เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3042: เข้าใจถึงวิถีปรุงยา
ตอนที่ 3042: เข้าใจถึงวิถีปรุงยา
เจี้ยนเฉินกลับไปที่เผ่ากระเรียนสวรรค์ คราวนี้จิตใจเขาฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์ เขาได้ปรับตัวเองให้อยู่ในสภาพพร้อมที่สุด ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจียงหยางหมิงเยว่นั้นไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อเขาเลยแม้แต่น้อย
ไม่กี่วันที่ผ่านมามันทำให้เขาเศร้าใจ แต่ก็ทำให้เขามองเห็นสิ่งต่าง ๆ มากมายและภาระจำนวนมากของเขาก็ถูกวางลง ตอนนี้เขาสงบลงแล้ว
บนยอดเขาหิมะทะยานของเผ่ากระเรียนสวรรค์ ในห้องหลอมยา เจี้ยนเฉินก็ได้เห็นบรรพชนหลานอีกครั้งและพูดถึงคำขอของเขาที่ต้องการจะทำความเข้าใจของวิถีปรุงยาอีกครั้ง
คราวนี้ บรรพชนหลานไม่ได้ปฏิเสธเขา นางเห็นด้วยกับคำของของเจี้ยนเฉินอย่างมีความสุขและพูดว่า “เพียงแค่อยู่ที่นี่และการเข้าใจถึงวิถีหลอมยาอย่างสงบ เจ้าไม่จำเป็นต้องใช้ตัวตนของเ เหอเถียนฉีอีกต่อไป”
“ขอรับ บรรพชน ! ”
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินก็ทิ้งความคิดฝุ้งซ่านออกไปทั้งหมดและอยู่บนยอดเขาหิมะทะยานอย่างสบายใจ ทำความเข้าใจถึงวิถีหลอมยาและไม่ต้องสนใจอย่างอื่น
เขาได้จัดการเรื่องของพี่สาวของเขาแล้ว ในขณะที่ชะตากรรมของนางฟ้าเฮายู่ก็ยังไม่รู้ดีนัก สิ่งเดียวที่เหลือสำหรับเจี้ยนเฉินที่จะทำบนที่ราบน้ำแข็งขั้วโลกคือการหลอมยา
ยิ่งไปกว่านั้น การทำความเข้าใจถึงวิถีปรุงยา ทำให้วิถีปรุงยาของเจี้ยนเฉินยกระดับเพิ่มขึ้นไปอีกมาก
เขาจำเป็นต้องหลอมหญ้าราชาเทพคุณภาพสูงให้เป็นยาเม็ดราชาเทพด้วยตัวเอง จากนั้นเขาต้องการนำมันเข้าไปยังโลกดาวทมิฬในปริมาณมาก ๆ เพื่อที่เข้าจะได้รับแก่นโลหิตจอมปราชญ์ 10 หยด จากเผ่าดาวทมิฬ
สำหรับเจี้ยนเฉินในตอนนี้ นั่นเป็นทางลัดเดียวสำหรับเขาที่จะปลดผนึกของโถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลด้วยพลังของเขาเอง
“เจี้ยนเฉิน เจ้าไม่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการปรุงยา ดังนั้นหากเจ้าอยากจะหลอมยา เจ้าจะต้องเริ่มจากพื้นฐาน ข้าจะสอนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการหลอมยาให้กับเจ้าก่อน” บรรพชนหลานพู ดช้า ๆ นางยื่นนิ้วออกมาและข้อมูลจำนวนมากก็ไหลเข้าสู่จิตใจของเจี้ยนเฉินทันที
แม้ว่าจะเป็นเพียงพื้นฐานเกี่ยวกับวิถีหลอมยา แต่ความรู้พื้นฐานที่บรรพชนหลานมอบให้เจี้ยนเฉินนั้นมากมายนัก เห็นได้ชัดว่ามันมากเกินกว่านิกายปรุงยาหลายแห่งในโลกเซียน เมื่อดู จากความสำเร็จของบรรพชนหลานกับวิถีปรุงยา แม้แต่การบ่มเพาะของเจี้ยนเฉินในตอนนี้ก็ต้องใช้เวลาจำนวนมากเพื่อย่อยความรู้ทั้งหมด
เจี้ยนเฉินนั่งลงกลางอากาศโดยไม่รู้ตัวและหลับตาลง เขาเริ่มดูดซับความรู้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขารู้สึกว่าความรู้พื้นฐานที่บรรพชนหลานมอบให้นั้นมากมายนัก มันมากมายจนท่วมท้นและแม้กระทั่งรายละเอียดที่มากกว่าสิ่งที่ปรมาจารย์หมึกครามรู้ในอดีต
1 ชั่วยามต่อมา ในที่สุดเจี้ยนเฉินก็ลืมตาขึ้น ในช่วงเวลานี้ เขาได้เข้าใจทุกอย่างเดียวกับการหลอมยาที่บรรพชนหลานมอบให้เขาอย่างสมบูรณ์ เขายังคุ้นเคยกับความรู้และวัสดุต่าง ๆ การผสมผสานและอื่น ๆ ที่เขาขาดคือ การฝึกฝนจริง ๆ
“เจ้าเข้าใจความรู้พื้นฐานอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าที่ข้าคาดไว้มาก ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีความสามารถค่อนข้างมากในวิถีปรุงยา” เสียงของบรรพชนหลานดังขึ้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย นางหยุ ดพูดก่อนที่จะพูดต่อไปว่า “เนื่องจากเจ้าคุ้นเคยกับความรู้พื้นฐานแล้ว เจ้าสามารถทดลองหลอมยาได้”
“ในโลกเซียน ทุกยุคทุกสมัย ทุกภูมิภาค หรือแม้แต่ทุกองค์กรปรุงยา มันมีชื่อและจำแนกออกมาแตกต่างกันมากมายสำหรับคุณภาพของเม็ดยา มันแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ทั้งสามระดับหลัก นี้เป็นชื่อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกปัจจุบัน”
“ข้าแบ่งอย่างนี้ ขั้นแรก เม็ดยาวิญญาณมักจะเป็นเม็ดยาที่มนุษย์และผู้บ่มเพาะเซียนรู้จัก ส่วน ขั้นสอง เป็น เม็ดยาเซียน โดยทั่วไปแล้วเม็ดยาเซียนนั้นแพร่หลายในหมู่ผู้บ่มเพ พาะเซียนขอบเขตตั้งต้นและขอบเขตเทพ”
“เม็ดยาเซียนของโลกเซียนเราคล้ายคลึงกับเม็ดยาอมตะในโลกอมตะ ! ”
“ขั้นที่สามคือ เม็ดยาเทพที่ผู้เชียวชาญขอบเขตตั้งต้นเท่านั้นที่สัมผัสได้ เม็ดยาเทพยังเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเม็ดยาระดับสูงสุดในบรรดาหกโลก เนื่องจากเม็ดยาที่เหนือกว่า าเม็ดยาเทพนั้นไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาตร์ที่ทั้งหกโลกรู้จัก”
“นี่เป็นวิธีหลอมเม็ดยาวิญญาณ ซึ่งรวมถึงเม็ดยาวิญญาณระดับต่ำ, กลาง , สูง, สูงสุด เจ้าสามารถเข้าใจได้ด้วยตัวเอง เมื่อเจ้าสกัดเม็ดยาวิญญาณระดับสูงได้ก็ค่อยมาหาข้า”
บรรพชนหลานได้ถ่ายทอดความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิถีปรุงยาให้กับเจี้ยนเฉิน ก่อนที่จะปล่อยให้เขาหลอมเม็ดยาด้วยตัวของเขาเอง
หลังจากออกจากห้องบรรพชนหลานแล้ว เจี้ยนเฉินก็พบเห็นสถานที่กว้างขวางบนยอดเขาหิมะทะยาน ก่อนที่จะนำโถงศักดิ์สิทธิ์วัตถุเทพคุณภาพต่ำออกมาและวางบนพื้นหิมะ เขาเข้าไปในโถงศกัดิ์สิ ทธิ์และเริ่มต้นหลอมเม็ดยาอย่างปลีกวิเวก
ภายในศาลาเทพ เจี้ยนเฉินนำแท่นหยกชะตาออกมา ทำความเข้าใจกับวิถีปรุงยาในขณะที่เขากลั่นเม็ดยาจิตวิญญาณ
เขาไม่ได้ขาดเตาหลอม เขามีเตาหลอมเม็ดยาที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันมากมายในแหวนมิติของเขา ของที่เขาได้รับมาทั้งหมดในชีวิตเขาจากการต่อสู้ในอดีต สำหรับทรัพยากรสวรรค์ในการหลอ อมเม็ดยา เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องกังวล เนื่องจากตัวตนของบรรพชนหลาน สุดยอดปรมาจารย์นักหลอมยาและระดับความร่ำรวยของเผ่ากระเรียนสวรรค์
การหลอมเม็ดยาระดับต่ำอย่างโอสถวิญญาณที่ไม่ได้สัมผัสกับกฏหลอม มันเน้นไปที่ความเข้าใจและความรู้เกี่ยวกับการหลอมยา เช่น การผสมผสานสมุนไพรและการควบคุมไฟ
ด้วยความรู้ที่เจี้ยนเฉินได้รับมาจนถึงตอนนี้ การหลอมเม็ดยา โอสถวิญญาณ นั้นไม่ได้ยุ่งยากนัก หลังจากที่ล้มเหลวหลายครั้งและใช้ทรัพยากรสวรรค์ระดับต่ำจนหมด เขาก็สามารถหลอมเม็ดยา าจิตวิญญาณขั้นสูงสุดประเภทต่าง ๆ ได้สำเร็จในเวลาเพียง 1 ปี
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินก็ไปเยี่ยมบรรพชนหลานอีกครั้งเพื่อเรียนรู้วิธีหลอมเม็ดยาระดับเซียน
เม็ดยาเซียน นั้นคล้ายคลึงกับเม็ดยาอมตะในโลกอมตะ ในขอบเขตของเม็ดยาเซียนนั้น ความยากของมันจะเพิ่มอีกเท่าทวี
นั่นเป็นเพราะการหลอมเม็ดยาเซียนจะกระทบกับกฏในการหลอมยา ไม่เพียงแต่หลอมยาเซียนที่ต้องใช้ทักษะที่เชี่ยวชาญ การผสมผสานและการใช้ทรัพยากรที่หลากหลาย ส่วนที่ยากที่สุดคือการห หล่อหลอมและกลั่นเม็ดยาเซียนแต่ละเม็ดด้วยกฏปรุงยา
“ถ้าข้าต้องการหลอมเม็ดยาเซียน ข้าต้องเข้าใจวิถีปรุงยาก่อน ระดับความเข้าใจเป็นตัวกำหนดคุณภาพของเม็ดยาเซียนที่หลอมได้” เจี้ยนเฉินคิด เขาสงบนิ่งราวกับน้ำในบึง ในขณะที่เขาน นั่งบนแท่นหยกชะตา เขาทบทวนความรู้ทั้งหมดที่เกี่ยวกับวิถีปรุงยาที่บรรพชนหลานอธิบายให้เขาฟังอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าในการหลอมเม็ดยาของเขาช้าลง มันไม่ราบรื่นเหมือนตอนที่หลอมเม็ดยาจิตวิญญาณ
เมื่อไม่นานนี้ เผ่ากระเรียนสวรรค์ก็ไม่ได้เงียบเป็นพิเศษ เนื่องจากสิ่งใหญ่ ๆ อาจส่งผลต่อชะตากรรมทั้งหมดของเผ่าในระดับหนึ่งที่กำลังคลี่คลายในขณะนี้
ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะผู้นำคนปัจจุบันของเผ่ากระเรียนสวรรค์ที่ประสบความสำเร็จในการเป็นขั้นบรรพกาลและก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุด
ตามธรรมเนียมของเผ่ากระเรียนสวรรค์ การเป็นผู้นำเผ่านั้นโดยปกติจะเป็นหน้าที่ของขั้นอสงไขย เมื่อพวกเขาทะลวงเข้าสู่ขั้นบรรพกาล พวกเขาจะสละตำแหน่งทันทีและหลบอยู่หลังฉาก
ตอนนี้ เผ่ากระเรียนสวรรค์อยู่ในข่วงเวลาที่อ่อนไหว ซึ่งผู้นำคนใหม่เข้ามาแทนคนเก่า
แม้ว่าบรรพชนทั้งสามจะเหนือกว่าคนอื่น ๆ ในเผ่ากระเรียนสวรรค์และมีความสามารถในการตัดสินชะตากรรมของเผ่า แต่บรรพชนทั้งสามแทบไม่เคยจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ ด้วยเหตุนี้ ผู้นำเผ่าจึ งมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องต่าง ๆ และการตัดสินใจขั้นพื้นฐาน
ผู้นำเผ่ามีความสามารถในการระดมทรัพยากรจำนวนมากและกองกำลังของเผ่ากระเรียนสวรรค์ก็ต้องรับคำสั่งจากเขา
ผลก็คือตำแหน่งผู้นำเผ่าก็ได้กลายเป็นสัญลักษญ์ของอำนาจในเผ่ากระเรียนสวรรค์
ตอนนี้ เรื่องที่ว่าใครจะเป็นผู้นำเผ่ากระเรียนสวรรค์คนต่อไป ได้กลายเป็นหัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในเผ่า มันนำไปสู่ผู้อาวุโสสูงสุดจำนวนมากภายในเผ่ากระเรียนสวรรค์ มีการรวมตัวและก การโต้เถียงกันอย่างดุเดือด