวียนจวินยอดเยี่ยมจริงๆ”
“ที่ไหนกันๆ แต่จะว่าไปแล้ว ครั้งนี้ข้านำทักษะที่เชี่ยวชาญ
ออกมาใช้หลบหนีจริงๆ คนของสำนักคุนอู๋เหล่านี้ไม่ยอมพูดกันด้วย
เหตุผล เอะอะก็จะฆ่าข้า ข้ากลัวมากเลย…” อินหลินเฟิงกล่าวอย่างมี
ความรู้สึกหวาดผวาในใจ
กู้หยวนหมิงเกือบจะลืมตัวเสียกิริยากลอกตามองบนใส่เขาแล้ว
แต่เขาไม่เหมือนหยางเซ่าเหิงที่ปักใจเชื่ออย่างไร้ความสงสัยหรอก
นะ…นายน้อยแห่งเมืองโยวตูตรงหน้าผู้นี้เป็นคนเสเพลไร้ค่าคนหนึ่ง
เรื่องอื่นไม่ต้องกล่าวถึง แต่ตระกูลอินสายหลักก็ใช่ว่าไร้ผู้คน อิน
หลิวเฟิงก็ใช่ว่าไม่มีพี่น้อง เจ้าเมืองโยวตูได้วางตำแหน่งนายน้อย
ให้กับอินหลิวเฟิงตั้งนานแล้ว นี่จะเป็นความลำเอียงเล็กๆ น้อยๆ งั้น
หรือ
อย่างไรก็ตาม กู้หยวนหมิงไม่มีทางเชื่อจริงๆ ว่า อินหลิวเฟิงจะมี
ความสามารถเท่าที่แสดงออกมาเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงสงบสติอารมณ์
แล้วเอ่ยว่า “ข้าอยู่ที่ต้าฮวงนานขนาดนี้ ทว่าแม้แต่เขตชายแดนที่อยู่
อาศัยของพวกข้าคนของสำนักคุนอู๋ก็ไม่เคยย่างกรายเลยด้วยซ ้า
ซวงเสวียนจวินมีความสามารถมากขนาดนี้ เหตุใดจึงต้องกลัวด้วย
เล่า”
“หืม? ท่านพูดว่าพวกเขาไม่รู้ว่าพวกท่านอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ”
อินหลิวเฟิงแสดงสีหน้าไม่เชื่ออย่างแกล้งโง่และเผยสีหน้าบ่งบอกว่า
‘อย่ามาหลอกข้าผู้ซึ่งไร้ความสามารถนะ’ ออกมา
กู้หยวนหมิงอดทนแล้วอดทนอีก แต่สุดท้ายก็อดทนไม่ไหว จึง
กลอกตามองบนด้วยท่าทางสง่างาม แล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา พลาง
เอ่ยถามไปตรงๆ ว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าหยางเซ่าเหิงอยู่ที่ใด”
“อ่อ เรื่องนี้ข้าไม่ทราบจริงๆ! เขากลับสำนักคุนอู๋แล้ว! พาสุนัข
รับใช้ขั้นสุวรรณชาดสิบสองตัวนั้นของเขากลับไปด้วย” อินหลิวเฟิง
ตอบคำถามอย่างเรียบร้อย เขาเข้าใจเรื่องหมูไปไก่มาเป็นอย่างดี
“ไปแล้ว?” กู้หยวนหมิงประหลาดใจมาก แต่ก็อยู่ภายใต้การ
คาดการณ์ของเขาเช่นกัน ถึงอย่างไรข่าวสารของที่นี่ก็ไม่สามารถ
ส่งออกไปได้ แต่เขายังคอยระวังว่าหยางเซ่าเหิงจะกลับมา และนำตัว
ช่วยมากมายกลับมาด้วย
เมื่อเทียบกันแล้ว กู้หยวนหมิงในยามนี้เชื่อมั่นอย่างเห็นได้ชัดว่า
ตัวช่วยที่อินหลิวเฟิงพามานั้นสู้หยางเซ่าเหิงไม่ได้ แม้ว่าเขาจะไม่เชื่อ
ว่าอินหลิวเฟิงเป็นแค่คนไร้ความสามารถคนหนึ่งก็ตาม
ขณะที่กู้หยวนหมิงได้รับข่าวนี้ เฉิงหมิงที่อยู่อีกด้านก็ฟื้นฟูพลัง
กลับคืนมาได้แล้ว จึงตะโกนเสียงดังว่า “หยุด! หยุดให้หมด! นี่เป็น
เรื่องเข้าใจผิด!”
เฉิงหมิงไม่ได้โง่ เขารู้ดีว่าคนเพียงเท่านี้ไม่ใช่คู่มือของสำนัก
เหยาไถเซียนไม่กี่สิบคนนี้แน่! โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีชุนซิ่นจ
วินอยู่ด้วย
แต่กู้หยวนหมิงกลับไม่ให้โอกาสเขาในการถอยกลับ เขาผงก
ศีรษะให้กับศิษย์น้องหญิงร่วมสำนักที่ตามมาด้วย นางที่เข้าใจก็
ตวาดเสียงดังใส่เฉิงหมิงว่า “สำนักเหยาไถเซียนของพวกเรามิอาจ
ล่วงเกิน! เป็นโทษที่ต้องถูกฆ่าโดยมิอาจให้อภัยได้!”
“อ้ะเนะ?”