เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2952 : ให้คนไปจัดการธุระ
ตอนที่ 2952 : ให้คนไปจัดการธุระ
เจี้ยนเฉินพอใจกับการต้อนรับของยานอย่างมาก ไม่ใช่แค่มีผลไม้จิตวิญญาณและชาจิตวิญญาณให้ แต่พนักงานในยานถึงกับส่งสาวใช้มารออยู่ด้านนอกห้องของเจี้ยนเฉิน นางพร้อมรับคำสั่งของเ เจี้ยนเฉินทุกเมื่อ
แต่ผู้พิทักษ์ของยานขอบเขตบรรพกาลนั้นได้รู้ตัวตนของเขาแล้ว คนเหล่านั้นไม่ได้มาหาเจี้ยนเฉิน แต่พวกนั้นจับตาดูการเคลื่อนไหวของเจี้ยนเฉินอยู่ตลอด
ยังไงซะมันก็ยากที่ยอดฝีมือซึ่งบินตามยานอวกาศมาได้จะไม่ได้รับความสนใจ ในโลกเซียนนั้น ยอดฝีมือแบบนี้ยากที่จะขึ้นยานอวกาศสาธารณะ พวกเขาจะมียานอวกาศของตัวเองไม่ก็อาจจะใช้ค่าย กลเคลื่อนย้ายแทน
ยอดฝีมือที่ขึ้นยานมากลางทางอย่างเจี้ยนเฉินนั้นหาได้ยาก
พวกเขาต่างก็กังวลว่าเขาจะมีจุดประสงค์ร้ายที่ขึ้นยานมาแบบนี้
แต่โชคดีที่ยานอวกาศนี้มีผู้อาวุโสสูงที่ขึ้นเป็นขั้นบรรพกาลคอยดูแลอยู่ ซึ่งทำให้พวกผู้พิทักษ์คนอื่น ๆ เบาใจได้บ้าง
เจี้ยนเฉินรับรู้ได้ว่าเขาถูกจับตามองแต่เขาก็ไม่ได้ถือสาอะไร เขายังคงอยู่ในห้องและทำการควบแน่นแก่นเลือดบรรพกาลของเขาเอง
“ตอนนี้ข้าหมดแก่นเลือดบรรพกาลแล้ว ไม่ใช่แค่ส่งผลต่อพลังที่ข้าจะใช้ได้แต่รวมถึงความเร็วในการฟื้นฟูแก่นเลือดบรรพกาลก็ยังได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่เดิมแล้วข้าใช้เวลาแค่ 1 ปี ก็อัดแน่นแก่นเลือดบรรพกาลได้ 1 หยด แต่ตอนนี้ข้าต้องใช้เวลา 5-6 ปีแล้ว”
“หากคำนวณดูแล้ว ข้าคงอยู่ที่ดาวเคราะห์นิรนามนั้นกว่า 200 ปี”
เจี้ยนเฉินเริ่มกังวลขึ้นมานิด ๆ 200 ปีอาจจะเป็นแค่ชั่วพริบตาสำหรับยอดฝีมือ แต่สำหรับเขาแล้วมันเป็นเวลาที่ยาวนาน
“ข้าอายุเกือบพันปีแล้ว เมื่อข้าอายุเกินพันปี ข้าก็ไม่อาจจะเข้าไปในโลกดาวทมิฬได้อีก ผู้อาวุโสลมได้รับปากกับข้าว่าเขาจะไปหาจอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิต และแลกเปลี่ยนเอาแ แก่นเลือดของจอมปราชญ์สูงสุดมา 10 หยดหลังจากที่เขาได้แก่นพลังของโลกแล้ว”
“แต่มันเป็นถึงแก่นเลือดของจอมปราชญ์สูงสุด แม้ว่าจอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตจะตกลง แต่มันก็อาจจะมีราคาที่สูงจนคาดไม่ถึง”
“แม้ว่าข้าจะไม่สนใจเรื่องราคา แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าผู้อาวุโสลมจะใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะรวมตัวกับพลังแก่นโลกได้ หากกินเวลา 20-30 ปี งั้นข้าก็คงรอได้แต่หากใช้เวลาหลายล้านปี แล้ว…” เมื่อคิดถึงจุดนั้น เจี้ยนเฉินก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา หนทางในการได้แก่นเลือดของจอมปราชญ์สูงสุด 10 หยดนั้นเขาเชื่อว่าเขาต้องเลือกทั้งสองทาง
ทางหนึ่งคือต้องพึ่งลมที่น่านับถือ
อีกทางคือเขารับปากกับจักรพรรดิดาวทมิฬเอาไว้ เพื่อจะได้แก่นเลือดของจอมปราชญ์สูงุสุดจากโลกดาวทมิฬ
“ข้าต้องฟื้นฟูแก่นเลือดบรรพกาลให้ได้โดยเร็วที่สุด เมื่อข้ากลับไปอยู่ในสภาพเดิมแล้ว ข้าทดสอบวิถีเล่นแร่แปรธาตุทันที” หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินก็ได้เรียกสาวใช้ที่รออยู่ด้านนอกเข้ ามาและพูดขึ้น “ข้ามีเรื่องจะปรึกษากับผู้อาวุโสของเจ้า ข้าฝากรายงานที”
“ได้ ผู้อาวุโส ข้าขอถามได้รึไม่ว่าท่านอยากจะพบผู้อาวุโสคนไหนกัน ? ” สาวใช้สุภาพอย่างมาก นางก้มหน้าและพูดออกมาด้วยเสียงที่สั่น นางถึงกับกลัวว่าจะหายใจดังเกินไป
“ผู้อาวุโสคนไหนก็ได้” เจี้ยนเฉินตอบกลับ
สาวใช้รับคำสั่งและออกจากห้องไป นางได้รายงานคำพูดของเจี้ยนเฉิน และเรื่องนี้ก็ไปถึงหูของผู้พิทักษ์หลาย ๆ คนในทันที
สุดท้ายก็เป็นชายแก่ชุดดำซึ่งเจี้ยนเฉินพบในตอนแรกที่เป็นผู้มาหาเจี้ยนเฉิน ระหว่างหลายวันมานี้ตอนที่เจี้ยนเฉินพักอยู่บนยาน เขาได้รู้ชื่อของชายแก่ผู้นี้ ผู้คนเรียกเขาว ว่าผู้อาวุโสชี
ผู้อาวุโสชีคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ขั้นอสงไขยบนยานนี้
“ข้า ชีฉิง คำนับสหายเจียงหยาง” ผู้อาวุโสชีเดินเข้ามาในห้องของเจี้ยนเฉินด้วยรอยยิ้ม เขาแสดงท่าทีเป็นมิตรและสุภาพอย่างมาก เขาไม่ได้แสดงท่าทีเย็นชาแม้แต่น้อย
เจี้ยนเฉินและผู้อาวุโสชีนั่งลงไป ก่อนที่เจี้ยนเฉินจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ผู้อาวุโสชี ขอบคุณที่ท่านเมตตาและต้อนรับข้าตลอดหลายวันมานี้ ข้าเอาแต่สร้างปัญหาให้กับท่าน”
“ฮ่าฮ่า ท่านสุภาพเกินไปแล้ว สหายเจียงหยาง ถือว่าโชคดีที่เราได้ยอดฝีมืออย่างท่านขึ้นมาบนยานของเรา ข้ามั่นใจว่าการเดินทางในมิติภายนอกของเราครั้งนี้จะราบรื่นกว่าที่เคยมีม มาเมื่อมีท่านอยู่ด้วย สหายเจียงหยาง” ผู้อาวุโสชีถ่อมตัว แต่เขาก็จับตาดูการเคลื่อนไหวของเจี้ยนเฉินอยู่ตลอด เขาถึงมองการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าและแววตาได้ออก
แต่จากการสังเกตมานานนี้ ผู้อาวุโสชีก็ต้องตะลึง ตอนที่เผชิญหน้ากับเจี้ยนเฉิน เขาที่เป็นขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 9 ไม่ใช่แค่เจี้ยนเฉินไม่กดดัน แต่กลับแสดงท่าทีเฉยเมยออกมาด้วยซ้ ำ
มันราวกับว่าระดับการบ่มเพาะของชีฉิงนั้นไม่อาจจะทำให้เจียงหยางสนใจได้
“เจียงหยางผู้นี้เป็นขั้นบรรพกาลหรือ ? ” ผู้อาวุโสชีใจสั่น แม้ว่าพวกเขาจะมีผู้อาวุโสสูงสุดคอยดูแลยานนี้อยู่ แต่นางก็เป็นแค่ขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 1 หากเจียงหยางเป็นขั นบรรพกาลและแข็งแกร่งกว่าผู้อาวุโสสูงสุด งั้นก็ไม่มีใครบนยานนี้ที่จะหยุดเขาได้
ยังไงซะมันก็มีหายนะมากมายที่เกิดขึ้นกับยานอวกาศในขอบเขตโลกเซียน มันมักจะมียอดฝีมือที่หมายตายานอวกาศเป็นเหยื่อเพราะเหตุผลต่าง ๆ
“ไม่ต้องกังวล ผู้อาวุโสชี ชัดแล้วว่าข้าจะไม่ขอโดยสารไปฟรี ๆ หากท่านพบกับอันตรายในมิติภายนอก ข้าจะช่วยท่านด้วยความสามารถทั้งหมดที่ข้ามี” เจี้ยนเฉินเปลี่ยนเรื่อง “แต่ข้ายังม มีคำขอเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าหวังว่าผู้อาวุโสชี จะช่วยข้าได้ ข้าอยาได้ยาระดับเทพที่ฟื้นฟูแก่นเลือดได้ ข้าหวังว่าท่านจะรวบรวมมาให้ข้าได้ นอกจากนี้แล้วสมบัติสวรรค์เองก็ดีเช่น นกัน ข้าอยากได้มันจำนวนมาก”
เจี้ยนเฉินเขียนรายชื่อสมบัติสวรรค์ที่ต้องใช้ในการปรุงยาร้อยเท่าทะลวงขั้นราชาเทพและส่งให้กับผู้อาวุโสชี ก่อนจะส่งแหวนมิติให้
แหวนมิตินี้เต็มไปด้วยทรัพยากรมากมายรวมถึงยาระดับเทพขั้นกลางและขั้นต้นที่ไม่อาจจะสามารถฟื้นฟูแก่นเลือด ของพวกนี้เขาได้มาจากลมที่น่านับถือ นี่คือสิ่งที่เขาจะใช้แลกเปลี่ยน น
ตอนที่เห็นทรัพยากรเหล่านั้น ผู้อาวุโสชี ก็ไม่อาจจะควบคุมความเยือกเย็นของตัวเองได้อีก สมบัติในแหวนมิตินี้มากซะจนขั้นอสงไขยอย่างเขาก็ยังต้องใจสั่น
แค่ยาระดับเทพขั้นต้นและขั้นกลางก็เพียงพอขายได้ในราคาที่สูงแล้ว
“ท่านไม่ต้องกังวล สหายเจียงหยาง ปล่อยให้ข้าจัดการเรื่องนี้เอง ข้าจะทำตามที่เจ้าขอทันที” ผู้อาวุโสชีตอบตกลงด้วยความพอใจก่อนจะกลับไปพร้อมกับแหวนมิติ
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินก็ยังคงรออยู่ในห้องอย่างใจเย็น มันมีผู้บ่มเพาะหลายล้านคนบนยานนี้ ผู้อาวุโสชีและคนอื่น ๆ เป็นตัวแทนอำนาจของยานนี้ พวกเขาควบคุมทุกอย่างบนยานอวกาศได้ ดังนั้นมันจึงเหมาะที่จะให้พวกเขาเป็นคนจัดการเรื่องนี้ให้