เซียนอมตะ 2,500 ปี [我只有两千五百岁] - บทที่ 117 เสมอ?
บทที่ 117 เสมอ?
“ไม่ต้องรอถึงวันมะรืนหรอก”
ซูเย่กล่าว “เดี๋ยววันนี้ผลก็ออกแล้วครับ”
ทันทีที่กล่าวออกไป ผู้ชมทั้งสนามก็ตกตะลึง
รู้ผลภายในวันนี้?
นี่มันการแข่งรักษาด้วยการฝังเข็ม
ไม่ใช่ยาของเขาสักหน่อย!
“ช่างบังเอิญเสียจริง!” เจิ้งหวูปิ้ง ชายหนุ่มตัวแทนแห่งตระกูลเจิ้ง ก้มหัวลงไออยู่สักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมากล่าวด้วยคิ้วยกสูง “ฉันเองก็คิดเหมือนกันอยู่พอดี!”
ประชันฝีปากยอกย้อนกันไปมา
ทำให้บรรยากาศทั่วทั้งสนามแข่งในขณะนั้น ตึงเครียดขึ้นมาโดยทันที
ไม่ไกลออกไปนัก
ผู้กำกับจ้าวเหมียนที่คอยคุมกองถ่ายอยู่ อดไม่ได้ที่จะถอนใจออกมาเมื่อได้เห็นภาพนี้และกล่าวว่า “แปลกจัง ไม่ว่าที่ไหนมีซูเย่อยู่ ก็มีเรื่องตลอดเลยใช่ไหม?”
“เรื่องปากคอเราะร้ายนี่ขอให้บอกเลย”
นอกสนามแข่ง
“หยาบคายเสียจริง” เมื่อปาปู้เต๋อ ผู้บัญชาการมหานครตะวันตกเฉียงเหนือเห็นการกระทำของซูเย่ เขายิ้มเยาะและกล่าวออกมา “ตกลงแล้ว เด็กคนนี้ไม่ได้ทำตัวหยิ่งยโสเพียงแต่ภายในทีมสืบสวน แต่ทำไปทั่วทุกที่เลย ฉันล่ะอยากเห็นเขาแพ้เสียจริง”
เหล่าพี่น้องพรรคถูโช่วจย้าเทียนซึ่งยืนอยู่ข้างเขา จ้องมองด้วยสายตาโกรธเคือง
“เด็กน้อย อยากจะต่อยฉันหรือ?” ปาปู้เต๋อไม่แม้หันกลับไปมอง เอ่ยขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะ “ไว้ก้าวผ่านฉันไปได้เมื่อไร จะยอมให้ทำตามใจชอบเลย แต่ถ้ายังไม่แข็งแกร่งพอ ก็ต้องอดทนไปก ก่อนนะ!”
……
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จะขอตัดสินผลกันภายในวันนี้เลย การแข่งขันในศาสตร์แห่งการฝังเข็ม เริ่มแข่งขันได้!”
หลี่เจิ้งต้าวออกคำสั่ง
ซูเย่และเด็กตระกูลเจิ้งมองหน้ากัน พร้อมเดินขึ้นไปในพื้นที่สำหรับแข่ง คนหนึ่งฝั่งซ้าย อีกคนฝั่งขวา เผชิญหน้ากันเพื่อวัดความเหนือกว่า
“แกจะต้องแพ้แน่” เจิ้งหวูปิ้งกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ
ซูเย่เผยอยิ้มเล็กน้อย “นั่นแหละที่ฉันต้องการจะพูด”
ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะรักษา
คนไข้อาสาได้เดินเข้ามา
ผู้ป่วยของทั้งสองฝั่งเดินเข้าไปที่โต๊ะและนั่งลงพร้อมกัน
เจิ้งหวูปิ้งเหลือบมองซูเย่ก่อน จากนั้นจึงเริ่มลงมือทำการรักษา
นำเข็มเงินขึ้นมาและฝังลงไปด้วยมือทั้งสอง
เมื่อภาพนี้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของผู้นำตระกูลแพทย์แผนจีนทุกคน พวกเขาก็พากันพยักหน้า
“ไม่เลว ถือเข็มด้วยมือทั้งสอง ถือว่าได้รับวิชามาจากตระกูลเจิ้งอย่างถ่องแท้”
“ฝังเข็มด้วยสองมือได้ราบรื่นเช่นนี้ เจิ้งหวูปิ้งนี่สมเป็นอัจฉริยะในการฝังเข็ม”
“ได้ยินว่าเขาร่ำเรียนการฝังเข็มมาตั้งแต่ยังเด็ก ฝีมือในตอนนี้ก็แทบจะเหนือกว่ารุ่นลุงเข้าไปแล้ว หากฝีมือของซูเย่เหมือนกับแค่ที่ออกในรายการโทรทัศน์ล่ะก็ เขาอาจจะแพ้ได้”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว!”
เหล่าผู้นำตระกูลชื่นชมเด็กของพวกเขา จากนั้นหันไปมองซูเย่ ลูกศิษย์ของปรมาจารย์วงการแพทย์แผนจีน ไม่รู้ว่าระดับความสามารถในการฝังเข็มของเขาไปถึงขั้นไหนแล้ว
แต่เมื่อมองไป กลับพบว่าซูเย่เองก็ใช้สองมือในการฝังเข็ม!
ทุกคนตื่นตกใจ
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ไม่ใช่ว่าการฝังเข็มสองมือ เป็นวิชาเฉพาะของตระกูลเจิ้งหรอกหรือ?
ซูเย่ทำได้อย่างไร?
พรึ่บ!
ทั้งสิบสองคนรีบหันไปหาผู้นำตระกูลเจิ้ง
และต้องพบว่าผู้นำตระกูลเจิ้งเองก็ตาเบิกโพลง จ้องมองซูเย่อย่างไม่เชื่อสายตา
เขาไม่ได้มองวิชาการฝังเข็มสองมือของซูเย่ แต่มองไปยังทุกเข็มที่ปักฝังลงไป
ไม่ว่าใครก็สามารถฝังเข็มสองมือได้ ทว่าส่วนที่ยากนั้นคือการได้ชี่!
ผู้คนจากตระกูลอื่นอาจจะไม่สามารถมองเห็นได้ แต่สำหรับเขา ผู้ที่อุทิศตนทุ่มกายและใจในการร่ำเรียนศาสตร์แห่งการฝังเข็ม มองออกได้อย่างชัดเจน!
ทุกเข็มของซูเย่ ล้วนเกิดการได้ชี่!
เป็นไปได้อย่างไร?
ทำไมเขาจึงรู้ถึงแก่นแท้ของวิชาการฝังเข็มสองมือแห่งตระกูลเจิ้งได้
มีคนจากตระกูลเจิ้งไปสอนเขาหรือ?
เป็นไปไม่ได้ หากเขาไม่ร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็ก ก็ไม่มีทางที่จะทำได้ในช่วงอายุเท่านี้!
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ในขณะนั้น เจิ้งหวูปิ้งเองก็มองไปที่ซูเย่
เพียงเหลือบมองแวบเดียว สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปในทันที
สิ่งที่เขาเห็นคือวิชาแห่งตระกูลเจิ้ง การฝังเข็มสองมือ!
“ทำไมเขาถึงทำได้?”
ใจของเจิ้งหวูปิ้งสั่นรัว
เขาตื่นตระหนกมากเสียจนต้องสูดหายใจเข้าลึกและสงบสติอารมณ์
ในเวลานี้ การรักษาคือสิ่งสำคัญที่สุด
รีบย้ายสายตาหนีและลงมือรักษาต่อทันที
“หา? ซูเย่ใช้วิชาเดียวกับตระกูลเจิ้งเหรอ?”
“ฉันได้ยินมาว่า วิชาการฝังเข็มสองมือ เป็นวิชาเฉพาะของตระกูลเจิ้งแห่งแพทย์แผนจีนพื้นบ้าน ซูเย่ไปเรียนมาได้อย่างไร?”
หลิวเจิ้นเฉียงและเหล่าคณบดีหันไปมองหลี่เคอหมิงด้วยสายตาประหลาดใจ
“ไม่ใช่ผมนะ” เพียงเห็นสายตาของทุกคน หลี่เคอหมิงก็เข้าใจ และอธิบายออกมาพร้อมรอยยิ้มเจื่อน “ผมไม่ได้สอนครับ และอีกอย่าง ผมเองก็ทำไม่ได้ด้วย”
“แล้วเขาทำได้อย่างไร?” หลิวเจิ้นเฉียงยังคงถามต่อ
“หรือว่า เขาอาจจะเพิ่งเรียนรู้จากเมื่อสักครู่” หลี่เคอหมิงกล่าวออกมาหลังจากครุ่นคิดอยู่พักใหญ่
เมื่อประโยคนี้ดังขึ้น คณบดีทั้งหลายก็นิ่งไป
เรียนจากเมื่อสักครู่?
คิดว่าซูเย่เป็นคอมพิวเตอร์หรือ เพียงแค่เห็นก็สามารถคัดลอกและทำตามได้แล้ว?
นอกจากนี้
ตัดสินจากผลงานของซูเย่ วิชาการฝังเข็มสองมือของเขาก็ไม่ได้แย่ไปกว่าคู่แข่งเลย ซ้ำยังดูคล่องแคล่วและแม่นยำกว่า
“เอ๊ะ เหมือนฉันจะหายดีแล้วนะ!”
ในตอนนั้นเอง เพียงแค่ซูเย่ดึงเข็มออก คนไข้ก็ลุกยืนขึ้นและกล่าวด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ฉันหายดีแล้วจริงด้วย ความรู้สึกอึดอัดหายไปหมดเลย!”
ซูเย่เผยรอยยิ้มเล็กน้อย
ฝั่งตรงข้าม เจิ้งหวูปิ้งตกตะลึงจนต้องเงยหน้ากลับขึ้นมามอง
เขาเองก็กำลังดึงเข็มออกอยู่ แต่ความเร็วของเขาช้ากว่าซูเย่อย่างเห็นได้ชัด
“เป็นไปไม่ได้ หมอนั่นเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร?”
เจิ้งหวูปิ้งเร่งมือดึงเข็มออกตาม
“ฉันเองก็หายดี” คนไข้ของเขาลุกยืนขึ้น “ฉันไม่เจ็บแล้ว ขอบคุณมากคุณหมอ!”
“ด้วยความยินดี” เจิ้งหวูปิ้งกล่าว หันไปจ้องซูเย่อีกครั้ง ก่อนจะลงมือรักษาต่อ!
คนไข้รายแรกเดินออกไป
รายที่สองก็เดินเข้ามา
สายตาของทุกคนกลับมาที่เจิ้งหวูปิ้งอีกครั้งหนึ่ง
ในคราวนี้ เจิ้งหวูปิ้งใช้วิชาการฝังเข็มอันทรงพลังของตระกูลเจิ้ง เข็มลนไฟ ซึ่งดึงดูดความสนใจของผู้คนเป็นอย่างมาก
ผู้นำตระกูลทั้งหลาย รวมถึงปรมาจารย์แพทย์แผนจีนของชาติ และปรมาจารย์แพทย์แผนจีนพื้นบ้านที่อยู่ในที่นั่งของผู้ตัดสิน พากันพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า
หันมองซูเย่อีกครั้ง
คราวนี้กลับเห็นซูเย่ใช้วิธีการฝังเข็มสุดแสนธรรมดา
“หึ!” พอเห็นว่าซูเย่ไม่ใช้วิชาพิเศษอะไร เจิ้งหวูปิ้งจึงพ่นลมเย้ยหยันและพึมพำ “ทำไม่เป็นล่ะสิ ได้เวลาไล่ตามแล้ว ฉันจะได้นำแกสักที!”
เจิ้งหวูปิ้งเริ่มเร่งมือ
ซูเย่ยังคงไม่รีบ ใช้วิธีธรรมดาต่อไป
และเมื่อคนไข้รายที่สองลุกยืนขึ้นอย่างกระปรี้กระเปร่าและกล่าวขอบคุณ แสดงออกว่าหายดีแล้ว เจิ้งหวูปิ้งที่กำลังยิ้มกริ่มและคิดว่าเขาเร็วกว่าซูเย่อย่างแน่นอน กลับพบว่าคนไข้ท ทางฝั่งซูเย่ขอบคุณเสร็จแล้วด้วยซ้ำ กำลังเตรียมตัวเดินออก
ซูเย่รักษาเสร็จในเวลาแทบจะพร้อมกับเขา?
เจิ้งหวูปิ้งหรี่ตาเล็กลง
อีกฝั่งใช้เพียงวิธีการฝังเข็มธรรมดา ผู้ป่วยน่าจะมีอาการที่ใกล้เคียงกัน แล้วรักษาเสร็จเร็วกว่าเขาได้อย่างไร?
แต่ก่อนที่เขาจะได้รับคำตอบ
คนไข้รายที่สามก็มาถึง
เจิ้งหวูปิ้งลงมือรักษาโดยไร้ความลังเลใด ๆ
ทว่า
ในครั้งนี้ สายตาทั้งหมดไม่ได้จดจ่อกับเขาอีกต่อไป กลับกลายเป็นว่าให้ความสนใจกับซูเย่แทน
สิ่งที่ทุกคนเห็น
คือซูเย่ใช้เข็มลนไฟ!
สนามแข่งเต็มไปด้วยเสียงแห่งความโกลาหล
เอ่อ?
พอได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวาย เจิ้งหวูปิ้งจึงมองไปที่ซูเย่โดยทันที
และก็ต้องพบว่า ซูเย่กำลังใช้วิชาเข็มลนไฟ
ภาพนี้สร้างความตกใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก
เข็มลนไฟเป็นวิชาเฉพาะของตระกูลเจิ้ง แล้วอีกฝ่ายใช้เป็นได้อย่างไร?
เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นอีกแล้ว?
ไม่เพียงเจิ้งหวูปิ้ง แต่ผู้นำตระกูลทั้งสิบสามเองก็ตกตะลึงด้วยภาพตรงหน้าพวกเขา
“เด็กนี่มันอะไรกันเนี่ย?”
“ก่อนหน้านี้ก็วิชาฝังเข็มสองมือ แล้วตอนนี้ทำไมยังใช้เข็มลนไฟได้อีก?”
“พี่เจิ้ง เด็กนี่ไม่ได้ขโมยวิชาไปจากตระกูลเจิ้งใช่ไหม?”
“นี่มันไม่ถูกต้อง เด็กคนนี้มันต้องมีอะไรแปลก ๆ แน่!”
……
ฝั่งมหาวิทยาลัย
เหล่าผู้นำและนักศึกษาตัวแทนทั้งหมดหันไปมองหลี่เคอหมิงด้วยกันอีกครั้ง
“เรื่องนี้ผมก็ไม่ได้สอนครับ” พอถูกฝูงชนจับตามองอีกครั้ง หลี่เคอหมิงจึงรีบส่ายหัวและกล่าว “ดูเหมือนว่าผมจะคิดถูกนะ เขาทำตามจากที่เห็นตรงหน้าเลย”
“……”
เหล่าคณบดีทั้งหมดพูดไม่ออก
คำพูดแบบนั้น ใครจะเชื่อได้ลง!
จะมีใครที่ไหนบนโลก ที่สามารถลอกวิชาของตระกูลเจิ้งได้ด้วยการมองเพียงอย่างเดียว?
เด็กคนนี้จะต้องเรียนมาก่อนอย่างแน่นอน
ทว่าก็เรียนมาเป็นอย่างดี!
ในสนามแข่ง
ทั้งสองฝั่งยังคงทำการรักษาต่อไป
นอกจากที่ซูเย่ขึ้นนำเล็กน้อยเมื่อรักษาคนไข้รายแรก พวกเขาก็รักษาเสร็จเป็นเวลาใกล้เคียงกันตั้งแต่คนไข้รายที่สองเป็นต้นมา
ระหว่างขั้นตอนของการรักษา ความเร็วของซูเย่ค่อย ๆ เร็วขึ้น
อีกทางหนึ่ง เจิ้งหวูปิ้งเองก็เร่งมือเร็วขึ้นตลอด แต่ยิ่งเร็วขึ้นเท่าไร อาการไอของเขาก็ยิ่งหนักมากขึ้น
อีกไม่นานก็จะได้เวลาพักครึ่ง
ในตอนนี้ ทั้งสองฝั่งลงมือรักษาไปแล้วสามสิบราย
ความเร็วใกล้เคียงกัน
“หวูปิ้ง เจ้าเร่งมือมากเกินไป” ผู้นำตระกูลเจิ้งกล่าวบอกเจิ้งหวูปิ้ง พร้อมลงมือนวดช่วยเขาเพื่อบรรเทาอาการ “ดูแลตัวเองหน่อย ไม่จำเป็นต้องรีบนัก ยิ่งเป็นกังวลและจดจ่อมากเท่าไร เธ ธอก็จะยิ่งสูญเสียพลังงาน อาการจะแย่ลง อย่าดื้อด้านนักเลย”
“ผมรู้” เจิ้งหวูปิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “แต่ผมจะยั้งมือเอาไว้ไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรผมก็จะต้องชนะซูเย่!”
ผู้นำตระกูลเจิ้งถอนใจออกมาเล็กน้อย
ไม่มีทางเลย
เขารู้ดีว่าไม่มีทางเกลี้ยกล่อมได้ เด็กคนนี้มากด้วยพรสวรรค์ แต่ร่างกายของเขา อึ่ก!
แรกเริ่มเดิมที เขาตั้งชื่อว่าหวูปิ้ง เพื่อที่จะให้เขาปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่โชคไม่ดี ที่พระเจ้าอิจฉาในพรสวรรค์ของเขา!
โชคยังดีที่มีผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายสำหรับครึ่งหลัง หวูปิ้งน่าจะยังทนอาการของเขาได้อยู่
หลังจากทานอาหารและดื่มน้ำเสร็จ เวลาพักก็จบลง
ในช่วงบ่าย การแข่งขันดำเนินต่อไป
ทั้งคู่กลับเข้าที่ และลงมือรักษาต่อ
ครั้งนี้ ทั้งสองยิ่งรักษาอย่างบ้าบิ่นยิ่งกว่าเมื่อเช้า
ตั้งแต่เริ่ม พวกเขาเร่งมือเพื่อประชันความเร็วกัน
ภาพเหตุการณ์นี้ ดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเวลาบ่ายสามโมง
“เสร็จแล้วครับ”
หลังจากรักษาผู้ป่วยรายสุดท้าย ซูเย่ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอก
“แค่ก แค่ก... เสร็จ”
เสียงของเจิ้งหวูปิ้งดังขึ้นมาในเวลาเดียวกัน
ทั้งส่องฝ่ายประกาศสัญญาณว่าการรักษาเสร็จสิ้นพร้อมกัน
ผู้ชมทุกคนล้วนตกตะลึง
ไม่คาดคิดว่า การแข่งขันของทั้งคู่จะสูสีกันถึงเพียงนี้
ในเมื่อเวลารักษาเสร็จพร้อมกัน ก็ต้องตัดสินที่อัตราการรักษาหาย!
หลี่เจิ้งต้าวเดินหน้าออกมาและกล่าว
“ในเมื่อทั้งสองฝั่ง ตกลงกันขอให้ประกาศผลทันทีที่การแข่งขันจบ ดังนั้นจึงขอรบกวนให้ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนแห่งชาติ ช่วยทำการตรวจสอบอาการผู้ป่วยฝั่งที่ได้รับการรักษาจากแพทย์แผนจ จีนพื้นบ้าน ส่วนปรมาจารย์แพทย์แผนจีนพื้นบ้าน จะทำการตรวจสอบในฝั่งของสถาบันทางการศึกษา”
ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนทั้งสี่ลุกขึ้นพร้อมกัน
ทั้งสองฝ่ายตรวจสอบอาการของฝั่งตรงข้ามเพื่อความเท่าเทียม
แม้ว่าจะมีคนไข้ฝั่งละห้าสิบราย แต่ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนล้วนมากด้วยฝีมือ แต่ละคนแบ่งกันตรวจสอบยี่สิบราย ความเร็วจึงไม่ได้ช้าเลย
หลังจากรอไม่นาน
“หายดีทั้งหมด!”
ทางฝั่งปรมาจารย์แพทย์แผนจีนพื้นบ้านประกาศผลออกมา ใช้สายตามองไปยังซูเย่ด้วยความชื่นชม
ทุกคนในสนามจ้องมองซูเย่เป็นตาเดียว
อีกด้านหนึ่งเอง เมื่อทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองมองหน้ากัน หันไปหาเจิ้งหวูปิ้ง และประกาศออกมาเสียงดังว่า “หายดีทั้งหมด!”
บรรยากาศตึงเครียดทั่วทั้งสนามแข่ง
เสมอ?
“ทั้งสองฝ่ายคิดอย่างไรกับผลการแข่งนี้?” หลี่เจิ้งต้าวเอ่ยถาม
“ในเมื่อเป็นการแข่งขัน แน่นอนว่าจะต้องมีผลแพ้ชนะ” ผู้นำตระกูลฉินลุกยืนขึ้น
ผู้นำตระกูลอื่นเองก็แสดงความเห็นออกมา มีเพียงผู้นำตระกูลเจิ้งที่ทำสีหน้าเครียด จ้องมองเจิ้งหวูปิ้งด้วยสายตาเป็นกังวล
“เธอล่ะว่าอย่างไร?” หลี่เจิ้งต้าวหันไปถามซูเย่
“ต้องรู้ผลให้ได้ครับ” ซูเย่กล่าวออกมาอย่างสงบ
“เอาล่ะ ในเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงเห็นพ้องกัน เช่นนั้นจะจัดการแข่งขันอีกรอบ”
กล่าวจบ หลี่เจิ้งต้าวเตรียมตัวที่จะจัดการแข่งเสริมอีกครั้ง
“อุ่บ...”
ทันใดนั้น เจิ้งหวูปิ้งก้มตัวกุมหน้าอก เลือดกองโตสีแดงฉานพุ่งออกมาอยู่บนพื้น!