เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2963 : เวลาเหมาะเจาะ
ตอนที่ 2963 : เวลาเหมาะเจาะ
บรรพชนทั้งสามถกเถียงกันอย่างดุเดือด น้ำเสียงของพวกเขาสลดลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่าแรงกดดันจากนิกายสวรรค์นั้นมีมากแค่ไหน
ตอนนั้นบรรพชนที่เป็นหญิงสาวก็ได้ถอนหายใจออกมา “นิกายสวรรค์ เฮ้อ นิกายสวรรค์ หากเจ้าหยุดทำตัวน่ารังเกียจและเสนอของที่มีค่าทัดเทียมกับโลหะศักดิ์สิทธิ์ของน้ำแข็งลึกซึ้งและพยาย ยามเจรจาอย่างเหมาะสม งั้นมันก็ไม่ใช่ว่าเผ่ากระเรียนสวรรค์ของเราจะไม่ให้โลหะศักดิ์สิทธิ์ของน้ำแข็งลึกซึ้งกับพวกเจ้า”
“แต่พวกเจ้าทำเกินไป พวกเจ้าเสนอราคาที่แทบจะดูถูกเรา ทำไมเผ่ากระเรียนสวรรค์ของเราต้องมอบสิ่งที่พวกเจ้าต้องการให้ ? ไม่งั้นแล้วเผ่ากระเรียนสวรรค์ของเราจะเหลือเกียรติอยู่อีก กรึ ? ”
“รึข้าควรจะบอกว่านิกายสวรรค์นั้นมีความคิดอย่างอื่น เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเจ้าไม่ใช่โลหะศักดิ์สิทธิ์ของน้ำแข็งลึกซึ้ง แต่คิดจะหาข้ออ้างด้วยโลหะศักดิ์สิทธิ์ของน้ำแข็งลึกซึ้ ง ? ”
เมื่อพูดจบ บรรพชนอีก 2 คนก็พากันใจสั่น แต่พวกเขาเองก็คิดแบบเดียวกัน ความคิดนี้ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
“เรื่องสำคัญในตอนนี้คือต้องรวบรวมดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์ให้ได้มากที่สุด จากนั้นก็รีบทำการปรุงยาโลหิตบรรพชนเพิ่ม ตราบใดที่เรามียาโลหิตบรรพชน เราก็สามารถจัดการกับแผนการของ งนิกายสวรรค์ได้” บรรพชนที่เป็นชายชราพูดขึ้นมา
“มันแค่ว่าดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์นั้นมาจากโลกแห่งสัตว์อสูรที่ร่วงหล่น เราได้เสียธุรกิจของเราในโลกแห่งสัตว์อสูรที่ร่วงหล่นไปแล้ว การจะได้ดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์มานั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าเราจะพยายามซื้อมันจากองค์กรอื่น แต่พวกเขาก็เรียกร้องเกินไปซึ่งเป็นการเอาเปรียบเรา”
ทันทีที่พูดถึงดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์ บรรพชนทั้งสามก็พากันกังวลขึ้นมา
“เหอเถียนฉี มีบางอย่างสำคัญจะรายงานต่อบรรพชน ! ” ตอนนั้นเองก็มีเสียงแก่ ๆ แฝงไปด้วยความยินดีและตื่นเต้นดังขึ้นมาจากด้านนอก
“เหอเถียนฉีรึ ? เขามีอะไรจะรายงาน ? ทำไมเขาถึงอารมณ์ดีเช่นนี้ได้ ? ” ด้วยขอบเขตของพวกเขาแล้ว บรรพชนทั้งสามรู้สึกได้ถึงอารมณ์ของเหอเถียนฉีมานานแล้วซึ่งทำให้พวกเขาสงสัยว่าอะไ ไรกันที่ทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่ากระเรียนสวรรค์ตื่นเต้นได้ถึงเพียงนี้ ?
พวกเขาอนุญาตให้เหอเถียนฉีเข้ามาในโถงศักดิ์สิทธิ์ทันที
ในโถงศักดิ์สิทธิ์นั้น เหอเถียนฉีได้โค้งให้กับบรรพชนทั้งสามก่อนจะพูดขึ้นด้วยความยินดี “บรรพชนหลาน บรรพชนชี บรรพชนเทียน ข้ามีข่าวดี ข้ามีข่าวจะรายงานกับพวกท่าน” เหอเถียนฉีโค ค้งให้และพูดชื่อแต่ละคนออกมา
ในหมู่พวกนั้น บรรพชนหลานคือหญิงสาวที่มีเสียงไพเราะ
บรรพชนชีคือชายวัยกลางคน ส่วนบรรพชนเทียนคือชายชรา
“เหอเถียนฉี เจ้ารีบรายงานออกมา เราสงสัยว่ามีเรื่องอะไรกันที่ทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่ากระเรียนสวรรค์ยินดีเช่นนี้ได้” บรรพชนหลานพูดขึ้นมา เสียงของนางนุ่มนวลและไพเราะน่าฟัง ง
“ได้ บรรพชนหลาน ! ” เหอเถียนฉีตอบกลับอย่างสุภาพก่อนจะพลิกฝ่ามือ เขาได้ดึงเอาก้อนดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์ออกมา
“บรรพชนหลาน บรรพชนชี บรรพชนเทียน โปรดดูด้วยว่านี่คืออะไร” เหอเถียนฉียกก้อนดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา
แต่ต่อมาดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์ในมือเขาก็หายไป ก่อนจะปรากฏขึ้นในมือของบรรพชนหลานราวกับเคลื่อนย้ายได้
บรรพชนทั้งสามมองไปที่ก้อนดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์พร้อมพลังที่เริ่มผันผวน
“นี่คือดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์ ! ทำไมถึงมีดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์มากแบบนี้ได้ ? เหอเถียนฉี เจ้าได้มันมาจากไหนกัน ? ” บรรพชนเทียนตะโกนออกมา เผ่ากระเรียนสวรรค์กำลังต้องกา ารดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์อย่างเร่งด่วน พวกเขาจึงได้ติดต่อไปหานิกายสวรรค์ แต่กลับมีดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากปรากฏขึ้นเช่นนี้ได้ ความดีใจนี้แม้แต่อัครสูงสุดอย่างบรรพชน เทียนก็ไม่อาจจะปกปิดได้
“ข้าได้มันมาจากการแลกเปลี่ยน แต่อีกฝ่ายเองก็มีข้อเรียกร้องเสนอมาเช่นกัน มีข้อหนึ่งที่เกินกำลังที่ข้าจะตัดสินใจได้ ดังนั้นข้าจึงมาหาบรรพชนเพื่อให้พวกท่านตัดสินใจ” เหอเถียนฉ ฉีพูดขึ้นด้วยท่าทีลังเล เขารู้ว่าเขาเพิ่งจะสร้างผลงานกับตระกูลในการหาดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากแบบนี้มา
“เขามีข้อเรียกร้องอะไรกัน ? ” บรรพชนทั้งสามใจสั่นเมื่อได้ยินคำว่า ‘ข้อเรียกร้อง’ พวกเขาอ่อนไหวกับคำนี้เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเรียกร้องสิ่งที่ไร้เหตุผล
“เขามีเงื่อนไข 3 ข้อ ข้าจัดการกับข้อหนึ่งไปแล้วจึงเหลืออีก 2 ข้อ หนึ่งคือเขาต้องการยาควบแน่นโลหิตระดับเทพจำนวนมากหรือยาอื่น ๆ ที่สามารถฟื้นฟูแก่นเลือดได้” เหอเถียนฉีพูด ขึ้น
“ยาควบแน่นโลหิตระดับเทพรึ ? ไม่ใช่ยาระดับเทพขั้นต้นรึ ? เขาเสนอดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากแบบนี้แลกกับยาระดับเทพขั้นต้นอย่างยาควบแน่นโลหิตระดับเทพรึ ? ” ทันทีที่ได้ ยินแบบนั้นบรรพชนทั้งสามก็พากันผงะ พวกเขาต่างก็พากันตะลึง
ไม่ใช่เพราะยาควบแน่นโลหิตนั้นมีค่า แต่เพราะเหตุผลตรงกันข้าม สำหรับเผ่ากระเรียนสวรรค์ที่มีความแข็งแกร่งและมีแม้แต่ปรมาจารย์เล่นแร่แปรธาตุแล้ว พวกเขาก็สามารถหายาควบแน่นโลหิตระ ะดับเทพได้มากเท่าที่ต้องการ
“แล้วเงื่อนไขสุดท้ายล่ะ ? ” บรรพชนหลานถามขึ้นมาช้า ๆ
เหอเถียนฉีกระแอมและมองไปที่บรรพชนหลานซึ่งยืนอยู่ตรงกลาง “เขาหวังว่าบรรพชนหลานจะสอนการเล่นแร่แปรธาตุให้กับเขา นี่คือเงื่อนไขสุดท้าย”
“งั้นรึ ? ” บรรพชนชีอึ้งไป
“เงื่อนไขแค่ 3 ข้อนี้ไม่มีอะไรอื่นอีก ! ” เหอเถียนฉีย้ำอีกรอบ
“ง่ายแบบนั้นเลยรึ ? เขาใช้ดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์ 3 ชั่งเพื่อแลกเปลี่ยนกับของน้อยนิดเช่นนี้เองรึ ? เหอเถียนฉี เจ้าอย่ามาล้อเล่นกับเรา” บรรพชนเทียนสงสัยอย่างมาก
“ข้าจะล้อเล่นกับบรรพชนได้ยังไงกัน ? นี่คือเงื่อนไขสามข้อที่เขาพูดออกมา” เหอเถียนฉียิ้มแห้ง ๆ ออกมา
บรรพชนหลานเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้น “เขาเป็นใครกัน ? การที่เขามีดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์มากแบบนี้รึว่าเขาไม่รู้ค่าของมันกัน ? ”
“บรรพชน ท่านคงเคยได้ยินถึงเรื่องชายคนนี้มาก่อน เขาคือหยางยู่เทียนที่ซึ่งปลอมตัวเป็นหัวหน้าศาลาที่ห้าของโลกแห่งสัตว์อสูรที่ร่วงหล่นและก่อเรื่องวุ่นวายในเผ่าดาวทมิฬ ตาม มที่ข้ารู้มา หยางยู่เทียนมีความสันพันธ์ที่ดีกับคนในตระกูลเรา เหอเฉียนเฉียน ในโลกดาวทมิฬ เหอเฉียนเฉียนต้องมีบทบาทซึ่งเป็นส่วนทำให้เขาเสนอดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ่จำนวนมา ากแบบนี้” เหอเถียนฉีพูดขึ้น
“หยางยู่เทียน เป็นเขาจริง ๆ ! ไม่แปลกเลยที่เขาจะมีดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์มากแบบนี้ ในอีกความหมายคือ เหอเฉียนเฉียนเองก็สร้างผลงานให้กับตระกูล” บรรพชนหลานพึมพำออกมา
“เหอเฉียนเฉียนรึ ? นางเป็นลูกใครกัน ? นางอยู่สาขาไหนกัน ? มันไม่สำคัญว่านางจะเป็นลูกใคร เมื่อนางสร้างผลงานให้กับตระกูล เราก็จะให้รางวัลกับนาง นางสมควรได้รับรางวัล…” ” บรรพชนเทียนหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาอารมณ์ดีอย่างมาก