เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 725 ใจเต้น
“ไม่ต้องเดา เขาต้องไปแล้วแน่ๆ” ตี้จวิ้นคิดว่าไม่จำเป็นต้องไปดู
เขาเชื่อว่าอาจารย์พ่อดอกบัวขาวท่านนั้นต้องตามไปแล้วแน่ๆ มิ
เช่นนั้นใครเป็นคนเปิดใช้งานค่ายกลนั่น
อีกอย่าง อาจารย์ผู้งดงามยิ่งกว่าดอกไม้ ทวยเทพในสวรรค์เก้า
ชั้นฟ้าไม่กล้าใฝ่ฝัน เพราะสถานะของนาง หากกลับไปยุคของอวิ๋น
เหลียน คนตามจีบคงมีมากเหมือนขนวัว อาจารย์พ่อคนนั้นของเขา
จะวางใจปล่อยให้อาจารย์ไปเพียงลำพังได้อย่างไร
โอ้ ไม่สิ จะว่าไปแล้วหากอาจารย์ทำทุกอย่างได้สำเร็จราบรื่นก็
คงไม่มีโอกาสได้เจอคนตามจีบ ดังนั้นแสงสีม่วงนั่นเป็นไปได้หรือไม่
ว่าต้องการคุ้มกันให้อาจารย์กลับมาได้อย่างราบรื่น
“ไปดูเสียหน่อยดีกว่า” ตี้จวิ้นรีบตามอินหลิวเฟิงไป เขาเองก็
อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อาจารย์พ่อดอกบัวขาวนั่นของเขาตามไป
หรือไม่
สุดท้าย… อินหลิวเฟิงที่เข้าไปถึงในเรือนของเยี่ยนอวี๋ก่อน เขาก็
ต้องชะงัก “อยู่หรือนี่?”
ตี้จวิ้นที่ตามเข้ามาก็งุนงง เพราะว่าบนเตียงนั่นยังคงขมุกขมัว
เป็นก้อนสีดำ เห็นได้ว่าเขาไม่ได้ไป เขายังคงนอนอยู่บนเตียงผสาน
กับร่างพลังตนเอง
“จู่ๆ ก็รู้สึกกังวลขึ้นมา” อินหลิวเฟิงเปลี่ยนจากสีหน้าเริงร่าเป็นสี
หน้าเคร่งขรึม “ข้าคิดว่าจวินโฮ่วต้องติดตามนายท่านไปเสียอีก จะได้
ดูแลความปลอดภัยให้นายท่าน”
นี่ก็เป็นเหตุผลที่อินหลิวเฟิงไม่เป็นกังวลเลยตั้งแต่ต้นจนถึงเมื่อ
ครู่นี้ เขาประทับใจอย่างมากกับวิธีการของต้าซือมิ่ง และเชื่อมั่นว่า
ฝ่ายหลังต้องคอยปกป้องนายท่านของพวกเขาแน่นอน
แต่ว่า… จู่ๆ ตอนนี้เขาก็ไม่ค่อยมั่นใจแล้ว ที่สำคัญเป็นเพราะเขา
ท่านนี้ยังนอนอยู่นี่
“คงไม่เป็นปัญหาใหญ่หรอก อาจารย์ก็เก่งมาก อาจไม่
จำเป็นต้องให้อาจารย์พ่อช่วยก็ได้” แม้ตี้จวิ้นจะกังวลเช่นกัน แต่เขาก็
ชื่นชมอาจารย์เยี่ยนอวี๋ของเขามาโดยตลอด
ทว่าอินหลิวเฟิงกลับส่ายศีรษะ “ไม่เหมือนกัน นายท่านไปถึงที่
นั่นคงไม่ได้เป็นดั่งปลาได้น ้าอย่างที่อยู่สวรรค์เก้าชั้นฟ้า ถึงอย่างไรที่
นั่นก็เป็นถิ่นของอวิ๋นเหลียน ตอนนี้หวังเพียงว่านายท่านจะไม่ต้องพบ
กับอวิ๋นเหลียน”
“แหม ยังมีพี่เป่าของข้าอีกไม่ใช่หรือ” ตี้จวิ้นกล่าว
อินหลิวเฟิง “…”
แม้ท่านเสี่ยวเป่าจะเก่งมากจริงๆ แต่ว่า…
ได้โปรด นั่นก็แค่ทารกไม่สิ้นกลิ่นน ้านมที่ยังไม่ครบขวบเลย
ทว่าทารกไม่สิ้นกลิ่นน ้านมในครานี้กลับให้ความช่วยเหลือได้
แล้ว
หลุมศพที่ร่วงลงมายังหัวใจค่ายกลดัง วิ้ง บัดนี้ถูกดอกไม้ลำโพง
ขนาดใหญ่ที่บานออกเองรับไว้แล้ว
“คุณหนูใหญ่” เม่ยเอ๋อร์เองปรากฏกายขึ้นข้างเยี่ยนอวี๋
แม้เยี่ยนอวี๋จะตกใจที่เม่ยเอ๋อร์ตามมาได้ แต่บัดนี้ไม่มีเวลาพูด
เรื่องเหล่านี้แล้ว นางเพียงพยักหน้าพูดว่า “ตามข้าให้ดี”
“เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่” เม่ยเอ๋อร์แบกมีดเล่มใหญ่ตามหลังเยี่ยนอวี๋
อย่างใกล้ชิด
เยี่ยนอวี๋หันไปมองหลุมศพที่ถูกดอกไม้ของเด็กน้อยห่อหุ้มไว้
นางสัมผัสได้ว่าในหลุมศพมีคลื่นประหลาดอยู่จริง มันกำลังพยายาม
หนีออกมา เด็กน้อยที่สัมผัสได้เช่นกัน เขาก็พูดเสียงดุว่า “แสบ”
หลุมศพที่จู่ๆ หดลงเล็กน้อย ทำให้เยี่ยนอวี๋รู้ว่ามันคงรู้สึกแสบ
ร้อน
นางเองก็ไม่ได้ชักช้า นางยื่นมือที่ถือตะเกียงวิญญาณของไท่เฮ่า
ออกมา “ไป”
เยี่ยนอวี๋ที่กลายเป็นแสงหลากสีพาหลุมศพหายไปกลายเป็นแสง
ดุจประกายไฟใน ‘หลุม’ มืดมิดนั่นทันที
ทำให้ทวยเทพที่ออกจากตำหนักแล้วและกำลังแหงนหน้ามอง
‘หลุม’ รู้ว่าเยี่ยนอวี๋จากไปแล้ว
“นายท่าน…” ซีหวังหมู่ตะโกนด้วยเสียงเหมือนจะร้องไห้
เทพอัสนีถึงกับเหินขึ้นไปใกล้ๆ ‘หลุม’
แต่แล้ว…
ตูม
จู่ๆ หลุมก็หายไป มันหายไปพร้อมกับแสงหลากสี ทำเอาเทพ
อัสนีตกใจ “เกิดอะไรขึ้น?”
“โอ้ เสี่ยวเหลย เจ้าก่อเรื่องหรือ” ซีหวังหมู่ตะโกนเสียงดัง
เทพอัสนีตกใจ เขาลงมาอยู่ข้างกายอินหลิวเฟิงแล้ว “เจ้าวิหค
ทมิฬ เกิดอะไรขึ้นหรือ”
“ข้าขอดูหน่อย” อินหลิวเฟิงที่ขมวดคิ้วแน่นรีบตรวจสอบค่ายกล
ที่สูญเสียแสงหลากสีไป ในใจก็ไม่ค่อยมั่นใจนักว่านี่คือเหตุการณ์
ปกติหรือไม่
ประมาทไปแล้ว ก่อนหน้านี้ลืมถามจวินโฮ่วว่าหลังจากเปิดใช้
งานค่ายกลแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป เดิมทีเขาคิดว่าแสงค่ายกลจะอยู่
ตลอดจนกว่านายท่านจะกลับมา สุดท้ายกลับไม่เป็นเช่นนั้นหรือ
หรือว่าเกิดปัญหาอะไร?
อินหลิวเฟิงเหงื่อตก แต่เขาก็พบในทันทีว่า “ค่ายกลไม่มีปัญหา
ยังคงทำงานได้ปกติ”
“เจ้าแน่ใจ” ตี้จวิ้นถามอย่างสงสัย
“แน่ใจ” อินหลิวเฟิงมั่นใจมาก รอบกายเขาแผ่ซ่าน ‘แสงแห่ง
ปัญญา’ แตกต่างจากสมัยที่เขาเป็นตาทึ่มอย่างสิ้นเชิง
ตี้จวิ้นลูบจมูกดูเหมือนไม่พอใจนัก “เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องเป็น
ห่วงแล้ว เมื่อนายท่านจะกลับมา ค่ายกลนี้คงสว่างด้วยตนเอง”
“แต่ข้าไม่ได้อยู่ที่นั่น ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่านายท่านจะกลับมา” อิน
หลิวเฟิงเหงื่อตกเพราะเรื่องนี้
ตี้จวิ้น “…”
จู่ๆ เขาก็กังวลขึ้นมา
ดังนั้นปัญหาเหล่านี้ อาจารย์พ่อดอกบัวขาวคิดถึงหรือไม่นะ
ตี้จวิ้นไม่รู้และไม่แน่ใจ
อินหลิวเฟิงก็เช่นกัน แต่เขาก็นั่งขัดสมาธิลงในค่ายกลแล้ว
“ทำอะไร” ตี้จวิ้นไม่เข้าใจ
“ขอเพียงติดต่อนายท่านได้ผ่านค่ายกลนี้สักเล็กน้อย ต่อจากนี้
อย่ามารบกวนข้า” อินหลิวเฟิงหวังเพียงว่าตนเองจะสัมผัสถึงและเปิด
ใช้งานค่ายกลได้ในเวลาที่ประจวบเหมาะ
มิเช่นนั้น… อินหลิวเฟิงไม่กล้าคิดต่อไป ถึงอย่างไรหลังของเขาก็
โชกไปด้วยเหงื่อ และยังรู้สึกมีลมหนาวพัดผ่าน
นี่ไม่ใช่ความรู้สึกที่คิดไปเอง
ถึงอย่างไรเอ้อร์เหมาก็กำลังทำงานอย่างแข็งขัน “นายน้อย
ข้าน้อยช่วยพัดให้ท่าน ท่านดูท่านสิ ยุ่งจนเหงื่อท่วมไปหมดแล้ว”
“ออกไป” อินหลิวเฟิงคิดว่าครานี้เขาต้องเปลี่ยนองครักษ์จริงๆ
แล้ว ไม่สิ เขาไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์แล้ว
เอ้อร์เหมากลับยืนกราน “ไม่ได้หรอก หากข้าน้อยไม่ทำงาน
อย่างเต็มที่ กลับไปท่านจะหาข้ออ้างเตะข้าน้อยกลับโลกมนุษย์จะทำ
อย่างไร”
อินหลิวเฟิง “…”
เจ้าบัดซบนี่รู้ตัวดีนี่ น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะถีบเขา
กลับไป จับสัมผัสนายท่านสำคัญกว่า
อินหลิวเฟิงที่คิดเช่นนี้ก็นั่งสมาธิหลับตาลงแล้ว
ในขณะเดียวกัน…
เยี่ยนอวี๋ที่นำหลุมศพ ‘เดินหน้า’ อย่างต่อเนื่องตามการชี้นำของ
ตะเกียงวิญญาณของไท่เฮ่า นางยังไม่ลืมที่จะกอดเด็กน้อยไว้แน่น
กลัวเด็กน้อยไหลหลุดไป
ถึงอย่างไรเด็กน้อยคนนี้ของนางก็กระปรี้กระเปร่าร่าเริงอีกครั้ง…
“อ้ะๆ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่เห็นแสงรอบกายเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เขาก็ควบคุมตนเองไว้ไม่ได้จริงๆ “แม่ แม่งาม ดู เร็ว งาม…”
เยี่ยนอวี๋ในครานี้ไม่มีเวลาสนใจเขา นางต้อง ‘มองหา’ ตำแหน่ง
ทันทีที่ตะเกียงวิญญาณกระพริบ นางต้องก้าวออกจากแสงที่งดงามนี้
ทันที และก้าวเข้าสู่ยุคของอวิ๋นเหลียน ซึ่งก็คือยุคที่แล้ว
เรื่องนี้ห้ามผิดพลาดแม้แต่น้อย มิเช่นนั้นหากประจันหน้ากับอวิ๋น
เหลียนจริงๆจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก ตอนนี้นางไม่อยากสร้างความ
ลำบากให้ตนเอง คิดเพียงแต่อยากจะกลับไปข้างกายสามีดูแลเขา
โดยเร็ว
ทว่าเด็กน้อยที่ไม่ได้คิดเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเขามีความสุขจนลืม
บ้านเกิดเมืองนอนไปแล้ว “ฮ่า…” เขาที่ยื่นมือออกไปพยายามจับแสง
เหล่านั้น โชคดีที่ถูกเม่ยเอ๋อร์จับมือไว้ได้ มิเช่นนั้นเขาต้องคว้าแสง
พวกนั้นไว้แน่ๆ และจะถูกดูดเข้าไป
โชคดีที่เขายังถือว่า ‘เชื่อฟัง’ หลังจากถูกห้ามก็ไม่ได้จับอีก แต่
ยังคงโลดเต้นไม่หยุด
ดีที่เยี่ยนอวี๋จับเขาไว้แน่น มิเช่นนั้นเขาคงหล่นนับครั้งไม่ถ้วน
“ฮ่า…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ดีอกดีใจหัวเราะตลอดทาง
เยี่ยนอวี๋เห็นตะเกียงวิญญาณกะพริบสองสามทีท่ามกลางเสียง
หัวเราะของเด็กน้อย
นางรีบสั่ง “เม่ยเอ๋อร์ ไป”
“เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่” เม่ยเอ๋อร์ตามไปติดๆ
ในขณะเดียวกันเยี่ยนอวี๋ก็เหยียบแสงงดงามแตกกระจาย
“อ้ะ”
เยี่ยนเสี่ยวเป่ามีความสุขจนจะบินขึ้นมาแล้ว และยังจับแสงงดงาม
นั่นไว้
ตูม
ความรู้สึกเหมือนโดนดอกไม้ไฟระเบิดไปทั่วร่าง ทำให้เยี่ยนอวี๋
มึนงงไปชั่วขณะ ทว่านางกอดเด็กน้อยไว้แน่นกว่าเดิมด้วยสัญชาติ
ญาณ มือข้างหนึ่งยังจับหลุมศพไว้แน่น
เพียงแต่ว่า…
ขณะที่ ‘ลอบเข้าไป’ จู่ๆ หลุมศพก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มีเสียง
กรีดร้องจากในนั้นออกมา “เยี่ยนอวี๋ เจ้าคนเลว เจ้ากำลังทำอะไรกัน
แน่?”
เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น… เยี่ยนอวี๋มีลางสังหรณ์ไม่ดี
แต่แล้ว…
“แสบ”
เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่จับแสงก็ไม่ลืมที่จะทำให้คนเลวแสบร้อน เขาสั่ง
ให้ดอกไม้ทำให้หลุมศพแสบร้อนทันที
จากนั้น…
ตูม
จู่ๆ หลุมศพก็ระเบิด เยี่ยนอวี๋ผ่อนคลายลง “ลง”
ตูม
หลุมศพและวิญญาณที่หลงเหลือของอวิ๋นเหลียนระเบิด เยี่ยนอวี๋
พาออกจากประตูแห่งกาลเวลา
แต่แล้ว… ความเคลื่อนไหวนี้ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว
“จบกัน”
จิ่วอิงคลานออกมาแล้ว เพราะว่ามันสัมผัสถึงพลังเจตนาอัน
ยิ่งใหญ่ปกคลุมมันและภรรยาอี้เอ๋อร์ไว้ราวกับมวลเมฆ
จิ่วอิงจึงคิดในใจ เป็นเช่นนี้จริงๆ ด้วย ลูกสะใภ้ตระกูลหรงมี
‘ร่างกายที่นำพาความยุ่งยาก’ มาให้เสมอ ยิ่งแข็งแกร่งเท่าไรก็ยิ่งมี
ปัญหามากเท่านั้น นางมักจะไม่สามารถปฏิบัติการสำเร็จได้อย่าง
ราบรื่นใน ‘ช่วงเวลาสำคัญ’ ต้องมีอุปสรรคเสมอ
เพียงแต่ว่า… มันเพิ่งจะคิดเช่นนี้เสร็จ
“ไป”
เยี่ยนอวี๋พาเด็กน้อยและเม่ยเอ๋อร์กลับไปยังประตูแห่งกาลเวลา
แล้ว ทว่าประตูนั่นยังมีแสงหลงเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แทบจะปิด
สนิทแล้ว ถึงอย่างไรพลังเจตนาอันแข็งแกร่งที่บีบคั้นพวกเขาก็ปิด
ผนึกมิติไว้แล้ว ประตูแห่งกาลเวลาย่อมหายไปอย่างรวดเร็ว
น่าเสียดาย…
ฟิ้ว
เยี่ยนอวี๋พาเด็กน้อยและเม่ยเอ๋อร์ รวมถึงจิ่วอิ่งที่ยังไม่ทัน
แผลงฤทธิ์ด้วยซ ้าเบียดเข้าไปแล้ว
แทบจะในเวลาเดียวกัน…
“จะไปไหน!”
เสียงของอวิ๋นเหลียนดังขึ้นตามคาด