เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2965 : ผู้อาวุโสหก
ตอนที่ 2965 : ผู้อาวุโสหก
“เจ้าสุภาพเกินไปแล้ว น้องชาย ใช่สิ ข้าเคยได้ยินมาจากอาจารย์ว่าเขามีลูกสาว นางเหมือนจะชื่อนางฟ้าเฮายู่ รึอะไรนี่แหละ รู้รึไม่ว่านางยังอยู่รึไม่ ? ” เจี้ยนเฉินถามขึ้นมา
เมื่อได้ยินเจี้ยนเฉินพูดถึงนางฟ้าเฮายู่ ราชาเทพก็แสดงท่าทียินดีออกมาทันที เขารีบพูดขึ้น “ท่านพูดถูกแล้ว เทพจันทราคนก่อนนั้นมีลูกสาวอยู่จริง นางเรียกตัวเองว่านางฟ้าเฮาย ยู่ แต่เพราะฐานะที่ต่ำต้อยเกินไปของข้านั้นทำให้ข้าไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รู้อะไรเกี่ยวกับนาง ผู้อาวุโสมาถึงที่นี่ ท่านควรจะถามผู้อาวุโสจะดีกว่า ผู้อาวุโสต้องรู้เรื่องนี้แน่”
ในตอนที่พูดนั้นราชาเทพก็เริ่มตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนแรกเขายังสงสัยเรื่องตัวตนของเจี้ยนเฉินในฐานะศิษย์ของเทพจันทรา แต่เมื่อเจี้ยนเฉินพูดถึงนางฟ้าเฮายู่แล้ว เขาก็เริ่ มเชื่อมากกว่าเดิม
ในโถงเทพจันทรานั้น การหาข้อมูลเกี่ยวกับเทพจันทรานั้นถือว่าสร้างผลงานได้อย่างมาก เมื่อมีคนบอกว่าเป็นศิษย์ของเทพจันทราคนก่อนอยู่ตรงหน้า งั้นความดีความชอบทั้งหมดก็จะตกเป็ นของราชาเทพทันที
“ชายคนนี้เพิ่งจะมาถึงโลกนี้ได้ไม่นานรว่าเขาเพิ่งจะมาถึงที่ราบน้ำแข็งขั้วโลก ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโถงเทพจันทราตลอดหลายปีมานี้” ราชาเทพนึกในใจก่อนจะมองไปที่ เจี้ยนเฉินราวกับมองดูคนที่ตายไปแล้ว
ถูกแล้ว ในสายตาของเขาแล้ว เจี้ยนเฉินไม่ต่างอะไรจากคนที่ตายไปแล้วเลย
ไม่นานชายแก่ผมขาวก็บินเข้ามาจากโถงเทพจันทรา เขาแผ่พลังของขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 5 ออกมา
“ ติงเม่า เจ้าบอกว่าเจ้าพบเบาะแสเกี่ยวกับเทพจันทราคนก่อน นั่นจริงรึไม่ ? ” ชายแก่ถามราชาเทพด้วยความตื่นเต้นทันทีที่มาถึง
“ผู้อาวุโสหก ข้าพบเบาะแสเกี่ยวกับเทพจันทราคนก่อนจริง ชายคนนี้บอกว่าตัวเองเป็นศิษย์ของเทพจันทราคนก่อน” ติงเม่าแสดงท่าทีสุภาพอย่างมากต่อหน้าผู้อาวุโสของโถงเทพจันทรา
ผู้อาวุโสหกมองไปที่เจี้ยนเฉิน เขาบอกได้ทันทีว่าเจี้ยนเฉินเป็นราชาเทพขั้นสูงสุด สีหน้าเขาเย็นชาขึ้นมาทันทีสำหรับขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 5 อย่างเขาแล้ว ราชาเทพทั้งหมดนั้นไ ไม่ต่างอะไรจากมดเลย
“เจ้าคือศิษย์ของเทพจันทราคนก่อนรึ ? ” ผู้อาวุโสหกมองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เทพจันทราคนก่อนรึ ? ” เจี้ยนเฉินแสดงท่าทีสงสัยออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาได้พูดขึ้น “ข้าไม่รู้ว่าอาจารย์ข้าเป็นเทพจันทราคนก่อนรึเทพจันทราในตอนนี้ ยังไงซะอาจารย์ข้าก็ บอกว่าเขาคือผู้นำแห่งโถงเทพจันทราของที่ราบน้ำแข็งขั้วโลกรึเทพจันทรา เขาไม่เคยบอกว่าเขาเป็นเทพจันทราคนก่อนรึตอนนี้กัน”
“ฮ่าฮ่า ! ” เมื่อได้ยินแบบนั้น ผู้อาวุโสหกก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “งั้นก็คงไม่ผิด ตอนที่เทพจันทราคนก่อนจากไปนั้นยังเป็นผู้นำแห่งโถงเทพจันทราอยู่”
ผู้อาวุโสหกหรี่ตาลง ตาเขาราวกับกระบี่มองเข้าไปในตาของเจี้ยนเฉินราวกับจะอ่านความคิดทั้งหมด ในเวลาเดียวกันเขาก็ตะโกนออกมา “อาจารย์ของเจ้าอยู่ที่ไหนกัน ? ”
“อาจารย์ข้าอยู่ในโลกจิ๋ว แต่อาจารย์ได้สั่งการข้าว่าอย่าบอกข้อมูลเกี่ยวกับเขา ที่ข้ามาในครั้งนี้ถือว่าเป็นความลับ” เจี้ยนเฉินทำท่าใสซื่อราวกับไม่ประสีประสา
“เขาถึงกับห้ามเจ้าไมให้บอกข้อมูลอะไรเลยรึ ? ฮ่าฮ่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าตัดสินได้อีกต่อไป” ผู้อาวุโสหกแค่นออกมา เขาได้ไปอยู่ตรงหน้าเจี้ยนเฉิน ในพริบตาพร้อมกับมือที่ระเบิดพลั งออกกดลงที่ไหล่ของเจี้ยนเฉิน เขาใช้พลังของขอบเขตบรรพกาลเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของเจี้ยนเฉิน
“เจ้าควรมากับข้าจะดีกว่า เมื่อกลับไปที่โถงเทพจันทรา ข้าจะทำให้เจ้าบอกข้าว่าเทพจันทราคนก่อนซ่อนตัวอยู่ที่ไหน” ผู้อาวุโสหกแค่นเสียงออกมาและพาเจี้ยนเฉินเดินทางออกไป แต่ในพริ บตานั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
เขาต้องแปลกใจที่ศิษย์ของเทพจันทราคนก่อนซึ่งเขาพยายามดึงตัวไปนั้นกลับตัวหนักไม่ต่างอะไรจากภูเขา นี่ไม่ต้องนับการพาตัวอีกฝ่ายกลับไปที่โถงเทพจันทราเลย แค่ขยับตัวอีกฝ่าย ก็อาจจะยากแม้ว่าเขาจะใช้พลังทั้งหมดก็ตาม
“เจ้า…” ผู้อาวุโสหกเบิกตากว้างด้วยความตะลึง ชัดแล้วว่าเขาเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร มันหมายความว่าความแข็งแกร่งที่เขามีกับอีกฝ่ายนั้นอยู่คนละระดับกัน
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะเลือกอยู่ฝั่งหนานป้อเทียน” เจี้ยนเฉินหยุดทำหน้าซื่อและสายตาเขาเย็นชาขึ้นมา หลังจากที่ถอนหายใจออกมา แล้วเขาก็โบกมือพร้อมกับผู้อาวุโสหกรวมถึงติงเม่ารวมถึงตัว วเขาที่หายไป
ห่างออกไปกว่า 1 ล้านกิโลเมตรในหุบเขาน้ำแข็งใต้พื้นดินซึ่งมีความหนาวเย็นกระจายไปทั่วจนก่อตัวเป็นหมอกน้ำแข็งหนาทึบ มันแทบมองด้านหน้าไม่เห็น
ตอนนั้นมิติกลับผันผวนขึ้นมาพร้อมกับ เจี้ยนเฉิน, ผู้อาวุโสหกและติงเม่าได้ปรากฏตัวขึ้น ในเวลาเดียวกันกำแพงมิติก็ก่อตัวขึ้นมาแยกพื้นที่นั้นออกจากโลกภายนอก
“ นี่คือหุบเขาน้ำแข็ง จะ เจ้าพาเราจากสถานที่ที่ใกล้โถงเทพจันทรามาที่นี่ได้ในพริบตา จะ เจ้าเป็นใครกันแน่ ? ” ผู้อาวุโสหกรู้จักที่นี่ เขาสูญเสียความเยือกเย็นไปในทันที สีหน้าเ เขาซีดเผือด เขาไม่เคยกังวลและเครียดแบบนี้มาก่อน
“อะไรนะ ? ทะ ที่นี่คือหุบเขาน้ำแข็งรึ ? หุบเขาน้ำแข็งห่างจากโถงเทพจันทราเกือบ 2 ล้านกิโลเมตร ! ” ติงเม่ากลัวขึ้นมา ตอนนี้ในใจเขาปกคลุมไปด้วยความกลัว
ตอนนี้เขาบอกได้ว่าชายคนที่บอกว่าเป็นศิษย์เทพจันทราคนก่อนนั้นหลอกลวงเขา อีกฝ่ายต้องมีจุดประสงค์ร้ายแน่ ๆ
“ข้าคือสหายของนางฟ้าเฮายู่ ข้าเพิ่งได้ยินมาว่านางมีปัญหา ดังนั้นข้าจึงมาที่นี่เพื่อตรวจสอบ” เจี้ยนเฉินมองไปที่ผู้อาวุโสหกด้วยท่าทีเย็นชา สายตาที่คมกริบของเขานั้นทำให้ผู้อ อาวุโสหกต้องปวดตาขึ้นมา “ตอบคำถามข้ามาตามความจริง หากเจ้าร่วมมือ ข้าอาจจะไว้ชีวิตเจ้า ไม่งั้นแล้วข้าคิดว่าเจ้าคงรู้ว่าจะมีชะตากรรมอะไรรอเจ้าอยู่”
ก่อนที่ผู้อาวุโสหกจะได้พูดอะไร ติงเม่าก็ได้ตอบคำถามตามสัญชาตญาณของตัวเองด้วยเสียงที่สั่น “นางฟ้าเฮายู่ ตายไปแล้ว เบื้องหลังโถงเทพจันทราของเรานั้นคือเปลวเพลิงที่น่านับถือ.. ..”
แต่ทันทีที่ติงเม่าพูดถึงจุดนั้น ตัวของเขาก็ได้ระเบิดออกกลายเป็นหมอกเลือด
ผู้อาวุโสหกกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยังไงซะติงเม่าก็เป็นราชาเทพ แต่ร่างกายเขากลับถูกทำลายอย่างลึกลับ เขาถึงกับไม่รู้ว่าเจี้ยนเฉินทำได้ยังไง
ไม่สิ หากพูดให้แม่นยำแล้วต้องบอกว่าเจี้ยนเฉินนั้นไม่ได้ทำอะไรเลย ร่างกายของติงเม่ากลับระเบิดออกโดยไร้เหตุผล
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ผู้อาวุโสหกใจสั่น
เขาเข้าใจดีว่านี่ไม่ต้องนับขั้นอสงไขยเลย แม้แต่ขั้นบรรพกาลก็ก็ไม่อาจจะมีวิธีฆ่าคนแบบนี้ได้
ในสายตาของขั้นบรรพกาลแล้ว ราชาเทพไม่ต่างอะไรจากมด พวกเขราสามารถฆ่าอีกฝ่าได้อย่างง่ายดายแต่อย่างน้อยก็ต้องขยับนิ้วบ้าง
แต่ตอนนี้เจี้ยนเฉินกลับไม่ได้กระดิกนิ้วเลยแม้แต่น้อย แต่ราชาเทพกลับตายไปแล้ว
ผู้อาวุโสหกกลืนน้ำลายและพูดขึ้นมาอย่างยากลำบาก “ผู้อาวุโส ท่านอาจจะแข็งแกร่งและท่านอาจจะฆ่าติงเม่าได้อย่างง่ายดาย แต่ข้าก็ยังมีบางอย่างจะแนะนำท่าน โถงเทพจันทราของเรานั้นอา าจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรบนที่ราบน้ำแข็งขั้วโลก แต่เราได้รับการสนับสนุนจากคนชั้นสูงอย่างเปลวเพลิงที่น่านับถือ หากท่านลงมือจริง ๆ ผู้อาวุโส ท่านอาจจะทำให้เปลวเพลิงที่น่านับถือไม ม่พอใจ”
“ดูเหมือนว่าเจ้าไม่คิดจะให้ความร่วมมือ” เจี้ยนเฉินพูดด้วยท่าทีเฉยชา หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สะบัดมือก่อนที่ปราณกระบี่จะก่อตัวขึ้นและเข้าล้อมผู้อาวุโสหกเอาไว้
ไม่นานหลังจากนั้นกระบี่ปราณก็เริ่มหมุนวนรอบตัวผู้อาวุโสหกอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องบดเนื้อขนาดใหญ่พร้อมเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของผู้อาวุโสหกดังขึ้นมา
ผู้อาวุโสหกพยายามต่อต้าน แต่ต่อหน้ายอดฝีมืออย่างเจี้ยนเฉินที่เทียบเท่ากับขั้นบรรพกาลได้แล้วนั้น ชัดเจนแล้วว่าความพยายามของเขาไร้ค่า
ไม่นานร่างกายของผู้อาวุโสหกก็ถูกทำลายไปเหลือทิ้งไว้แค่เศษวิญญาณที่ล่องลอยอยู่
“ข้าไม่มีทางหักหลังเปลวเพลิงที่น่านับถือ แม้ว่าเจ้าจะฆ่าข้า แต่อย่าคิดว่าจะได้รู้อะไรจากข้า สำหรับสหายที่เจ้าพูดถึง นางฟ้าเฮายู่นั้น นางตายด้วยฝีมือของผู้นำโถงศักดิ์สิทธิ์ เมื่อนานมาแล้ว ฮาฮา ! ” วิญญาณของผู้อาวุโสหกตะโกนออกมาราวกับว่าไม่กลัวความตายแม้แต่น้อย
“หากเป็นเช่นนั้นเจ้าก็ทนทุกข์ไปเถอะ” เสียงของเจี้ยนเฉินเย็นชาขึ้นมา เขาเล็งเป้าหมายไปที่วิญญาณของผู้อาวุโสหกด้วยพลังวิญญาณนักรบ
พลังวิญญาณนักรบของเจี้ยนเฉินในตอนนี้ยังอ่อนแออย่างมาก หากเทียกับระดับวิถีกระบี่แล้ว ระดับของพลังวิญญาณนักรบในตอนนี้นี่ไม่คู่ควรจะพูดถึงด้วยซ้ำ
แต่พลังวิญญาณนักรบมีคุณสมบัติพิเศษซึ่งสามารถเล็งเป้าหมายไปที่วิญญาณได้
ผลก็คือพลังวิญญาณนักรบจึงเหมาะที่จะจัดการกับผู้อาวุโสหกที่สูญเสียร่างกายไปจนเหลือแค่วิญญาณ