เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3051: การเคลื่อนไหวของที่ราบรุ่งโรจน์
ตอนที่ 3051: การเคลื่อนไหวของที่ราบรุ่งโรจน์
“เฮ้อ เกือบทศวรรษผ่านมาแล้ว แต่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาก็ยังไม่อาจฆ่าลมที่น่านับถือได้ อย่าบอกข้านะกว่าแม้แต่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาก็ยังไม่อาจทำให้เขาสำนึกได้ ? ” หอคอยกระดูกลอยอยู่ตามลำพังในมิติที่ไม่รู้จักของโลกเซียน เด็กไร้หัวใจเดินไปรอบ ๆ บนยอดหอคอยกระดูกด้วยความรำคาญ เขาเต็มไปด้วยความกังวล
“ไร้หัวใจ ผ่านไปเพียงไม่กี่ปี ความอดทนของเจ้าก็หมดลงแล้วหรือ ? ” ด้านหน้าเขา ภาพลวงตาของผู้นำพรรคกระดูกโอฬารยังคงสงบและใจเย็น
“แต่ละวันที่ลมที่น่านับถือยังคงมีชีวิตอยู่ มันจะเป็นอีกวันที่ข้าไม่สบายใจ หลายปีมาแล้วตั้งแต่ที่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตากลับมา แต่ก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ จากจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาเลย ยิ่งเรารอนานเท่าไหร่ ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเท่านั้น” เด็กไร้หัวใจกระสับกระส่ายอย่างมาก เขาใกล้จะสูญเสียความเยือกเย็นแล้ว
ผู้นำพรรคกระดูกโอฬารครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดอย่างช้า ๆ ว่า “ถ้าอย่างนั้น ให้ข้าถามเจ้าว่าเจ้าทำพลาดหรือไม่ในระหว่างการส่งเจี้ยนเฉินไปหาลมที่น่านับถือตามแผนของปรมาจารย์หมึกครามบนดาวเคราะห์เทียนหมิง ? ”
“ไม่ ไม่แน่นอน เหนือสิ่งอื่นใด เรื่องนี้มีความสำคัญยิ่ง ดังนั้นข้าจะทำพลาดได้อย่างไร กระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในตอนนั้นได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบด้วยตัวของข้าเอง ข้ายังเป็นตัวดำเนินการนี้ด้วยตัวข้าเอง ดังนั้นข้าสามารถรับประกันได้เลยว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ “เด็กไร้หัวใจพูดอย่างมั่นใจมากก่อนที่จะพูดต่อว่า “และไม่นานหลังจากที่เจี้ยนเฉินจากไป พลังของลมที่น่านับถือได้ข้ามมิติมาฆ่าปรมาจารย์หมึกครามอย่างไร้ความปราณี”
“พี่ใหญ่ เมื่อท่านเข้าใจท่าทีของลมที่น่านับถือแล้ว ท่านคิดว่าเขาจะฆ่าอัครสูงสุดด้วยเรื่องแบบนี้หรือไม่ ? ”
ผู้นำพรรคกระดูกโอฬารส่ายหัวไปมา “ลมที่น่านับถือนั้นมีจิตเมตตา เขาไม่ได้ก่อกรรมหรือทำบาปใด ๆ เขาแทบไม่เคยฆ่าใครเลย อย่างมากก็แค่ทำร้ายคนเหล่านั้นเพื่อเป็นการลงโทษ”
เด็กไร้หัวใจพูดว่า “แต่ในตอนนั้น พลังของลมที่น่านับถือนั้นทรงพลังมาก มากจนสามารถสังหารอัครสูงสุดขั้นต้นได้อย่างง่ายดาย สำหรับลมที่น่านับถือ ถ้าเขาจะทำอย่างนั้น พูดได้เพียงว่าเขายังคงอยู่ในสภาวะฟั่นเฟือน ในสถานะนั้นเขาไม่รู้จักใครเลย สิ่งเดียวที่ครอบงำจิตใจของเขาคือการสังหาร ดังนั้นเขาจะไว้ชีวิตเจี้ยนเฉินที่พยายามขโมยผลลือดศักดิ์สิทธิ์แห่งวิถีได้อย่างไร ? ”
“นั่นเป็นเหตุผลที่ข้ามั่นใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเลย ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเรา”
ผู้นำพรรคนั่งอย่างเฉยเมนและพูดอย่างไม่สนใจว่า “ในเมื่อไม่มีข้อผิดพลาด มันก็ไม่ต้องผิดพลาดในเรื่องนี้ เด็กไร้หัวใจ ฟังพี่ก่อน ตั้งสติและรออย่างอดทน การเดิมพันนานนับทศวรรษที่เจ้าจัดการไว้ก่อนหน้านี้ยังไม่จบ”
เห็นได้ชัดว่าคำพูดของผู้นำพรรคไม่เพียงพอที่จะปลอบโยนเขา เด็กไร้หัวใจหยุดเดินรอบ ๆ และอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “พี่ใหญ่ ข้าอาจจะไปดูที่ซ่อนของลมที่น่านับถือด้วยตัวเอง เผื่อว่าจะมีอุบัติเหตุที่เกินความคาดหมายขึ้น”
ผู้นำพรรคก็ตัวแข็งทื่อทันทีและตอบด้วยน้ำเสียงก้าวร้าว “ไม่ ไม่แน่นอน มันง่ายมากสำหรับเจ้าที่จะทิ้งร่องรอยไว้หากเจ้าทำอย่างนั้น ท้ายที่สุด จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาก็ยังอยู่ในโลกนี้ เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าเขาจับตาดูลมที่น่านับถือหรือไม่ ถ้าเจ้าไปตอนนี้ เจ้าจะไม่สามารถหลอกจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาได้ แม้ว่าเจ้าจะซ่อนตัวเองจนสุดความสามารถ เมื่อเจ้าทิ้งร่อยรอยไว้หรือเบาะแสไว้ ทั้งหมดนี้ก็จะย้อนกลับมาหาเรา”
“ไร้หัวใจ เจ้าเพียงแค่รออย่างอดทน ยิ่งสถานการณ์มีความสำคัญมากเท่าไร เจ้าก็ต้องมีความอดทนและใช้สจิปัญญาระดับมากขึ้นเท่านั้น เจ้าไม่อาจสูญเสียความสงบของเจ้าได้ เจ้าจะทุ่มหินทับเท้าตัวเองเมื่อเจ้าทำอย่างนั้นโดยไม่ตั้งใจ”
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ผู้นำพรรคพูดแบบนั้น วิถีในโลกเซียนก็กลายเป็นความวุ่นวายทันที พลังแห่งการมีอยู่อันทรงพลังมากมายกระจายไปทั่วทั้งมิติในโลกเซียน
พลังแห่งการมีอยู่ทำให้ผู้นำพรรคและเด็กไร้หัวใจหรี่ตาลงทันที ทั้งสองจ้องมองไปยังมิติใดมิติหนึ่ง และสายตาของพวกเขาค่อย ๆ เบิกกว้างทันที มันเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
“มันมาจากที่ราบรุ่งโรจน์ มันมาจากที่ราบรุ่งโรจน์ พี่ใหญ่ รู้สึกได้หรือไม่ ? จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตามีการตอบกลับ ในที่สุด จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาก็ตอบสนอง ! ” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันทำให้เด็กไร้หัวใจเชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่าง ความกังวลที่ตรึงอยู่บนใบหน้าของเขาหายไปทันทีและเขาก็เดินไปรอบ ๆ ที่นั่นอย่างตื่นเต้น
ผู้นำพรรคก็ยืนขึ้นเช่นกัน เขาพูดอย่างอารมณ์ดี “ในที่สุดก็มีการเคลื่อนไหวของจอมปราชญ์สู
สุดอนัตตาหลังจากที่สงบเงียบมาหลายปี ในที่สุดก็ได้ตื่นขึ้น เมื่อดูจากพลังแห่งการมีอยู่ที่หนักหน่วงแล้ว ในที่สุด จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาก็ต้องพบว่าผลวิถีของเขาถูกทำลายลงและเต็มไปด้วยความเดือดดาลอย่างมาก มาดูกันว่าจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาจะจัดการกับลมที่น่านับถืออย่างไร”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ว่าจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาจะทำอย่างไรกับลมที่น่านับถือ เขาต้องทำอย่างนั้น เรารอวันนี้มานานเกินไปแล้ว” เด็กไร้หัวใจหัวเราะลั่น
“ใช่ ลมที่น่านับถือมักจะมีจิตใจหนักแน่นราวกับภูเขา เขาเป็นภัยร้ายแรงต่อเราตลอดเวลา ทำให้เราไม่อาจสงบจิตใจได้เลย ตอนนี้เขากำลังจะตาย ในที่สุด ในที่สุดก็มาถึงวันนี้” ผู้นำพรรคพึมพำ
เด็กไร้หัวใจยื่นมือไปทางผู้นำพรรคและยิ้ม “ยังไม่ถึงทศวรรษ พี่ชาย ท่านแพ้แล้ว นั่นคือสิ่งที่ท่านจะต้องรู้ ท่านไม่อาจใช้วิธีนี้โกงได้”
เพียงการโบกมือ ผู้นำพรรคก็หยิบขวดหยกขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากแหวนมิติของเขา “ข้าใช้วัสดุระดับเทพหลายร้อยชนิดในการกลั่นสุราเทพสวรรค์ทมิฬขวดนี้ ข้าเก็บมันไว้เป็นสิบล้านปีแล้ว ปกติข้าเองก็ไม่สามารถที่จะเอาตัวเองให้ดื่มได้ เจ้าจะไม่ได้รับอีกเมื่อเจ้าทำสำเร็จอีกครั้ง”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้ามักจะมองว่าสุราเทพสวรรค์ทมิฬเป็นสมบัติ พี่ชาย การได้มันสักจอกนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นของข้าทั้งหมด” เด็กไร้หัวใจตื่นเต้นมาก เขาเติมเทลงจอกสองจอกทันทีและส่งให้ผู้นำพรรคหนึ่งจอก “พี่ชาย สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปก็เพียงพอแล้วที่จะถูกบันทึกไว้ในพรรคกระดูกโอฬารของเรา เนื่องจากมันเป็นช่วงเวลาพิเศษที่สามารถเขียนชะตากรรมของพรรคกระดูกโอฬารของเราได้ เราสองคนควรได้ลิ้มลองสุราเทพสวรรค์ทมิฬ ขณะที่เรากำลังซาบซึ้งอย่างเงียบ ๆ ว่าลมที่น่านับถือจะพบกับจุดจบของเขาอย่างไร”
“ฮี่ฮี่ฮี่ จริง จริง”
ในขณะนี้ ท้องฟ้าเหนือที่ราบรุ่งโรจน์นั้นเต็มไปด้วยสีทองพร่างพราว พลังแห่งการมีอยู่มหาศาลแผ่ออกไป ผู้ฝึกฝนทุกคนบนที่ราบรุ่งโรจน์ก็คุกเข่าลงบนพื้นด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มที่ แม้แต่บรรพชนอัครสูงสุดขององค์กรระดับสูงสองสามแห่งก็โผล่ออกมาจากการบ่มเพาะที่เงียบงัน ต่างก็โค้งคำนับไปที่พระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงด้วยความตื่นเต้น
นั่นก็เพราะว่าวันนี้เป็นครั้งแรกที่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาได้ปรากฏต่อหน้าทุกคนอีกครั้งนับตั้งแต่หายสายสูญไปเมื่อสามล้านปีก่อน !
ณ ใจกลางที่ราบรุ่งโรจน์ จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาถูกห่อหุ้มด้วยพลังของวิถี ขณะที่ร่างของเขาพร่ามัวและลอยอยู่ในอากาศ
พระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงที่อยู่ใต้จอมปราชญ์สูงสุดก็ส่องประกายด้วยแสงที่มองไม่เห็นเช่นกัน แสงนั้นสว่างมากเสียจนไม่เพียงแต่จะห่อหุ้มที่ราบทั้งหมดเท่านั้น แต่ยังไปถึงอวกาศอันไกลโพ้นอีกด้วย ดังนั้นทั้งที่ราบจึงดูเหมือนกับเป็นดวงอาทิตย์ที่แผดเผ่ในจักรวาลมืดสว่างไสวด้วยสีสัน
พลังที่น่ากลัวที่หลบใหลอยู่ในพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้กำลังตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังมหาศาลอย่างแท้จริงในฐานะวัตถุเทพราชันย์
“เหนือสวรรค์ ถีงเวลาแล้วที่พวกเราจะออกเดินบนเส้นทางไปหาน้ำตาโลหิตเพื่อฟื้นฟูบาดแผลของเขา” เสียงจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาดังขึ้นโดยตรงกับผู้คนในที่ราบเหนือสวรรค์และหูของจอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิต