เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3024 : ข้อความ
ตอนที่ 3024 : ข้อความ
การเลือกของซุยหยุนหลานทำให้บรรพชนเฟิงดีใจ เขาถอนหายใจออกมาและพูดขึ้น “ในหมู่ผู้พิทักษ์ทั้งสี่ของศาลาเทพธิดาน้ำแข็งนั้น หวู่ฮ่านได้ทำการหักหลัง ปิงฉินได้ตายไปแล้ว มีแค่ เจ้ากับเค่อซร่างที่ยังอยู่ จริง ๆ แล้วตลอดหลายปีมานี้เจ้าได้หายตัวไป เค่อซร่างคิดถึงเจ้ามาโดยตลอด นางอยู่ในนิกายลมโชยมาหลายล้านปีแล้ว ความพยายามของนางในที่สุดก็ได้รับการต ตอบแทน ในที่สุดนางก็รอจนเจ้ากลับมา ในที่สุดเจ้าสองคนก็ได้พบกัน”
สายตาของซุยหยุนหลานสั่นไหว นางอดไม่ได้ที่จะนึกถึงอดีตที่ใช้ร่วมกัน
ตอนนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสี่คนนั้นกลมเกลียวกัน พวกนางช่วยเหลือกันและสนับสนุนกันตลอด ตอนนี้หนึ่งในนั้นตายไป หนึ่งคนทำการทรยศ มีแค่นางกับเค่อซร่างที่ยังอยู่ในตอนนี้
เรื่องนี้ทำให้ซุยหยุนหลานเศร้าอย่างมาก
ซุยหยุนหลานถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินเข้าไปหาบรรพชนเฟิงทันที
บรรพชนเฟิงยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตรราวกับเห็นลูกกลับบ้านหลังจากที่จากไปหลายปี
แต่บรรพชนเฟิงกลับใช้ทักษะลับในการสื่อสารกับนิกายลมโชย
“แผนสำเร็จ เตรียมค่ายกลเคลื่อนย้ายทันที เมื่อซุยหยุนหลานไปถึงนิกาย ส่งนางออกไปทันที”
บรรพชนเฟิงได้ส่งข่าวนี้ไปให้อัครสูงสุดสองคนที่นิกาย
ในนิกายนั้น อัครสูงสุดทั้งสองได้จับตาดูสถานการณ์ของนิกายหิมะ ทันทีที่ได้ยินที่บรรพชนเฟิงบอกมา พวกเขาก็ได้ตื่นตัวทันที พวกเขาได้มองหน้ากันด้วยสายตายินดี
“ไปกันเถอะ ! ” ต่อมาบรรพชนทั้งสองก็หายตัวไป พวกเขาปรากฏตัวขึ้นที่เขตหวงห้ามภายในนิกาย เขตหวงห้ามนี้ไม่ได้ว่างเปล่า นอกจากบรรพชนทั้งสองแล้วก็ยังมีผู้หญิงในชุดขาวคนหนึ่ง
หากซุยหยุนหลานอยู่ที่นี่ นางคงรู้ทันทีว่านี่คือหนึ่งในสี่ผู้พิทักษ์ของศาลาเทพธิดาน้ำแข็ง เค่อซร่าง !
“คำนับบรรพชน ! ” แต่เมื่อนางเห็นบรรพชนทั้งสอง เค่อซร่างก็ได้โค้งให้กับทั้งคู่ นางเคารพทั้งสองจากใจ
“ซุยหยุนหลานกำลังจะมาถึงนิกายลมโชย ผู้อาวุโสซือ เราต้องได้รับความเชื่อใจของนางและลดความระวังลง เราต้องการให้เจ้าแสดงตัวเมื่อถึงเวลา เตรียมตัวให้พร้อม” บรรพชนคนหนึ่งพูดข ขึ้นมา
“เราต้องห้ามให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมาในตอนสำคัญ ผู้อาวุโสซือ เจ้าต้องจดจำการกระทำของเค่อซร่างเอาไว้ เจ้าไม่อาจจะเผยว่าเจ้าเป็นคนอื่นได้ ยังไงซะ บรรพชนหลานของเผ่ากระเรียนส สวรรค์และบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆาน้ำแข็งของนิกายหิมะก็จับตาดูอยู่ นอกจากพวกนั้นแล้วมันก็ยังมีหัวหน้าพิรุณที่แข็งแกร่งอย่างมากอยู่ด้วย เราไม่อาจจะรับผลกระทบได้ นิกายของเรา ก็เช่นกัน แม้แต่เราก็จะพินาศไปด้วย” บรรพชนอีกคนพูดขึ้นมา
เค่อซร่างแสดงสีหน้าจริงจังออกมา นางพูดด้วยความมั่นใจ “บรรพชนไม่ต้องกังวล เมื่อข้าเข้าสิงเค่อซร่างแล้ว ข้าก็ไม่ใช่แค่ได้ร่างกายนางแต่ข้ายังกลืนกินวิญาณของนางไปด้วย เข้า ได้หลอมรวมกับความทรงจำของนางทั้งหมด การหลอกซุยหยุนหลานน่ะเป็นเรื่องง่าย”
“งั้นก็ดี พวกเราจะได้ไม่ต้องกังวล” บรรพชนทั้งสองพยักหน้าด้วยความพอใจ จากนั้นพวกนั้นก็มองไปที่เขตหวงห้ามแล้วพูดขึ้น “การหลอกซุยหยุนหลานคงไม่ใช่ปัญหา ส่วนที่ท้าทายที่สุดคือ อการสร้างค่ายกลที่นี่ หัวหน้าพิรุณก้าวหน้าอย่างมากในเรื่องกฎมิติ หวังหว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายจะใช้งานได้”
บรรพชนอีกคนหัวเราะออกมาและพูดขึ้น “เจ้าสบายใจได้ แผ่นค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้คือจอมปราชญ์สูงสุดแห่งเส้นทางโบราณสร้างขึ้นมา แม้ว่าจอมปราชญ์สูงสุดแห่งเส้นทางโบราณจะสร้างมันขึ้ นมาเล่น ๆ แต่ก็ยังถึงระดับสูงสุด พลังของมัน หัวหน้าพิรุณไม่อาจจะยุ่งเกี่ยวได้แน่”
“เมื่อฉีเฟิงพาซุยหยุนหลานมาที่นี่ เราจะเปิดค่ายกลทันทีแล้วเดินทางออกจากที่นี่ แม้ว่าหัวหน้าพิรุณและบรรพชนผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งจะเข้าใกล้แต่ก็ไม่อาจจะหยุดเราได้ สำหรับนิกาย ลมโชยแล้ว เราแค่ทำลายมันทิ้ง เราจะทวงคืนตำแหน่งของเราได้แน่เมื่อเราได้ต้นกำเนิดพลังของเทพธิดาหิมะมา”
“ถูกต้อง เมื่อเรากลับมาแล้ว เราจะรุ่งโรจน์ เมื่อถึงเวลาแล้ว เราจะสร้างนิกายลมโชยให้แข็งแกร่งกว่าเดิม นอกจากนี้แล้ว หากแผนของเปลวเพลิงที่น่านับถือสำเร็จ มันจะต้องมีอัครสูงสุ ดคนใหม่ เราจะมีราชันสนับสนุน เราจะปกครองที่ราบน้ำแข็งขั้วโลกได้โดยไม่มีอุปสรรค”
“อย่า ซุยหยุนหลาน เ รายังไม่รู้ว่านิกายลมโชยนั้นเป็นมิตรจริงรึไม่ เจ้าไม่อาจจะไปที่นั่นได้”
ด้านบนนิกายหิมะ บรรพชนผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งได้พูดขึ้นมาและกันไม่ให้ซุยหยุนหลานเข้าไปหาฉีเฟิง ในเวลาเดียวกัน นางก็ได้ระเบิดพลังออกมาและทำให้ฉีเฟิงต้องถอยกลับไป นางพูดขึ้นมาด ด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉีเฟิง ออกไปจากที่นี่ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนที่ไม่ปราณี”
ฉีเฟิงขมวดคิ้วเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบรรพชนผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็ง แต่เมื่อเขาคิดถึงสมบัติที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เขาก็เกิดความโลภขึ้นมา ความกล้าของเขาเพิ่มขึ้นมาทันที เขายังท ทนเผชิญหน้ากับบรรพชนผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งและเอ่ยว่า “บรรพชนผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็ง เจ้าคงลืมไว้หน้าคนอื่นด้วยพลังที่เจ้ามี เจ้าน่ะทำตัวเช่นนี้เพราะความรู้สึกผิดของเจ้าซึ่งพิสูจน์แล้ วว่านิกายหิมะนั้นไม่มีอะไรดี นอกจากนี้แล้วเรายังไม่อาจจะตัดความเป็นไปได้ที่ว่าเจ้าได้ทำการต่อสู้ขึ้นมาก็เพื่อให้ได้รับความเชื่อใจจากซุยหยุนหลาน”
“ซุยหยุนหลานมานี่ ใครก็ตามที่คิดจะหยุดเจ้านั้นพิสูจน์ได้ว่าพวกเขาเป็นคนของเปลวเพลิงที่น่านับถือ สำหรับเรานิกายลมโชยแล้ว แม้ว่าเจ้าจะไม่เชื่อใจเรา แต่เจ้าก็เชื่อใจในตัวพี สาวเจ้าได้ไม่ใช่รึ ? ” ฉีเฟิงบอกกับซุยหยุนหลาน
ซุยหยุนหลานลังเลและมองไปยังทั้งสามกลุ่ม หากเทียบกับนิกายหิมะและเผ่ากระเรียนสวรรค์แล้ว ชัดแล้วว่านางเชื่อนิกายลมโชยมากกว่า
หยกที่ฉีเฟิงให้กับนางนั้นเป็นของเค่อซร่างจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงรึสีหน้ารวมถึงท่าทางแล้วมันไม่ต่างอะไรจากเค่อซร่างเลย นี่ไม่อาจจะปลอมแปลงได้
“นิกายหิมะรวมถึงเผ่ากระเรียนสวรรค์ หากพวกเจ้าไม่ได้หักหลังศาลาเทพธิดาน้ำแข็ง งั้นพวกเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์มาจำกัดดการเคลื่อนไหวของข้า” ซุยหยุนหลานพูดขึ้นมา นางหนักแน่นในการตัดส สินใจของนางและเดินเข้าไปหา ฉีเฟิง
สีหน้าของบรรพชนผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางอยากจะหยุดอีกฝ่าย แต่เมื่อคิดถึงคำพูดที่อีกฝ่ายพูดมา นางก็ต้องสลัดความคิดนั้นทิ้ง สีหน้าของนางหม่นลงไปทันที
“ซุยหยุนหลาน เจ้าได้ยินข้ารึไม่ ? เจ้าจะออกจากที่นี่ก็ได้ ข้าจะไม่ยุ่งกับการตัดสินใจของเจ้า” บรรพชนหลานพูดขึ้นมา ทันทีที่พูดจบ นางก็สะบัดมือสร้างกำแพงแยกเสียงขึ้นมา
มีแค่สามคนที่ยืนอยู่ด้านใน นอกจากนางและซุยหยุนหลาน แล้วก็มีเหอเถียนฉี
ตอนที่กำแพงถูกสร้างขึ้นมา ซุยหยุนหลานก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหู
“ผู้พิทักษ์ซุย ข้า เจี้ยนเฉิน ตอนนี้ข้าอยู่กับเผ่ากระเรียนสวรรค์ จำไว้ว่าข้าไม่อาจจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงได้ อย่าทำตัวผิดปกติ มาที่เผ่ากระเรียนสวรรค์ “
ข้อความสั้น ๆ นี้กลับทำให้ความหนักแน่นที่นางมีสั่นไหว นางไม่อาจจะสงบจิตใจลงได้