เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3094 : เงื่อนไข
ตอนที่ 3094 : เงื่อนไข
เวลาผ่านไปช้า ๆ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนก่อนที่เจี้ยนเฉินซึ่งหมดสติไปจะตื่นขึ้นมา
ตอนที่เขาตื่นขึ้นมานั้น เขารู้สึกราวกับว่าหัวเขากำลังจะระเบิด ความเจ็บปวดแล่นไปที่หัวใจเขาราวกับว่าหัวใจเขาจะฉีกขาดออกจากกัน
ที่สะพานชีวิตนั้นวิญญาณของเขานั้นหายไปกว่า 2 ใน 3 ไม่ใช่แค่วิญญาณที่เสียหายอย่างหนัก แต่เขายังอ่อนแอกว่าเดิมด้วย
เจี้ยนเฉินข่มความเจ็บปวดและมึนในหัวแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น จากนั้นเขาก็พบกับวังขนาดใหญ่
“นี่มัน…พระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงรึ ? ” เจี้ยนเฉินพึมพำออกมาอย่างอ่อนแรง เสียงของเขาดูเหนื่อยล้า เขาพยายามนึกถึงฉากก่อนหน้านี้ก่อนจะจำได้ว่าเขาข้ามก้าวข้ามขั้นที่ 100 มาได้สำเร็จ
“ข้า…น่าจะข้าม…สะพานชีวิตมาได้” เจี้ยนเฉินพูดกับตัวเองด้วยเสียงขาด ๆ หาย ๆ เขาต้องหอบหายใจแทบในทุกคำพูด
“ไม่ ร่างกายของข้า…” ไม่นานเจี้ยนเฉินก็เหมือนรับรู้บางอย่างที่แปลกประหลาดได้ เขามองไปที่ร่างกายตัวเอง เมื่อเห็นว่าร่างกายยังอยู่ดี เขาก็หรี่ตาลงด้วยสีหน้าสับสนและเหลือเชื่อ
เขาจำได้ว่าร่างกายของเขาบาดเจ็บหนักภายใต้การโจมตีของกฎทั้งสอง ไม่ใช่แค่เขาพิการ แต่เนื้อและกระดูกของเขาก็ยังหายไปด้วย แม้แต่แขนของเขาก็ยังไม่เหลือ
แต่ตอนนี้ร่างกายเขายังอยู่ดี !
แน่นอนว่านี่แค่ภายนอก สภาพร่างกายเขาถือว่าเสียหายอย่างหนัก
ไม่ใช่แค่ร่างกายแต่สิ่งแรกที่เขาตระหนักได้คือเม็ดพลังบรรพกาลที่แตกออกนั้นกลับยังอยู่ดีเหมือนก่อน แต่มันเล็กลงกว่าเดิมอย่างมาก พลังบรรพกาลเองก็น้อยลงกว่าเดิมด้วย
การเปลี่ยนแปลงและผิดปกติเหล่านี้ทำให้เจี้ยนเฉินตกตะลึง
แต่ไม่นานเขาก็เหมือนคิดบางอย่างออก เขามองไปที่ด้านในห้องโถงและพบกับร่างที่รายล้อมไปด้วยแสงแห่งวิถี ร่างที่ราวกับพระเจ้าได้ปรากฏขึ้นในสายตาของเจี้ยนเฉิน
ไม่จำเป็นต้องบอก เจี้ยนเฉินก็รู้ว่าคนตรงหน้านี้เป็นใคร เขาพยายามลุกขึ้นจากพื้น การเคลื่อนไหวนี้ส่งผลต่ออาการบาดเจ็บในตัวทำให้เขาต้องเจ็บมากยิ่งขึ้น
เขาข่มความเจ็บปวดจากวิญญาณและร่างกาย ก่อนจะโค้งให้กับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา “ผู้น้อยเจี้ยนเฉิน ขอคำนับจอมปราชญ์สูงสุด ! ”
แต่เขาไม่ได้รับการตอบรับจากจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาเลยแม้แต่น้อย
“ผู้น้อยเจี้ยนเฉิน คำนับจอมปราชญ์สูงสุด ! ” เจี้ยนเฉินได้คำนับเป็นครั้งที่สอง
“ท่าน... ” เจี้ยนเฉินสับสน เขาไม่อาจจะคาดเดาความคิดของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาได้ เขาไม่รู้ว่าทำไมจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาถึงได้มองข้ามเขาไป ?
รึว่าเขามีตัวตนที่ต่ำต้อยเกินไปจนไม่อาจจะได้รับความสนใจจากจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา
แต่มันจริงที่ว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นน้อยนิดเกินไป ต่อหน้าจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา ที่เป็นตัวตนสูงสุดในโลกแล้ว เขาไม่ได้ต่างอะไรจากมดเลย
ตัวตนสูงสุดจะมาสนใจการทำความเคารพจากมดทำไมกัน ?
หลังจากที่คิดได้แบบนั้น เจี้ยนเฉินก็หยุดพูดไร้สาระต่อ เขาได้ดึงเอาโลงศพคริสตัลที่มีนางฟ้าเฮายู่นอนอยู่ออกมา ก่อนจะอ้อนวอนว่า “ผู้น้อยข้ามสะพานชีวิตมาได้เพื่อพบกับท่าน ข้ามีเรื่องจะขอรองท่าน ผู้น้อยหวังว่าท่านจะช่วยชีวิตสหายของข้า”
ครั้งนี้ จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาไม่ได้เงียบดังเดิม เขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสูงส่ง “บนสะพานชีวิตนั้น เจ้าได้ทนความเจ็บปวดที่น้อยคนนักจะทนไหว เจ้าได้ผ่านความท้าทายมามากมายที่คนทั่วไปไม่อาจจะทนได้ เจ้าเสี่ยงชีวิตตัวเอง เจ้าทำทั้งหมดเพื่อขอให้ข้าช่วยนางรึ ? ”
“เป็นอย่างที่จอมปราชญ์สูงสุดพูดมา ผู้น้อยรับการทดสอบมามากมายเพื่อช่วยนาง” เจี้ยนเฉินพูดขึ้น
จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาเงียบไปสักพักและเอ่ยว่า “เจ้าผ่านการทดสอบของสะพานชีวิตได้สำเร็จ เจ้ามีโอกาสจะพบข้า แต่แต่มันไม่ได้หมายความว่าคำขอของเจ้านั้นจะสมหวังตามที่เจ้าต้องการ”
“ผู้น้อยเข้าใจเรื่องนี้ ข้าแค่หวังว่าท่านจะมองความพยายามที่ข้าได้นำหอคอยอนัตตามาคืนและช่วยชีวิตสหายของข้า นางได้รับบาดเจ็บเพราะกฎแห่งไฟของเปลวเพลิงที่น่านับถือ นางเหลือพลังชีวิตเพียงน้อยนิด จอมปราชญ์สูงสุดเป็นคนเดียวที่ช่วยนางได้” เจี้ยนเฉินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงขมขื่น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ขอร้องใครแบบนี้
แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น มันเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของนางฟ้าเฮายู่ เขาต้องคว้าทุกโอกาสที่มี
“ไม่ว่าหอคอยนั่นจะอยู่ไหน แต่ข้าก็เอากลับมาได้แค่ใช้ความคิด ไม่มีใครจะหยุดข้าได้ เจ้าคิดจริง ๆ รึว่าข้าต้องการให้เจ้านำมันกลับมาคืน ? ” เสียงอันเย็นชาของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาดังขึ้นมา เขาไม่คิดจะไว้หน้าเจี้ยนเฉินเลย
เมื่อได้ยินแบบนั้น เจี้ยนเฉินก็พูดอะไรไม่ออก เขานิ่งไปสักพัก
แม้ว่าเขาจะรู้อยู่แล้วว่าเขาได้รับความดีความชอบในการคืนหอคอยอนัตตา แต่เขาอาจจะไม่ได้รับการยอมรับจาก จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา ยังไงซะความดีความชอบนี้ก็ถูกตั้งรางวัลขึ้นมาโดยองค์หญิงใหญ่ ไม่ใช่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา
แต่เขาไม่คิดเลยว่าการที่เขาผ่านความลำบากมามากมายและเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อคืนหอคอยอนัตตานั้นจะไร้ค่าในสายตาของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา
แต่เขาไม่คิดเลยว่าเขาได้พยายามอย่างมากและถึงกับเสี่ยงชีวิตตัวเอง ผลก็คือความพยายามทั้งหมดที่เขาทุ่มเทไปกลับกลายเป็นเรื่องไม่มีค่าในสายตาจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตางั้นรึ ?
เพราะเหตุผลนี้ ไคยะถึงกับตายเพราะฝีมือผู้อาวุโสภูผามหานที
ตอนนั้นเจี้ยนเฉินกลับรู้สึกเศร้าขึ้นมาในใจ
แต่ตอนนั้นเขาก็ต้องข่มความรู้สึกทั้งหมดที่มีในใจเอาไว้ เขาได้โค้งให้กับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาอีกรอบและขอร้องออกมา “ผู้น้อยขอใช้สมบัติหายากแลกกับความช่วยเหลือของจอมปราชญ์สูงสุด” ตอนนั้นเจี้ยนเฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากดึงเอาแท่นหยกชะตาออกมา
แท่นหยกชะตานี้หายากอย่างมาก มันคือสมบัติที่มีความสามารถในการปกปิดการรับรู้ทั้งหมด มีแค่ตาเปล่าเท่านั้นที่จะมองพวกเขาพบได้ ดังนั้นเขาเชื่อว่าแม้ว่าจะมีความสามารถในการมองทะลุทุกอย่างแต่อีกฝ่ายคงไม่รู้ว่าเขามีสมบัติอย่างแท่นหยกชะตาอยู่กับตัว
“นอกจากผลบรรพกาลแห่งวิถีและปราณบรรพกาลเก่าแก่ที่ได้มาจากมิติบรรพกาล ไม่มีสมบัติไหนในโลกที่เข้าตาข้าเลย ถึงเจ้าจะเอาวัตถุเทพราชันย์มา แต่ข้าก็ยังไม่สนใจ เพราะวัตถุเทพราชันย์นั้นไม่คู่ควรกับข้า มันไร้ประโยชน์”
“ไม่ว่าจะเป็นผลบรรพกาลแห่งวิถีรึปราณโกลาหลโบราณ มันต่างก็มีระดับสูงเหนือวัตถุดิบระดับเทพ เจ้ามีผลบรรพกาลแห่งวิถีกับปราณโกลาหลโบราณกับตัวรึ ? ” คำพูดของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาราวกับน้ำเย็นที่ราดใส่หัวเจี้ยนเฉิน มันได้ดับความหวังเขาไปทันที
จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาสนใจแค่ผลบรรพกาลแห่งวิถีและปราณโกลาหลโบราณรึ ? ไม่คิดเลยว่าเขาจะโดนปฏิเสธก่อนที่จะได้แสดงความสามารถของแท่นหยกชะตา