เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2990: การต่อสู้ระหว่างองค์กร
ตอนที่ 2990: การต่อสู้ระหว่างองค์กร
“ฆ่า ! ทำลายตระกูลเหอเฟิง ! ”
“กองกำลังแรก โจมตี ! ทำลายตระกูลเหอเฟิงให้ราบคาบ ! ”
……
…
เสียงอึกทึกดังขึ้นรอบ ๆ ตระกูลเหอเฟิงทันที มันเต็มไปด้วยปราณปีศาจที่ปกคลุมรอบ ๆ เหล่าสาวกลัทธิปีศาจชั้นฟ้านับไม่ถ้วนเคลื่อนไหว ทุกคนต่างกู่ร้อง
ออกมาและพุ่งเข้าฆ่าฟันจากตระกูลเหอเฟิงทุกทิศทาง กองกำลังทั้ง 9 ของลัทธิปีศาจอสูรชั้นฟ้าถูกระดมกำลัง ตกอยู่ในรูปแบบต่อสู้อันทรงพลังที่พวกเขาคุ้นเคยอย่างมาก พวกเขารวมพลังของทุกคนเข้าด้วยกันและรับพุ่งเข้าไปในตระกูลเหอเฟิงพร้อมกับปล่อยพลังออกอย่างเต็มที่
ราชาเทพจำนวนมากทะยานขึ้นไปบนฟ้าทำให้เกิดเสียงหวีดหวิว ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นทะยานขึ้นท้องฟ้าและทะลวงเข้าสู่ตระกูลเหอเฟิงทันที ทำให้เกิดการต่อสู้ขอบเขตตั้งต้นของเหล่าอาวุโสตระกูลเหอเฟิงทันที
ทันทีที่สาวกลัทธิปีศาจชั้นฟ้านับไม่ถ้วนกลุ้มรุมตระกูลเหอเฟิง พลังปราณกวาดออกไปรอบ ๆ และเกิดเสียงดังอย่างไม่รู้จบ
แม่ทัพทั้งสี่ ได้แก่ ปีศาจเมฆา, ปีศาจวายุ, ปีศาจคมมีดและปีศาจโลหิต ได้รวบรวมปราสาทปีศาจและเผชิญหน้ากับอาวุโสขั้นบรรพกาลของตระกูลเหอเฟิง
อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงการต่อสู้ระหว่างขั้นบรรพกาลของลัทธิปีศาจชั้นฟ้านั้นอ่อนแอกว่าตระกูลเหอเฟิงอย่างเห็นได้ชัด จนถึงตอนนี้พวกเขามีแม่ทัพเพียง 4 คนเท่านั้น
ในทางกลับกัน ตระกูลเหอเฟิงมีผู้อาวุโสมากกว่าหนึ่งโหล พวกเขายังมีขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 9 อีก 2 คน
ตระกูลเหอเฟิงมีความได้เปรียบอย่างยิ่งเมื่อต้องต่อสู้ในระดับสูงของขั้นบรรพกาล เป็นผลให้แม่ทัพทั้งสี่เสียเปรียบทันทีที่พวกเขาเริ่มต่อสู้และถูกรุมล้อม
“ลัทธิปีศาจชั้นฟ้า หากเจ้าต้องการทำลายตระกูลเหอเฟิง เพียงแค่ขั้นบรรพกาลที่เลวร้ายอย่างพวกเจ้ายังไม่พอ ! ”
“เจ้าต้องจ่ายค่าตอบแทนออกมามากเพื่อที่จะทำลายตระกูลเหอเฟิงของเรา”
……
…
ผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลเหอเฟิงทั้งหมดคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาของพวกเขาหรี่ลง เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและความเกลียดชัง
บรรพชนของอัครสูงสุดถูกสังหารโดยจ้าวปีศาจชั้นฟ้า ลัทธิปีศาจชั้นฟ้านั้นอยู่เบื้องหลังของความเสื่อมโทรมของตระกูลเหอเฟิง ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงเกลียดลัทธิปีศาจชั้นฟ้าเข้ากระดูกดำ
ในเวลานี้ พลังปราณปีศาจพลุ่งพล่าน หมอกสีแดงแปลก ๆ เริ่มขยายตัวทันที โครงกระดูกขนาดมหึมา 3 ร่างปรากฏออกมาจากปราณปีศาจ ดวงตาของมันเต็มไปด้วความอาฆาตอย่างรุนแรง
สีหน้าขั้นบรรพกาลของตระกูลเหอเฟิงทั้งหมดเปลี่ยนไปเมื่อโครงกระดูกขนาดมหึมาปรากฏกาย พวกเขาทั้งหมดรู้สึกถึงความอันตรายจากโครงกระดูกทั้งสาม
ภัยคุกคามนั้นยิ่งใหญ่มากจนกระทบพวกเขาในจิตวิญญาณ
“นั่นคือกองทัพแห่งความตายของลัทธิปีศาจชั้นฟ้า ระวังหมอกสีแดง มันสามารถทำร้ายจิตวิญญาณได้” ผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลเหอเฟิงเอ่ยเตือนออกมา ดวงตาของพวกเขาจ้องมองหมอกสีแดงรอบ ๆ โครงกระดูกสีแดงเลือด พวกเขาก็เคร่งเครียดอย่างมาก
ในตอนนี้ โครงกระดูกสีแดงทั้งสามเคลื่อนไหว พวกมันก็เพ่งเป้าไปที่ขั้นบรรพกาลคนละตัวและฟาดกระบองกระดูกขนาดใหญ่ในมือของพวกมันทันที
ก่อนที่กระบองกระดูกจะไปถึง หมอกสีแดงรอบ ๆ โครงกระดูกก็มาถึงแล้ว กลืนผู้อาวุโสสูงสุดขั้นบรรพกาลทันที
ผู้อาวุโสสูงสุดรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรงทันที การโจมตีของหมอกสีแดงนั้นแปลกมาก แม้จะระมัดระวังตัวแล้ว เขาก็ยังได้รับผลกระทบ ทำให้เขาเสียสมาธิไปชั่วขณะ
ในช่วงเวลาที่เชื่องช้านี้ กระบองกระดูกขนาดใหญ่ก็ได้มาถึงแล้วด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัว ส่งผู้อาวุโสสูงสุดกระเด็นออกไปพร้อมกับหินก้อนใหญ่ เขากระอักเลือดไม่หยุดและเกือบครึ่งหนึ่งของร่างกายของพวกเขาเละ
“ระดับเดียวกับขั้นบรรพกาล ! ” ในเวลาเดียวกัน เสียงตะโกนหลายครั้งดังขึ้นในสนามรบของขั้นอสงไขย และม้วนกระดาษรูปแบบธรรมดาสองสามม้วนก็ถูกโยนขึ้นไปบนอากาศ ม้วนอาคมทุกรูปแบบมีพลังพิเศษ ส่องแสงระยิบระยับ พลังงานอันทรงพลังเต้นเป็นจังหวะในบริเวณโดยรอบ
ม้วนกระดาษอาคมเหล่านี้เป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าในการครอบครองของลัทธิปีศาจชั้นฟ้า ทุกม้วนมีเพียงค่ายกลเดียวคือรวมพลังขั้นอสงไขยหลาย ๆ คนเข้าด้วยกัน มันอนุญาตให้พวกเขาปลดปล่อยพลังความสามารถในการต่อสู้กับขั้นบรรพกาล
ลัทธิปีศาจชั้นฟ้ามีขั้นบรรพกาลเพียงเล็กน้อย แต้มีขั้นอสงไขยจำนวนมาก จากการใช้ค่ายกลเหล่านี้ พวกเขาก็ได้เพิ่มพลังขั้นอสงไขยหลายคนให้มีพลังต่อสู้เทียบเท่าขั้นบรรพกาล ซึ่งลดความแตกต่างขอความแข็งแกร่งที่พวกเขามีกับตระกูลเหอเฟิงทันทีเมื่อพวกเขามีพลังเทียบเท่าขั้นบรรพกาล
ด้วยเหตุนี้ ขั้นอสงไขยส่วนใหญ่จากลัทธิปีศาจชั้นฟ้าจึงหยุดต่อสู้ แต่ถึงกระนั้นขั้นอสงไขยที่เหลือก็ยังสามารถยับยั้งตระกูลเหอเฟิง
ตระกูลเหอเฟิงมีขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 6-7 หลายสิบคน ในขณะที่ลัทธิปีศาจชั้นฟ้ามีมากกว่า 200 คน
สนามรบระหว่างทั้งสององค์กรครอบคลุมพื้นที่หลายหมื่นกิโลเมตร เทือกเขาทั้งหมดที่ตระกูลเหอเฟิงอาศัยอยู่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสนามรบ พลังปราณที่แผ่ซ่านออกไปทั้ว ก่อตัวเป็นลำแสงทำลายล้างและทำให้เทือกเขาราบเรียบอย่างรวดเร็ว
ไม่นานหลังจากการต่อสู้เริ่มขึ้น พื้นดินก็เกลื่อนไปด้วยซากศพ
ทันใดนั้น ลำแสงอันเจิดจ้าก็ส่องแสงไปทั่ว ใบมีดยาวของปีศาจดาบตกลงมาและขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 9ของตระกูลเหอเฟิงก็ถูกตัดหัวทันที ร่างของเขาตกลงมาจากท้องฟ้าและเลือดกระเซ็นไปในอากาศ
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ศพขั้นบรรพกาลตกลงพื้น ร่างกายของเขาก็เหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว เลือดทั้งหมดภายในศพถูกดูดออกไปโดยค่ายกลที่ใช้โดยลัทธิปีศาจชั้นฟ้า
สถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันนี้เกิดขึ้นกับผู้ฝึกตนทุกคนที่ตายที่นั้น มันเกิดขึ้นกับคนในตระกูลเหอเฟิงทุกคนโดยไม่สนความแข็งแกร่งของพวกเขา เลือดของพวกเขาถูกดูดออกไปทันทีที่พวกเขาตาย
ในอากาศ พลังวิญญาณก็ถูกดูดซับด้วยค่ายกลปีศาจเช่นกัน
“ไม่นะ ผู้อาวุโสเซิงตาย ! ผู้อาวุโสเซิงตายแล้ว ! ”
“มันจบแล้ว ! แม้แต่ผู้อาวุโสเซิงยังตาย ! คราวนี้ตระกูลเหอเฟิงของเราคงจะพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ! ”
ความตายของขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 9 สร้างความเสียหายต่อขวัญกำลังใจของตระกูลเหอเฟิง บางคนเริ่มคิดที่จะถอยห่างออกจากที่แห่งนี้แล้ว
แต่ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทุกคนถูกปิดกั้นด้วยม่านอาคมที่มองไม่เห็น พื้นที่เหล่านี้ถูกผนึกไว้แล้ว ไม่มีใครหลบหนีได้ แม้ว่าพวกเขาจะลองใช้ทักษะลับก็ตาม มันไร้ประโยชน์
ทันใดนั้นเสียงร้องไห้ที่น่าสังเวชก็ดังขึ้นหลายครั้ง หลังจากปีศาจคมมีดลงมือ แม่ทัพอีกสามคนก็ทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นบรรพกาลของตระกูลเหอเฟิงบาดเจ็บหนักด้วยความช่วยเหลือของโครงกระดูกสีแดง
เมื่อพวกเขากำลังไล่ตามศัตรูและจัดการจบชีวิตของพวกเขา ข้อความของผู้อาวุโสสูงสุดก็วาบผ่านเข้ามาในหัวของเขาทันที
คำสั่งของผู้อาวุโสสูงสุดทำให้ดวงตาของพวกเขาสั่นไหวด้วยความไม่แน่ใจ พวกเขาสับสนเล็กน้อย
“ผู้อาวุโสสูงสุดบอกให้เราไว้ชีวิตพวกเขา ใครจะรู้ว่าตอนนี้เขากำลังวางแผนอะไรอยู่”
“เนื่องจากผู้อาวุโสสูงสุดต้องการให้เราไว้ชีวิตพวกเขาตอนนี้ เห็นได้ชัดว่ามันมีประโยชน์สำหรับพวกเขา งั้นก็เชื่อฟังเถอะ การตัดสินของผู้อาวุโสสูงสุดไม่เคยผิดพลาด”
……
…
สัมผัสวิญญาณของแม่ทัพทั้งสี่ได้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดกันในเสี้ยววินาที