เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3096 : เหตุไม่คาดคิด (2)
ตอนที่ 3096 : เหตุไม่คาดคิด (2)
เพราะแบบนี้เขาจึงเรียกซูหรานมาด้วยและถึงกับขอความช่วยเหลือจากยอดฝีมือของพรรคกระดูกโอฬารเพื่อทำลายสำนักกลืนธารา แต่ถึงสำนักกลืนธาราจะโดนทำลายไป แต่ไคยะก็ไม่อาจจะกลับมาได้อีก
การตายของไคยะนั้นทำให้เจี้ยนเฉินเจ็บปวดมาโดยตลอด มันคือความรู้สึกผิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา
“ท่านพูดถึงไคยะเพราะท่านมีทางจะชุบชีวิตนางรึ ? ” เจี้ยนเฉินถามขึ้นมา เขารู้ว่าไคยะน่ะตายไปแล้ว นางได้หายไปจากโลกนี้แล้ว แต่คนตรงหน้าเขาเป็นศูนย์รวมของวิถีสวรรค์ จอมปราชญ์สูงสุดมีความสามารถเหนือทุกอย่าง ดังนั้นอีกฝ่ายก็อาจจะมีทาง
แม้ว่าเป้าหมายหลักของเขาในการเดินทางครั้งนี้ก็เพื่อช่วยนางฟ้าเฮายู่ แต่เขาก็ไม่คิดจะทิ้งโอกาสอันน้อยนิดในการชุบชีวิตไคยะกลับมาเช่นกัน
“ข้าเข้าใจกฎแห่งการสร้าง ดังนั้นข้าจึงสามารถสร้างทุกอย่างขึ้นมาได้ ตราบใดที่ข้าเต็มใจ ข้าก็สามารถสร้างคนที่เคยมีตัวตนขึ้นมาจากจิตที่หลงเหลืออยู่ รึจากความทรงจำที่เคยมี หรือแม้แต่ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลงเหลือได้” จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาพูดขึ้นมา
ตอนนั้นเจี้ยนเฉินกลับหวั่นไหวขึ้นมา สายตาที่ซึมเศร้าของเขากลับเป็นประกายขึ้นมาอีกครั้ง แต่ไม่นานเขาก็เหมือนนึกบางอย่างออกซึ่งทำให้เขาอึดอัดใจ เขาถามออกมาด้วยความกังวล “ข้าถามได้รึไม่ว่าเงื่อนไขในการชุบชีวิตไคยะเป็นผลบรรพกาลแห่งวิถีและปราณโกลาหลโบราณด้วยรึไม่ ? ”
“วิญญาณของเจ้ามีเส้นพลังบรรพกาลอยู่ซึ่งพิเศษอย่างมาก หากข้าต้องการวิญญาณของเจ้าครึ่งหนึ่งแลกกับโอกาสในการชุบชีวิตนาง เจ้าจะเต็มใจแลกเปลี่ยนรึไม่ ? ”
“เต็มใจ ข้าเต็มใจ ตราบใดที่ท่านชุบชีวิตไคยะขึ้นมาได้ แม้ว่าจะเอาวิญญาณของข้าไป 9 ใน 10 ส่วนก็ไม่เป็นไร นี่ไม่ต้องนับแค่ครึ่งเดียวเลย” ความสลดของเจี้ยนเฉินหายไปทันที เขาตกลงโดยไม่ลังเล เขาบอกได้ว่าจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตานั้นดูสนใจในวิญญาณของเขา
“วิญญาณของเจ้าส่วนหนึ่งได้พังทลายไปแล้ว มันไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ หากข้าเอาวิญญาณของเจ้าไปครึ่งหนึ่งในสภาพนี้ เจ้าก็จะรับผลกระทบอย่างหนักหน่วงและส่งผลกระทบร้ายแรง มันอาจจะส่งผลต่อเส้นทางการบ่มเพาะของเจ้าในอนาคต”
“เจ้าควรคิดให้ถี่ถ้วน เจ้าเต็มใจจะทำลายอนาคตตัวเองแลกกับคนที่จากไปแล้วรึ ? ”
“ข้าเต็มใจ ตราบใดที่ท่านยอมช่วยข้า ข้าพร้อมเสนอวิญญาณครึ่งหนึ่งให้กับท่านตอนนี้เลย” เจี้ยนเฉินพูดด้วยท่าทีหนักแน่น
จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาไม่ได้พูดอะไร ราวกับเขากำลังครุ่นคิด แต่ความเงียบนี้คือการทรมานเจี้ยนเฉิน เจี้ยนเฉินยืนรอคอยด้วยความอึดอัดและกังวล
เขาพบว่ามันเกินจริง เขามาพบกับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาเพื่อช่วยนางฟ้าเฮายู่ แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีหวังที่จะชุบชีวิตไคยะขึ้นมาได้
“ข้าสร้างคนที่จากไปจากความทรงจำและจิตที่หลงเหลือผ่านกฎแห่งการสร้างได้ แต่พวกเขาจะไม่ใช่คนเดียวกับคนที่จากไป อย่างมากก็เป็นร่างที่มีความทรงจำจากจิตและความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ แน่นอนว่าต้องมีความทรงจำบางส่วนที่หายไป มันจะดีกว่าจะที่จะปล่อยพวกเขาไปตามกาลเวลา ให้พวกเขาได้พักไปตลอดกาล” จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาถอนหายใจออกมาแล้วพูดต่อ “เจี้ยนเฉิน เมื่อเจ้าภักดีต่อสหายของเจ้าเช่นนี้ งั้นข้าจะช่วยเจ้าสักครั้ง ทิ้งสตรีข้างกายเจ้าเอาไว้ ส่วนเจ้าไปได้”
เจี้ยนเฉินลนลานขึ้นมา เขารีบป้องมือคำนับทันที “ขอบคุณท่านที่ช่วย แต่ข้ามีคำขอร้องอีกอย่าง ข้าเต็มใจจะเสนอวิญญาณครึ่งหนึ่งของข้า ข้าหวังว่าท่านจะช่วยชุบชีวิตไคยะขึ้นมาด้วยกฎแห่งการสร้าง แม้ว่านางจะไม่ใช่คนเดิมเหมือนแต่ก่อน แต่ข้าก็เต็มใจจะยอมรับผลลัพธ์นี้”
“นางจากไปแล้ว ทำไมเจ้าต้องดื้อด้านกับเรื่องนี้ด้วย ? เจ้าไปได้แล้ว” เสียงของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาดังขึ้นมา ทันทีที่เขาพูดจบ สายตาของเจี้ยนเฉินก็บิดเบี้ยวไป เขาโดนส่งออกมานอกพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงด้วยพลังที่มองไม่เห็น เขาได้ปรากฏตัวด้านนอกวัง เขาได้กลับมาที่จุดเริ่มต้นของสะพานชีวิต
โลงศพคริสตัลที่มีร่างของนางฟ้าเฮายู่ได้ถูกทิ้งไว้ที่ชั้นบนสุดของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง
เจี้ยนเฉินได้สิ่งที่เขาต้องการในการเดินทางมายังพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง เขาช่วยนางฟ้าเฮายู่ได้สำเร็จ
แต่เจี้ยนเฉินยังไม่พอใจ เขาไม่สนใจบาดแผลทางกายและวิญญาณของตน เขาใช้พลังทั้งหมดเพื่อลุกขึ้นยืนและเดินไปยังพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงอีกครั้งด้วยก้าวอันหนักหน่วง เขาได้อ้อนวอนออกมา “ข้าเต็มใจจะเสนอวิญาณครึ่งหนึ่งของข้าเพื่อแลกกกับการชุบชีวิตไคยะ”
“หากครึ่งหนึ่งยังไม่พอ ข้าเต็มใจจะใช้วิญญาณ 9 ใน 10 ส่วนรึทั้งหมด ข้าหวังว่ามันจะเพียงพอในการชุบชีวิตไคยะขึ้นมาได้”
เจี้ยนเฉินยังคงอดทนต่อบาดแผล เดินไปยังพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง เขาอยากเข้าไปในวังเพื่อพบกับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาอีกครั้ง
แต่ตอนที่เขาไปใกล้พระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง เขากับต้องพบกับพลังที่มองไม่เห็นที่มากซะจนแม้ว่าเขาจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แต่เขาก็ไม่อาจจะเดินหน้าต่อได้ นี่ไม่ต้องนับการอยู่ในสภาพบาดเจ็บเช่นตอนนี้เลย มันคือพลังของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง พลังอันน่ากลัวของจิตวัตถุ
“ตราบใดที่ท่านนำไคยะกลับมาได้ ข้าเต็มใจจะทำทุกอย่าง ข้าหวังแค่ว่านางจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง”
“แม้ว่านางจะไม่ใช่นางคนเดิม แม้ว่านางจะเป็นแค่ร่างกายที่มีความทรงจำและจิตที่หลงเหลืออยู่ของนาง แต่ข้าก็เต็มใจกับมัน”
เจี้ยนเฉินอ้อนวอนออกมา สายตาเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังและความต้องการ ระหว่างนั้นร่างของไคยะได้โผล่มาในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันทำให้เขาปวดใจอย่างมาก มันยิ่งทำให้เขาอยากชุบชีวิตนางกลับมา
“น้องชาย เจ้าออกมาแล้ว แต่เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากัน ? ” ตอนนั้นหมิงตงได้โผล่ออกมาจากพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง เมื่อได้ยินเจี้ยนเฉินพูดชื่อไคยะ เขาก็สับสนขึ้นมาทันที เจี้ยนเฉินมาที่นี่เพื่อช่วยนางฟ้าเฮายู่ไม่ใช่รึ ? ทำไมเขาถึงพูดถึงชื่อคนอื่นได้ ?
“อะ ..อา..อาจารย์ของเจ้าช่วยฟื้นคืนชีพไคยะได้ เขาทำให้ไคยะกลับมาได้ เขาเอาไคยะกลับมาได้” เจี้ยนเฉินทำตัวราวกับคนบ้า สายตาเขาเต็มไปด้วยความหวัง ใจของเขาสั่นไม่อาจจะควบคุมได้
เขาได้ความหวังในการชุบชีวิตไคยะกลับคืนมาจากจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา ความหวังอันน้อยนิดนี้ราวกับไฟในทุ่งหญ้า มันเริ่มเผาไหม้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนทั้งใจเขาเต็มไปด้วยไฟที่ลุกโชติเพียงพอจะเผาทั้งทุ่งหญ้าได้
“อะไรนะ ? อาจารย์ทำเช่นนั้นได้ด้วยรึ ? ” หมิงตงแปลกใจ “ข้าจะไปขออาจารย์เอง หวังว่าอาจารย์จะชุบชีวิตไคยะกลับมาเพื่อข้า” เมื่อพูดจบ หมิงตงก็ได้กลับไปยังพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงอีกครั้ง
แต่ไม่นานเขาก็กลับมาและพูดกับเจี้ยนเฉินด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “น้องชาย อาจารย์ของข้าบอกว่าหากเจ้าอยากจะให้คนตายกลับมา เจ้าก็ทำได้ด้วยตัวเองเมื่อเจ้าเข้าใจกฎแห่งการสร้างถึงระดับสูงสุด”
“ไม่ ไม่ อาจารย์ของเจ้าสนใจวิญญาณของข้า ข้าเต็มใจใช้วิญญาณของข้าแลกกับการชุบชีวิตไคยะ ข้าไม่สนเส้นทางบ่มเพาะในอนาคตว่าจะลำบากแค่ไหน ข้าไม่สนว่ามันจะส่งผลกระทบต่อข้าร้ายแรงแค่ไหน ตราบใดที่ไคยะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง งั้นข้าก็เต็มใจจะให้ทุกอย่างที่อาจารย์เจ้าต้องการ” เจี้ยนเฉินอ้อนวอนออกมาอย่างสิ้นหวัง ไคยะตายเพื่อจะช่วยเขา สำหรับเขาแล้ว ไคยะได้สละชีวิตตัวเองโดยไม่ลังเล แล้วทำไมเขาถึงทำแบบนั้นเพื่อนางไม่ได้ ?
บนชั้นบนสุดของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตายังอยู่ที่เดิมเช่นเคย เขานั่งอยู่ในอากาศไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ด้วยระดับการบ่มเพาะของเขาแล้ว เขาสามารถเห็นทุกอย่างในโลกเซียนได้ เขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้นด้านนอกพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง ?
เขาถอนหายใจออกมาและไม่ได้สนใจคำอ้อนวอนของเจี้ยนเฉิน กลับกันแล้ว เขาได้ดึงโลงศพของนางฟ้าเฮายู่ มาไว้ตรงหน้า
โลงศพนี้ทำมาจากวัสดุพิเศษ ค่ายกลอันแข็งแกร่งที่ครอบคลุมมันได้พังลงไปทันที หลังจากนั้นเศษคริสตัลทั้งหมดก็ได้โดนลบไปด้วยพลังอันน่ากลัวที่มองไม่เห็น มันไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นสักเม็ด มันได้ระเหยไปทันที นางฟ้าเฮายู่ลอยอยู่ในอากาศภายใต้พลังที่มองไม่เห็น
“ในอดีตก่อนที่ร่างกลับมาเกิดใหม่ของข้าจะตื่นขึ้นมา ข้าได้ติดหนี้บุญคุณเจ้า ข้าจะตอบแทนเจ้า” เสียงของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาดังขึ้นมา หลังจากนั้นเขาเหมือนไม่ได้ทำอะไร แต่พลังของกฎแห่งไฟในวิญญาณนางฟ้าเฮายู่กลับลอยออกมาเอง นี่คือพลังที่ทำให้โมเทียนหยุนและหัวหน้าพิรุณหมดหนทาง
ไฟดวงเล็ก ๆ นี้แต่กลับมีพลังกฎที่แข็งแกร่งอย่างมาก ระดับของกฎนั้นเพียงพอทำให้อัครสูงสุดทั่วทั้งโลกเซียนต้องหน้าซีด
กฎแห่งไฟนี้มีต้นกำเนิดมาจากอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 9
แต่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตากลับดึงพลังนี้ออกมาจากวิญญาณนางฟ้าเฮายู่ได้อย่างง่ายดาย หลังจากนั้นมันก็ค่อย ๆ ดับลงและหายไปกลายเป็นความว่างเปล่า
ตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาไม่ได้กระดิกแม้แต่นิ้ว มันราวกับว่าเขาแค่คิดก็จัดการช่วยจัดการปัญหาของนางฟ้าเฮายู่ได้
“จิตวิญญาณโถง พานางไปยังดินแดนต้นกำเนิด” เสียงอันเย็นชาของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาดังขึ้นมา
จิตวิญญาณวัตถุของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าแก่ ๆ ของเขาเต็มไปด้วยความแปลกใจ “ว่าไงนะ ? ดินแดนต้นกำเนิดรึ ? นายท่าน ที่นั่นมีแค่ราชาที่มีสิทธิ์จะเข้าไปบ่มเพาะได้” แต่หลังจากที่พูดจบ จิตวิญญาณวัตถุก็ตระหนักได้ว่าเรื่องนี้มันไม่อาจจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ เขาได้โค้งให้กับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาและพูดขึ้นว่า “นายท่าน ข้าจะจัดการทันที”