เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3031: รวบรวมเศษเสี้ยววิญญาณ
ตอนที่ 3031: รวบรวมเศษเสี้ยววิญญาณ
จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตายังมีชีวิตอยู่ !
ข่าวชิ้นนี้กระจายไปทั่วทั้ง 49 ที่ราบและ 81 ดาวเคราะห์ในโลกเซียนด้วยความเร็วที่น่าตกใจ แม้แต่บางนิกายที่ไม่ได้ประจำการอยู่บนที่ราบหรือดาวเคราะห์ รวมถึงตระกูลโบราณที่ซ่อน อยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ก็ยังได้รับข่าวที่น่าตกใจ และทำให้ดีอกดีใจกับข่าวนี้อย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดเป็นเพราะตัวตนของหมิงตงในฐานะองค์ชายเก้าได้รับการเผยแพร่ในตระกูลเหนือสวรรค์ องค์กรมากมายทั่วโลกเซียนมารวมตัวกันที่นั่น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ข่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น โลกเซียนก็ตื่นตระหนก !
แน่นอนว่าข่าวการกลับมาของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาได้แพร่กระจายไปในระดับสูงของโลกเท่านั้น เฉพาะองค์กรชั้นยอดระดับสูงสุดที่มีขั้นอัครสูงสุดเท่านั้นที่มีสิทธิ์เรียนรู้ความลับนี้
สำหรับองค์กรที่มีระดับต่ำกว่าขั้นอัครสูงสุด พวกเขาไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องนี้ อย่างน้อยก็ในระหว่างนี้
เห็นได้ชัดว่าตระกูลเหนือสวรรค์ต้อนรับหมิงตงอย่างกระตือรือร้นหลังจากตัวตนของเขาในฐานะองค์ชายเก้าถูกเปิดเผย บรรพชนขั้นอัครสูงสุดต้อนรับเขาเป็นการส่วนตัว พวกเขาใช้ความพยายามอ อย่างมากจนแม้แต่ตระกูลโบราณก็ยังอิจฉา
นอกจากความอิจฉาแล้ว ยังมีความริษยาอยู่ลึก ๆ
พวกเขาทั้งหมดสามารถบอกได้ว่าการปฎิบัติที่หมิงตงได้รับจากตระกูลเหนือสวรรค์ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในฐานะขั้นอสงไขยช่วงต้นนั้นเทียบเท่ากับใต้เท้าประกายดาวทั้งเก้าอย่างแท้จ จริง
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดเข้าใจว่าเขาสมควรได้รับสิ่งนี้ แม้ว่าจะมีความแตกต่างอย่างมากในการบ่มเพาะของพวกเขา การบ่มเพาะของพวกเขาสามารถอธิบายได้ว่าเป็นโลกที่แยกจากกัน หากไม่พูดถึง งการบ่มเพาะและพิจารณาสถานะเพียงอย่างเดียว ตัวตนขององค์ชายเก้าแห่งพระราชวังสวรค์แห่งบิเชิงเพียงอย่างเดียวก็เทียบเท่ากับใต้เท้าประกายดาวทั้งเก้า
ตามจริงแล้ว มันเหนือกว่าใต้เท้าประกายดาวทั้งเก้าด้วยซ้ำ
ไม่มีเหตุผลอื่นสำหรับเรื่องนี้ มันเป็นเพียงเพราะว่าพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงมีจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา !
“ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตายังมีชีวิตอยู่ บัดนี้เมื่ออนัตตากลับมาแล้ว ใครเล่าในโลกเซียนจะสามารถต่อสู้กับพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงได้ ? ”
“ในบรรดาจอมปราชญ์สูงสุดทั้งเจ็ดในอดีต เทพสงครามของเผ่าเทพย่อมเป็นที่หนึ่งอย่างไม่อาจโต้แย้งได้ ในขณะที่ผู้อาวุโสมิติเวลาและจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาเป็นอันดับสองและสาม อย่า างไรก็ตาม มีการโต้เถียงกันเสมอระหว่างผู้ที่อยู่ในอันดับที่สูงกว่า หลายคนจึงจัดอันดับผู้อาวุโสมิติเวลาและจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาไว้ด้วยกัน ตอนนี้เทพสงครามองค์ใหม่ยังไม่บรรลุนิต ติภาวะอย่างสมบูรณ์ ในขณะที่คนเดียวที่สามารถต่อสู้กับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา ผู้อาวุโสมิติเวลาได้เสียชีวิตไปนานแล้ว ใครในโลกเซียนที่ยังคงเป็นคู่ต่อสู้ของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตต ตาได้อีกในปัจจุบัน ? ”
“การสร้าง, การทำลาย, ไฟ. จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาได้เข้าใจกฏทั้งสามนี้จนหมดสิ้น เฮ้อ ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงมากมายในโลกเซียนได้ทุ่มสุดใจ อุทิศทั้งชีวิตของพวกเขาและได้เผชิญกับ โชคลาภนับไม่ถ้วน ทว่าพวกเขายังต้องดิ้นรนเพื่อทำความเข้าใจเพียงวิถีเดียวถึงขีดจำกัด แต่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตาเข้าใจถึง 3 วิถี”
“แม้แต่จอมปราชญ์สูงสุดเหนือสวรรค์ซึ่งอยู่ในจุดสูงสุดก็ยังเข้าใจถึงจุดสูงสุดเพียงวิถีเดียว เฮ้อ..”
……
เสียงถอนหายใจดังกึกก้องในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกเซียน แต่ไม่มีข้อยกเว้น ใครก็ตามที่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูง มีแม้กระทั่งเสียงข ของราชันย์เซียนจากตระกูลโบราณผสมอยู่ด้วย
ในเวลาเดียวกัน ในมิติลึกลับของโลกเซียน อุกกาบาตขนาดต่าง ๆ จำนวนมากได้ลอยไปรอบ ๆ ที่ใจกลางของอุกกาบาตที่ค่อนข้างใหญ่มีชายหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดคลุมสีฟ้าและมีใบหน้าซีดเซียวนั่งอ อยู่
ดวงตาของชายหนุ่มปิดสนิทและใบหน้าของเขาก็ขาวซีดเหมือนกระดาษ เขาไม่ได้แสดงพลังแห่งการมีอยู่ใด ๆ เลย หรือแม้แต่ร่องรอยของชีวิต เขาดูเหมือนศพที่เยือกเย็น
คราบเลือดแห้งขนาดใหญ่ปกคลุมเสื้อผ้าสีฟ้าของเขา
ชายหนุ่มเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในโลกเซียน บรรพชนทลายสวรรค์ !
บรรพชนทลายสวรรค์เก็บกวาดพลังแห่งการมีอยู่ทั้งหมดของเขา เขาเข้าสู่สภาวะจำศีลแห่งความตายจอมปลอม เขาพยายามปกปิดตัวเองให้ดีที่สุด
ทันใดนั้น ตาของบรรพชนทลายสวรรค์ก็เปิดออก เขาสาปแช่งด้วยความขุ่นเคือง “เจ้าจะไม่จากไปใช่หรือไม่ ? ” ด้วยเหตุนี้เขาจึงหายตัวไปจากอุกกาบาต
บูม ! ทันทีที่เขาหายตัวไป มิติก็ระเบิดอย่างรุนแรงราวกับโลกถูกทำลาย ภาพที่เห็นนั้นตกตะลึงอย่างยิ่ง มิติภายในหลายพันล้านกิโลเมตรถูกลดลงเป็นความมืดในชั่วพริบตาเดียว อุกกาบาต นับไม่ถ้วนกระจัดกระจายไปที่นั่น รวมทั้งดาวเคราะห์จำนวนมาก ทั้งหมดระเบิด กลายเป็นฝุ่น
พลังงานพลุ่งพล่านควบแน่นในมิติที่ถูกทำลาย หลังจากนั้นไม่นาน ฝ่ามือขนาดใหญ่ก็พุ่งออกไปพร้อมกับวิถีของโลกที่ล้อมรอบมัน
เมื่อมือขยับลงมา ระบบของโลกนับไม่ถ้วนดูเหมือนจะถูกรบกวน และดูเหมือนว่ากฎใหม่จะถูกสร้างขึ้น ด้วยเหตุนี้ วิถีต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นต้นกำเนิดของมิตินั้นจึงถูกเขียนใหม่ กฎให หม่ถือกำเนิด ระบบใหม่ และวิถีใหม่
การฟาดฝ่ามือดูเหมือนเป็นผู้ตัดสินจากสวรรค์ที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่รู้จบ
บรรพชนทลายสวรรค์ปรากฏตัว ใบหน้าของเขาบูดเบี้ยว เขาโยนโล่ออกมาด้วยการแกว่งมือของเขา
บูม ! มือของพลังงานกระแทกเข้ากับโล่ และโล่วัตถุเทพคุณภาพสูงก็ระเบิดออกทันทีพร้อมกับเสียงดังกึกก้อง มันพุ่งออกไปทุกทิศทุกทางราวกับเศษกระสุนนับไม่ถ้วน
บรรพชนทลายสวรรค์ใช้โอกาสนี้เพื่อล่าถอย เขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ ก้าวข้ามพันล้านกิโลเมตรด้วยแสงวูบวาบ
“อี้ซิน เจ้าไล่ตามข้ามาหลายศตวรรษแล้ว หญิงบ้า พอได้แล้ว หรือเจ้ายังต้องการอะไรอีก ? ” บรรพชนทลายสวรรค์ปะทุด้วยคำสาปอย่างโกรธจัด คราวนี้เขาบ้าไปแล้วจริง ๆ ในช่วงหลายปีที่ เขาถูกไล่ล่า เขาได้หลบหนีไปทั่วโลกเซียน ถึงตอนนี้ ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงทั้งหมดในโลกเซียนรู้ดีเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ซึ่งเขาซึ่งเป็นบรรพชนทลายสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่กำลังถูกตามล่า นี่ เป็นเรื่องน่าอายอย่างยิ่งต่อขั้นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 9 ใด ๆ
บรรพชนทลายสวรรค์สาปแช่งเสียงดัง แต่เขาไม่ได้ช้าลงเลยในขณะที่เขาหนี เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ ในแต่ละลมหายใจครอบคลุมระยะทางหลายพันล้านกิโลเมตร ดวงดาวนับไม่ถ้วนกลายเป็นแสงระยิบระยับขณะที่มันถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในระดับการบ่มเพาะเดียวกันกับเขาจะยังไม่สามารถลงไปที่ใดก็ได้ด้วยความคิดเดียวที่เหมือนกับราชันย์ของโลก เขาก็ไม่ได้เชื่องช้าอย่างแน่นอน
“ส่งมอบเศษเสี้ยววิญญาณของอาวุโสเส้นทางโบราณมา ! ” องค์หญิงใหญ่แห่งพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงไล่ตามเขาอย่างไม่ลดละ เมื่อเทียบกับสภาพที่น่าเศร้าของบรรพชนทลายสวรรค์ นางดูสงบเส สงี่ยมกว่ามาก เสื้อผ้าสีขาวของนางหรูหรา และท่าทางของนางก็เหนือกว่าเหมือนสาวสวรรค์จากโลกนี้ นางทรงพลังอย่างมาก ไม่เคยพ่ายแพ้
“ข้าบอกเจ้าไปกี่ครั้งแล้ว ? ข้าไม่มีเศษเสี้ยววิญญาณของจอมปราชญ์สูงสุดเส้นทางโบราณ องค์หญิงบ้า เจ้าต้องการให้ข้าทำเช่นไร เจ้าจึงจะเชื่อข้า ? ” บรรพชนทลายสวรรค์หนีไปอย่างน่าเว วทนาขณะที่เขากัดฟัน
เขาได้รับบาดเจ็บอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้ แม้แต่พลังแห่งการมีอยู่ของเขาก็ยังดูไม่เป็นระเบียบ
อี้ซินไม่พูดอะไรอีก นางไล่ตามเขาด้วยความเร็วสูงสุดจากด้านหลัง
“ไล่ตามข้าต่อไป ไล่ล่าข้าต่อไป ข้าอยากจะเห็นว่าว่าเจ้าจะไล่ตามข้าได้นานแค่ไหน อี้ซิน ข้าอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า แต่เราทั้งคู่อยู่ที่ชั้นสวรรค์ที่ 9 ถ้าข้าต้องการหนี ล ลืมไปได้เลยว่าจะจับข้าได้” บรรพชนทลายสวรรค์ยอมรับสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา ด้วยทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ เขาได้รับความอับอายขายหน้าอย่างที่สุดแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดท ที่เขาจะรู้สึกหมดคุณค่าในตัวเองด้วยสิ่งนี้
แต่ในขณะนั้น ร่างของบรรพชนทลายสวรรค์ก็แข็งทื่อขึ้นในทันใด แม้แต่การแสดงออกของเขาก็หยุดนิ่ง
ดูเหมือนเขาจะได้เรียนรู้ข่าวที่น่าสะพรึงกลัวอย่างฉับพลัน ในทันใด ดวงตาของเขาหรี่ลงทันทีขณะที่ความรู้สึกเย็นชาเกาะแน่นในใจอย่างควบคุมไม่ได้
บรรพชนทลายสวรรค์หยุดหนี สีหน้าของเขากลับกลายเป็นอัปลักษณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ หันกลับมาและเผชิญหน้ากับอี้ซินที่เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว สายตาของเขาดูน น่ากลัวมาก เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความขุ่นเคืองอย่างสุดซึ้ง
“จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตายังมีชีวิตอยู่หรือ ? ” บรรพชนทลายสวรรค์กล่าวว่าด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด
ด้วยเหตุนี้ อี้ซินจึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะโจมตีบรรพชนทลายสวรรค์ นางลอยอยู่ในทะเลแห่งดวงดาวด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้อารมณ์ นางใช้คำพูดให้น้อยที่สุด “ถูกต้อง ! ”
เมื่อได้รับการยืนยัน ใบหน้าของบรรพชนทลายสวรรค์ก็มืดลงทันทีจนกลายเป็นสีดำสนิท เขาอ้าปากราวกับว่าเขากำลังพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างติดอยู่ใน ลำคอของเขา ทำให้เขาไม่สามารถพูดอะไรได้
ความเกลียดชังในตัวเขาเพียงพอแล้วที่จะระเบิดสวรรค์ เขาถูกล่อลวงให้เผาโลกและทั้งจักรวาลรอบตัวเขา แท้จริงแล้วความโกรธและความเกลียดชังที่มากเกินไปทำให้เขาสูญเสียความสงบโดยตรง ร่างกายของเขาสั่นอย่างรุนแรงขณะที่ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวอย่างมาก
เขาคำรามอยู่ข้างในว่า “จอมปราชญ์สูงสุดนัตตายังมีชีวิต เหตุใดเจ้าไม่บอกข้าก่อนหน้านี้ ? ถ้าเจ้าบอกข้าก่อนหน้านี้ ข้าก็คงไม่จำเป็นต้องหนีข้ามโลกเซียนมาเป็นเวลาหลายศตวรรษในลั กษณะที่น่าอับอายเช่นนี้ หากข้ารู้ว่าจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตายังมีชีวิตอยู่ ข้าคงให้เศษเสี้ยววิญญาณของอาวุโสเส้นทางโบราณแก่เจ้าไปนานแล้ว”
บรรพชนทลายสวรรค์ไม่ได้พูดความคิดเหล่านี้ เขานิ่งอยู่ที่นั่นชั่วขณะหนึ่ง ยึดถือความคิดทั้งหมดเหล่านี้ไว้ ในที่สุดเขาก็พูดออกไปประโยคเดียว “หรือว่าเจ้าแค่พยายามเล่นตลกกับข้า ? ”
ประโยคที่เรียบง่ายนี้ดูเหมือนจะอธิบายความขุ่นเคืองและความอัปยศทั้งหมดที่บรรพชนสวรรค์รู้สึกอยู่ภายในใจ เดิมทีเขาคิดว่าองค์หญิงใหญ่แห่งพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงเดาได้เพียงว่ าเศษเสี้ยววิญญาณของอาวุโสเส้นทางโบราณอยู่ในความครอบครองของเขาผ่านเบาะแสบางอย่าง ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงปฏิเสธอย่างฉุนเฉียว เขาพยายามหลอกล่อหาทางออก
ตอนนี้เขาเพิ่งตระหนักว่าจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาได้เรียนรู้ว่าเขาครอบครองเศษเสี้ยววิญญาณของอาวุโสเส้นทางโบราณมานานแล้ว
เป็นเรื่องน่าขบขันที่คิดว่าเขาพยายามหนีมาหลายศตวรรษเหมือนตัวตลกภายใต้การเฝ้าดูของจอมปราชญ์สูงสุด ซึ่งทำให้บรรพชนทลายสวรรค์รู้สึกโกรธและขุ่นเคืองอย่างเต็มที่
จอมปราชญ์สูงสุดคล้ายกับวิถีแห่งสวรรค์ พวกเขาสามารถลงไปที่ใดก็ได้ในโลกเซียนโดยการออกคำสั่งด้วยความคิด
ในสายตาของจมปราชญ์สูงสุด ไม่ว่าโลกเซียนจะกว้างใหญ่เพียงใด ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคสำหรับพวกเขา
สำหรับจอมปราชญ์สูงสุด ไม่ว่าเขาจะหนีไปได้เร็วแค่ไหน มันก็ไร้ประโยชน์
ผลที่ได้คือไม่ต้องบอกเลยว่าบรรพชนทลายสวรรค์ซึ่งหลบหนีมาเป็นเวลาหลายศตวรรษรู้สึกอย่างไรหลังจากรู้ว่าจอมปราชญ์สูงสุดนัตตายังมีชีวิตอยู่
“ส่งมอบเศษเสี้ยววิญญาณของอาวุโสเส้นทางโบราณมาให้ข้า ! ” อี้ซินพูดประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง น้ำเสียงของนางยังเย็นชาเหมือนเดิม
บรรพชนทลายสวรรค์จ้องมองอี้ซินด้วยความขุ่นเคืองอย่างที่สุด ฟันของเขาส่งเสียงดังเอี๊ยดจากการกัดฟันอย่างรุนแรง แต่คราวนี้เขาไม่พูดอะไรเลย เขาแกว่งมือและโยนสิ่งของออกมาก่อน จะจากไปในทันที
อี้ซินยื่นมือออกมาและจับสิ่งที่บรรพชนทลายสวรรค์โยน เมื่อตรวจสอบและสัมผัสอย่างระมัดระวัง ในที่สุดนางก็ผ่อนคลายและพูดราวกับว่าภาระหนักถูกยกขึ้นจากบ่าของนาง “ในที่สุดเศษเสี ยววิญญาณของอาวุโสเส้นทางโบราณก็ตกอยู่ในมือของข้า”