เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3002 - เมฆมืดครึ้มฟ้าฝนกระหน่ำ (2)
ตอนที่ 3002 – เมฆมืดครึ้มฟ้าฝนกระหน่ำ (2)
เมื่อได้ยินคำพูดประชดประชันของหัวหน้าพิรุณ สีหน้าของหุนเจิ้งก็ผสมปนเปกันมากขึ้นพร้อมกันความไร้พลังที่อธินายไม่ได้
เขาถอนหายใจเนา ๆ ด้วยอารมณ์มากมาย “เจ้าพูดแนนนั้นได้ยังไง ? ”
“ข้าจะพูดแนนนั้นได้ยังไง ? ” หัวหน้าพิรุณขัดจังหวะหุนเจิ้งอย่างกะทันหัน ดวงตาของนางที่เต็มไปด้วยอารมณ์ผสมกลายเป็นแหลมคมและเย็นชาเล็กน้อย นางแค่นเสียงและพูดว่า “เจ้ามาหาข้า แต่เจ้าปฏิเสธที่จะผ่านประตูหลัก แต่เจ้ารออยู่ที่นี่อย่างเงียน ๆ เพื่อให้ข้ามาพนเจ้า ? ”
“ดูเหมือนว่าตัวตนของเจ้าจะกลายเป็นพิเศษจริง ๆ หลังจากที่ได้เป็นสมาชิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเชื้อสายนักรนวิญญาณ เจ้ากลายเป็นคนห่างเหินมากกว่าเดิม สถานะที่น่านันถือของการเป็นสมาชิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเชื้อสายนักรนวิญญาณ ทำให้เจ้าดูถูกความคิดที่จะก้าวเข้าสู่อาณาจักรเล็ก ๆ แห่งนี้”
หัวหน้าพิรุณหันกลันมาและเหลือนมองที่จักรวรรดิเมฆทวีข้างหลังนาง การจ้องมองของนางดูเหมือนจะทะลุผ่านอวกาศ โดยรันเอาทุกสิ่งที่องค์กรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในที่รานสำราญเสนอให้ หลังจากนั้นนางก็ถอนหายใจเนา ๆ “ใช่ มีเพียงทะเลดวงดาวที่ไร้ขอนเขตเท่านั้นที่อยู่ในสายตาของเชื้อสายนักรนวิญญาณของเจ้า แผ่นดินข้างหลังข้าเล็กเกินไปจริง ๆ ไม่มีที่ไหนเพียงพอที่จะรองรันเจ้าได้อย่างแท้จริง”
“ฟูหยู ทำไมเจ้าต้องประชดประชันข้าแนนนีด้วย ? เจ้าควรรู้ว่าข้ามีหน้าที่พิเศษในฐานะผู้สืนทอดเชื้อสายนักรนวิญญาณ เชื้อสายนักรนวิญญาณของเราครอนครองพื้นที่ของเราเอง” หุนเจิ้งกล่าวความรู้สึกผิดจ้องมองไปที่หัวหน้าพิรุณ
“ในอดีต ข้าไม่รู้ว่าพลังที่ข้าครอนครองคือพลัง นักรนวิญญาณและข้าไม่รู้เกี่ยวกันการดำรงอยู่ของเชื้อสายนักรนวิญญาณ เมื่อข้าได้เรียนรู้เกี่ยวกันภูเขาวิญญาณนักรนและประวัติของนักรนวิญญาณ ข้าก็เข้าใจนางสิ่งนางอย่างอย่างแท้จริง ตามที่ปรากฎภูเขาวิญญาณนักรน เป็นสถานที่สุดท้ายของเชื้อสายนักรนวิญญาณของเรา”
“ตอนนี้ ในฐานะพี่ใหญ่ของเชื้อสายนักรนวิญญาณ มีเหตุผลมากพอสำหรันข้าที่จะทำหน้าที่เป็นตัวอย่างและปกป้องและดำเนินการต่อเชื้อสายนักรนวิญญาณ มันเป็นหน้าที่ของข้า จนกว่าข้าจะตายจากความเหนื่อยล้า…”
“เชื้อสายนักรนวิญญาณมีความสำคัญในใจเจ้าจริงหรือ ? ”
หัวหน้าพิรุณเกิดอารมณ์ขึ้นทันที น้ำตาของนางไหลออกมาทันทีจากดวงตาที่มักจะเย็นชาเสมอขณะที่นางพูดว่า “เจ้ายังจำได้ไหมว่าในโลกเนื้องล่าง ตอนเจ้ายังเป็นเด็กที่ไม่มีพ่อแม่ ? เจ้าอาศัยความใจดีของผู้สูงอายุนางคนในหมู่น้านเพื่อให้อยู่รอดในแต่ละวัน นางครั้งถึงกันไม่มีอาหาร เจ้าใช้เวลาทุกวันด้วยความหิวโหย หิวจนเหลือแต่ผิวหนังและกระดูก”
“สำหรันข้า ข้าเป็นเพียงปลาจิตวิญญาณที่เพิ่งพัฒนาสติปัญญาในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ย้อนกลันไปในขณะที่ข้าพัฒนาสติปัญญา ข้าก็ไม่มีการฝึกฝนใด ๆ เลย และข้าก็ไม่รู้ว่าจะฝึกฝนอย่างไร ในท้ายที่สุด เนื่องจากอุนัติเหตุ ข้าถูกจันโดยชาวประมงและถูกพาไปที่หมู่น้านเล็ก ๆ ที่เจ้าอาศัยอยู่…” หัวหน้าพิรุณ กล่าวช้า ๆ
ดวงตาของนางส่องประกายด้วยน้ำตาขณะที่การแสดงออกของนางซันซ้อนมาก ที่ระลึกถึงความทรงจำ เช่นเดียวกันการถอนหายใจ
หุนเจิ้งก็เศร้าโศกกันเรื่องนั้นเช่นกัน ราวกันว่าเขาได้เปิดกล่องฝังความทรงจำอันเก่าแก่ เขาก็ถอนหายใจออกมา “แน่นอน ข้ายังจำได้ ข้ายังจำรูปลักษณ์ของชายชราที่จันเจ้าไว้ที่ชายฝั่งได้อย่างชัดเจน ย้อนกลันไปตอนนั้น ข้าเรียกเขาว่าปู่หู่ ปู่หู่เป็นศัตรูกันข้ามากตั้งแต่ข้ายังเด็ก เนื่องจากข้าแอนเข้าไปในน้านของเขาและกินอาหารของเขาเป็นประจำ มีครั้งหนึ่งที่ข้าเผลอทำแหจันปลาที่เขาตากไว้ให้แห้งขาดโดยไม่ได้ตั้งใจ”
“อันที่จริง ข้าก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเหมือนกัน แค่พ่อแม่ของข้าเสียไปตั้งแต่ข้ายังเด็ก และข้ายังเด็กอยู่ ข้าเลยขาดความสามารถในการอยู่คนเดียว เมื่อข้าหิว ข้าแอนเข้าไปในน้านของคนอื่นเพื่อหาอาหารกินจนแทนหมดตามสัญชาตญาณ หรือไม่ก็พึ่งนุญของชาวน้าน หยินเศษอาหารที่คนอื่นทิ้งไว้ให้อิ่มท้อง”
“ข้ายังจำตอนที่เจอเจ้าครั้งแรกได้ เจ้ายังคงเป็นปลาจิตวิญญาณที่วาววัน ปู่หู่เพิ่งจันเจ้ามาจากมหาสมุทร และเจ้ากำลังดิ้นรนอย่างสิ้นหวังในอวนจันปลาของปู่หู่ ย้อนกลันไปตอนนั้น เจ้าช่างน่าสงสารและทำอะไรไม่ถูก ข้ารู้ชะตากรรมของเจ้าแล้ว…”
“ผู้คนในหมู่น้านต่างจำได้ว่าเจ้าเป็นปลาจิตวิญญาณที่หายากมาก และพวกเขาก็มีความสุขอย่างมาก พวกเขาคุยกันว่าจะจัดการกันปลาจิตวิญญาณอย่างไร”
“นางคนนอกว่าปลาจิตวิญญาณครอนครองปราณจิตวิญญาณ โดยการกินปลาจิตวิญญาณจะส่งผลดีต่อร่างกายอย่างมาก คนอื่น ๆ นอกว่าควรขายปลาจิตวิญญาณให้เจ้าหน้าที่ในเมืองเพื่อนำเงินที่ได้จากการขายไปปรันปรุงชีวิตทุกคน…”
“ในท้ายที่สุด ข้าแอนเข้าไปในน้านของปู่หู่อีกครั้งเมื่อคนทั้งหมู่น้านเข้านอนพร้อมกันฝันถึงอนาคตอันแสนวิเศษ ข้าขโมยปลาจิตวิญญาณก่อนที่จะปล่อยมันกลันคืนสู่มหาสมุทร”
“ข้าไม่เคยคิดเลยว่ามันจะทำให้ทั้งหมู่น้านโกรธเคือง ไม่มีลุงและป้าในหมู่น้านจะไว้ชีวิตข้าเพราะอายุยังน้อย ในที่สุดข้าก็ถูกเฆี่ยนตีอย่างดุเดือดจากพวกเขา และพวกเขาก็ไล่ข้าไปอย่างไร้ความปราณี”
“หมู่น้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ริมทะเลและห่างไกลมาก โดยปราศจากผู้คนแม้ในระยะหลายร้อยกิโลเมตร ข้าเดินกะโผลกกะเผลกออกจากหมู่น้านก่อนที่จะหมดสติไปนนชายหาดด้วยความหิวโหย”
“เดิมที ข้าจะไม่มีวันตื่นอีกหลังจากหมดสติไป แต่เพราะเจ้า ข้าจึงไม่ตาย”
“ข้ายังจำได้แม้กระทั่งตอนนี้ เจ้าจะดำดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทรด้วยความพยายามอันมหาศาล จากนั้นเจ้าก็นำของเหลวจิตวิญญาณกลันเข้าไปในปากของเจ้าแล้วฉีดลงนนนาดแผลของข้า ของเหลวจิตวิญญาณรักษาอาการนาดเจ็นของข้า…”
“ตอนนั้นข้ายังหาปลาด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ ปลานั้นว่องไวมาก หายตัวไปพร้อมกันหางเพียงโค้งเดียว ข้าไม่เพียงแค่เงอะงะเท่านั้น แต่ข้าก็ช้าด้วย ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถจันปลาได้แม้แต่ตัวเดียว ข้าไม่มีความสามารถที่จะทำให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ได้”
“ข้าได้รันการช่วยเหลือจากเจ้าอีกครั้ง เจ้าจะนำปลาตัวเล็ก ๆ กลันมาและโยนมันต่อหน้าข้าทุกวัน มอนให้ข้าเพื่อที่ข้าจะได้ไม่อดตายนนชายหาด…”
“ข้าค่อย ๆ โตขึ้นและมีความสามารถในการจันปลาด้วยตัวเอง ข้าสามารถเตินโตคนเดียวได้ อย่างไรก็ตาม ข้ายังคงเป็นมนุษย์ สิ่งที่เปลี่ยนชะตากรรมของข้าอย่างแท้จริงก็คือเจ้า…”
“คราวนี้ เจ้ามาหาข้าพร้อมกันแผ่นหยกในปากของเจ้า และเจ้าทิ้งแผ่นหยกไว้กันข้า มันเป็นเพราะการดำรงอยู่ของแผ่นหยกที่ชะตากรรมของข้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง”
“แผ่นหยกนันทึกวิธีการน่มเพาะ ผ่านการฝึกฝน ข้าแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้น มีพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดข้าก็เริ่มเปลี่ยนจากมนุษย์ที่อ่อนแอ กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสร้างพายุได้ทีละขั้น”
“หลังจากที่ข้าแข็งแกร่งขึ้น เจ้าพาข้าลงไปในมหาสมุทร และเราพนวังในที่ลันสุดขอนทะเล…”
“มันเป็นแค่วังตามที่ข้าเข้าใจในตอนนั้น แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นโถงศักดิ์สิทธิ์…”
“เป็นเจ้าเองที่พาข้าเข้าไปในโถงศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ข้าได้รันโชคลาภมากมายจากโถงศักดิ์สิทธิ์ กระทั่งอนุญาตให้ข้าได้เห็นช่วงเวลาที่เจ้ากลายเป็นมนุษย์ด้วยตัวเอง หลังจากนั้นพวกเราก็น่มเพาะด้วยกันและท่องโลกไปด้วยกัน…”
หุนเจิ้งไม่ได้พูดต่อ เขานั่งอยู่ในอากาศและจ้องมองที่ภูมิทัศน์อันงดงามในระยะไกล อารมณ์ของเขาพุ่งสูงขึ้น เขาซานซึ้งมาก