เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2973: หลบหนีจากโถงเทพจันทรา
ตอนที่ 2973: หลบหนีจากโถงเทพจันทรา
ปัง ! ปัง ! ปัง !
เมื่อพลังแห่งวิญญาณของเจี้ยนเฉินหมดลง การโจมตีจากผู้อาวุโสขั้นอสงไขยทั้งหมดก็เล่นงานเขาทีละครั้ง
เกิดเสียงดังลั่นสนั่นหวั่นไหวเรื่อย ๆ ร่างกายของเจี้ยนเฉินไม่มีการป้องกัน เขาถูกบังคับให้ต้องทนต่อการโจมตีของขั้นอสงไขยหลายคน พลังงานมหาศาลเหวี่ยงร่างของเขาไปรอบ ๆ และเท้ าของเขาเดินโซเซอย่างควบคุมไม่ได้
เหล่าผู้อาวุโสต่างยินดีในทันทีเมื่อเห็นสิ่งนี้ แม้แต่ขั้นบรรพกาลก็ไม่สามารถรับมือต่อการโจมตีของพวกเขาโดยตรงเมื่อร่างกายของเขาไร้การป้องกัน
เจี้ยนเฉินเพิ่งจะต้านทานการโจมตีของพวกเขาด้วยร่างกายของเขาเพียงอย่างเดียว ซึ่งทำให้ผู้อาวุโสเชื่อว่าศัตรูที่ทรงพลังผู้นี้ซึ่งปลอมตัวเป็นผู้อาวุโสหกเข้าใกล้ความตายแม้ว่าเขา จะรอดชีวิตไปได้
อย่างไรก็ตาม วินาทีต่อมาทำให้ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้าง พวกเขาแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเอง เจี้ยนเฉินแทบไม่มีรอยขีดข่วนหลังจากทนต่อการโจมตีอันทรงพลังของพวกเขา มันไม่ได้ทิ้งร่องรอย ยไว้กับเขาเลย
“ม- มันเป็นไปไม่ได้ ! ”
“การโจมตีเต็มกำลังของข้าไม่สามารถแม้แต่จะขีดข่วนเขาได้รึ ! ? ป – เป็นไปไม่ได้ ! ”
“สวรรค์ ! ร่างกายเขาแข็งแกร่งขนาดไหน ! ? แม้แต่ข้าเอง ขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 5 ใช้วัตถุเทพโจมตี มันกลับไม่สามารถทำร้ายเขาได้ ! ”
……
…
ในเวลาต่อมา สีหน้าของผู้อาวุโสทั้งหมดจากโถงเทพจันทราก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ใบหน้าของพวกเขาที่มีต่อเจี้ยนเฉินเต็มไปด้วยความสยดสยอง
สำหรับพวกเขา ขั้นบรรพกาลนั้นน่ากลัวอย่างยิ่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเขารู้สึกสิ้นหวังเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม หากขั้นบรรพกาลบาดเจ็บสาหัสหรือหมดพลังงาน มันก็ยังมีโอกาสที่พวกเขาจะล้อมเขาไว้และฆ่าเขา
แต่ตอนนี้ร่างกายที่แข็งแกร่งของเจี้ยนเฉินทำให้ขั้นอสงไขยรู้สึกสิ้นหวังและหวาดกลัวอย่างแท้จริง พวกเขาสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่า เจี้ยนเฉินไม่สามารถปกป้องตัวเองได้หมดจดเหมือน ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้ปิดกั้นหรือทำอะไรเพื่อตอบโต้เช่นกัน เขาใช้ร่างกายของเขารับการโจมตีเพียงอย่างเดียว
ทว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็คือพวกเขาล้มเหลวแม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนให้กับเขา
นั่นหมายความว่าอย่างไร ? มันหมายความว่าแม้ว่าเขาจะยืนอยู่ที่นั่นและปล่อยให้พวกเขาโจมตีเขาตามที่พวกเขาต้องการ พวกเขาก็ไม่สามารถแม้แต่จะทิ้งร่องรอยไว้บนตัวเขาได้เลย
ครู่หนึ่งผู้อาวุโสของโถงเทพจันทราต่างก็รู้สึกถึงความพ่ายแพ้อย่างลึกซึ้ง
อย่างไรก็ตาม,เจี้ยนเฉินก็ไม่ได้มีอารมณ์ที่จะให้ความสนใจกับพวกเขาในตอนนี้ ร่างกายของเขาแกว่งไปมาในขณะที่เขาพยายามดิ้นรนเพื่อตั้งหลัก พลังวิญญาณของเขาถูกระบายออกจนหมด นอกเหนื อจากอาการปวดหัวที่แทบระเบิด แม้แต่โลกก็ดูเหมือนจะหมุนไปมารอบ ๆ เขาผ่านทางสายตาของเขา
เขาสามารถเป็นลมได้ทุกเมื่อ
แต่ในขณะนั้น หยุนวู่เฟิงก็ปรากฏตัวต่อหน้าเจี้ยนเฉิน เขาจับเจี้ยนเฉินและเพิกเฉยต่อผู้อาวุโสที่อยู่รอบ ๆ ตัวเขา เขาหายตัวไปพร้อมกับเจี้ยนเฉินในพริบตา เขาออกจากสุสานถ้ำจันทราใน นทันที
“ไล่ตามพวกมันไป ! ไปตามล่าพวกมัน ! อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไป ! เราปล่อยให้พวกมันหนีไปไม่ได้ ! ข้า- ข้าจะฉีกพวกมันเป็นชิ้น ๆ ด้วยตัวเอง” ในอีกด้านหนึ่ง เยี่ยหวูกวงพยายามดิ้ นรนลุกขึ้นยืนในขณะที่มีเลือดหยดออกมาอย่างน่าเวทนา ดวงตาของเขาแดงก่ำในขณะที่เขาร้องคำรามราวกับสัตว์ป่า
ปราณกระบี่ลึกซึ้ง 2 เส้นของเจี้ยนเฉินได้ทำร้ายวิญญาณของเขาอย่างหนัก ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วเขาต้องทนรับความเจ็บปวดจากวิญญาณของเขาตลอดเวลา ซึ่งทำให้เขาบ้าคลั่ง เขาฉุนเฉียวอ อย่างรุนแรง
ภายในโถงเทพจันทรา หยุนวู่เฟิงเดินผ่านทางเดินในรูปของแสงสีขาวพร้อมกับเจี้ยนเฉิน ในฐานะหนึ่งในผู้อาวุโสสูงสุดในอดีต เห็นได้ชัดว่าเขาคุ้นเคยกับรูปแบบและทิศทางในโถงเทพจันทรา เป็นผลให้เขามาถึงทางเข้าหลักได้อย่างง่ายดาย ระหว่างทางหยุนวู่เฟิงค่อย ๆ ขจัดค่ายกลและอุปสรรคต่าง ๆ ออกไปทีละชิ้น
ในที่สุด หยุนวู่เฟิงก็หนีออกจากโถงเทพจันทราได้สำเร็จ จากนั้นเขาก็บินขึ้นไปในอากาศและเร่งความเร็วจนถึงขีดจำกัด เขาหายตัวไปในขอบฟ้าทันที
ไม่นานหลังจากที่หยุนวู่เฟิงจากไป ร่างสองร่างก็เข้ามาใกล้และมาถึงข้างหน้าโถงเทพจันทราอย่างรวดเร็ว ในท้ายที่สุด พวกเขากลายเป็นสองภาพพร่ามัวและเข้าไปในประตู หายตัวไปในโถงศักดิ สิทธิ์
ทั้งสองคนเป็นอีกสองผู้อาวุโสสูงสุดที่เหลืออยู่ของโถงเทพจันทรา หลัวเฟยและหลินซ่งเฉียง !
พวกเขาทั้งสองเป็นขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 5 !
ไม่นานผู้อาวุโสสามคนสุดท้ายของโถงเทพจันทราก็รวมตัวกัน เยี่ยหวูกวงได้เปลี่ยนเป็นชุดเสื้อคลุมสีเงินตัวใหม่ เขาไม่ได้อยู่ในสภาพที่น่าเวทนาเหมือนเมื่อก่อนหน้าอีกต่อไป อย่างไรก็ตา าม บาดแผลของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเลย มันยังรุนแรงเหมือนเดิม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการบาดเจ็บทางวิญญาณที่ทำให้เขาเจ็บปวดอย่างรุนแรงตลอดเวลา เขารู้สึกเหมือนว่าวิญญาณของเขาถูกฉีกออกจากกัน
ความรู้สึกนี้เป็นการทรมานอย่างเจ็บปวดสำหรับผู้เชี่ยวชาญทุกคนที่ต้องพบเจอกับเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน
“คนที่ปลอมตัวเป็นผู้อาวุโสหกและช่วยหยุนวู่เฟิงไว้ ทำร้ายวิญญาณของข้า” เยี่ยหวูกวงกัดฟันด้วยความเกลียดชังทันทีที่มีการกล่าวถึงผู้อาวุโสหก
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะพ่ายแพ้ ไม่ต้องพูดถึงอาการบาดเจ็บ เมื่อเขาต่อสู้กับหยุนวู่เฟิง ผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้คือผู้แอบอ้างที่ปลอมตัวเป็นผู้อาวุโสหก
“ไม่ว่าจะเป็นหยุนวู่เฟิงหรือเจ้าตัวปลอม โถงเทพจันทราของเราจะไม่มีวันละเว้นทั้งคู่” เยี่ยหวูกวงกัดฟัน ขณะที่เขาพูดอย่างนั้น เขาไออย่างต่อเนื่อง เขาไอออกมาเป็นเลือดท่วม
“หยุนวู่เฟิงถูกเถาปีศาจใต้พิภพทรมานมาเป็นเวลานาน ดังนั้นเถาวัลย์จึงทิ้งพลังแห่งการมีอยู่ของมันไว้เบื้องหลังในร่างกายของเขาเมื่อนานมาแล้ว พลังแห่งการมีอยู่นี้ไม่สามารถลบออ อกได้อย่างรวดเร็ว มันจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเราที่จะตามตัวหยุนวู่เฟิง” หลัวเฟยกล่าว ครั้งแรกที่เขาเห็นว่าเยี่ยหวูกวงบาดเจ็บเพียงใด เขาก็หน้าซีดเผือกด้วยความหวาดหวั่น ความ แข็งแกร่งของเยี่ยหวูกวงในฐานะขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 7 ใครก็ตามที่สามารถทำร้ายเขาได้ทรงพลังกว่าที่สถานะของโถงเทพจันทราในปัจจุบันสามารถรับมือไหว
แต่หลังจากรู้สาเหตุของอาการบาดเจ็บ หลัวเฟยก็หยุดกังวลทันที
โชคดีที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญระดับชั้นสวรรค์ที่ 9 หรือมากกกว่านั้น
“ผู้อาวุโสเยี่ย เจ้าไปพักฟื้นก่อนดีกว่า เมื่อเจ้าหายดีแล้ว เราจะไปจับตัวหยุนวู่เฟิงอีกครั้งทันที. สำหรับตัวปลอม…” หลินซ่งเฉียงยิ้มอย่างโหดร้ายและกล่าวว่า “เราจะไม่ฆ่าชายคนนั้น นให้ตายอย่างง่ายดาย การฆ่าเขาจะเป็นการปล่อยเขาไปสู่ความสงบสุข เราต้องทรมานเขาอย่างโหดเหี้ยมและโหดร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ฮึ่ม เขาได้ฆ่าผู้อาวุโสของเราไปหลายคน เราต้ องทำให้เขาร้องขอความตายอย่างแน่นอน เราจะทำให้เขาทนทุกข์กับการทรมานที่เจ็บปวดที่สุดที่มีในโลก”
เยี่ยหวูกวงพยักหน้า “บาดแผลทางร่างกายของข้าฟื้นตัวได้ง่าย แต่บาดแผลทางวิญญาณของข้า…” เมื่อพูดถึงจุดนั้น เยี่ยหวูกวงก็ถอนหายใจเบา ๆ แต่ในไม่ช้าดวงตาของเขาก็ส่องประกายอย่าง งชั่วร้าย เขากัดฟัน “เจ้าตัวปลอมใช้ทักษะอะไรถึงทำร้ายวิญญาณข้าได้ขนาดนี้ ? การฟื้นฟูบาดแผลทางวิญญาณนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”