เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3102: มีกฏเพิ่มขึ้น
ตอนที่ 3102: มีกฏเพิ่มขึ้น
ขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 5 !
นั่นคือขอบเขตปัจจุบันของวิญญาณเจี้ยนเฉิน
แน่นอนว่านี่เป็นการเพิ่มขึ้นที่จำกัดเฉพาะวิญญาณ ร่างกายบรรพกาลและกฎกระบี่ของเขายังคงเหมือนเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ท้ายที่สุด วิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้ทรงพลังไปทุกด้าน พวกเขาสามารถเสริมสร้างวิญญาณของตัวเองเท่านั้น พวกเขาไม่อาจเพิ่มขอบเขตกฎของพวกเขาได้ตรง ๆ
ในเวลาสั้น ๆ วิญญาณของเขาก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจากขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 9 ไปถึงขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 5 มันเป็นการเติบโตที่น่าเหลือเชื่อมาก
มันเติบโตอย่างรวดเร็วจนแม้แต่เจี้ยนเฉินก็รู้สึกเหมือนกับฝันไป มันช่างเหลือเชื่อจริง ๆ
อย่างไรก้ตาม เขายังเข้าใจด้วยว่าเขาไม่อาจสัมผัสกับการเพิ่มขึ้นที่รวดเร็วแบบนี้ได้บ่อย ๆ แม้ว่าวิญญาณของเขาจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ราคาที่จ่ายไปนั้นก็ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน ต้องใช้วิญญาณบริสุทธิ์ในขั้นอัครสูงสุดถึง 2 ดวง
นั่นเทียบเท่ากับชีวิตของขั้นอัครสูงสุด 2 คน
แม้ว่าจะหาทั่วทั้งโลกเซียน จะมีผู้เชี่ยวชาญเช่นนี้อยู่กี่คน ?
เจี้ยนเฉินเข้าใจดีว่าโมเทียนหยุนได้มอบประโยชน์ให้เขาอย่างมากในครั้งนี้ !
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความแข็งแกร่งของเจี้ยนเฉินยังไม่หยุดเพียงแค่นี้ เมื่อขอบเขตการบ่มเพาะวิญญาณของเขารวมตัวกัน พลังของวิญญาณจากจักรพรรดิแมลงมิติที่ซ่อนอยู่ในตัวของเขาก็หุ่งพรวดออกมาและผสานเข้ากับวิญญาณของเขา
พลังของจักรพรรดิแมลงมิตินั้นลึกล้ำมาก เมื่อรวมเข้ากับวิญญาณของเจี้ยนเฉิน ความเข้าใจของเจี้ยนเฉินเกี่ยวกับกฏมิตินั้นก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความเข้าใจของเขาเหนือกฏมิตินั้นอยู๋ในขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 8 แต่ตอนนี้มันไปถึงชั้นสวรรค์ที่ 9 อย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น ความประหลาดใจก็หมดแล้ว ความเข้าใจกันได้ของกฏมิตินั้นทะลวงไปถึงขั้นบรรพกาล ราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติมาก ๆ แถมหลังจากนั้นก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
มิติทั้งชั้นของโถงเมฆธาราส่ายไปมาราวกับถูกคลื่นซัดสาด
กฏมิติดูเหมือนจะถูกรบกวน ทั่วทั้งพื้นที่ยุ่งเหยิงและทุกอย่างก็พร่าเลือน
ร่างของเจี้ยนเฉินก็เลือนลาง ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ในมิติที่ผันผวน บางครั้งก็มัวหมอง บางครั้งก็แจ่มชัด ราวกับว่าเขาอยู่ในมิติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
โมเทียนหยุนและหนิงซวงยังคงอยู่ที่เดิม พวกเขาให้ความสนใจกับเจี้ยนเฉินตลอดเวลา
“เทียนหยุน ทำไมกฎมิติของเขาถึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ? นี้มันไร้เหตุผลเอามาก ๆ ” หนิงซวงสามารถสัมผัสได้ถึงมิติรอบ ๆ เจี้ยนเฉิน ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ก่อนหน้านี้วิญญาณของเขาหลอมรวมกับเข้าจักรพรรดิแมลงมิติ ตอนนี้เขากำลังดูดซับพลังวิญญาณจักรพรรดิแมลงมิติ ยิ่งเขาดูดซับ กฏมิติของเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น” โมเทียนหยุนกล่าวอย่างเฉยเมย พลังที่มองไม่เห็นแทรกซึมอยู่รอบ ๆ ตัวของเขา ดังนั้นเขาและหนิงซวงจึงไม่ได้รับผลกระทบจากพื้นที่รอบ ๆ ตัวของเขาแม้แต่น้อย
“หนิงซวง เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล ทั่วทั้ง 6 โลก มีเพียงเจี้ยนเฉินเท่านั้นที่เพิ่มความเข้าใจเช่นนี้ได้ เนื่องจากวิญญาณของเขารวมกับเข้ากับพลังบรรพกาล นั่นก็คือพลังบรรพกาลที่แท้จริง ไม่ใช่พลังบรรพกาลปลอม ๆ ที่เจ้าเคยเห็นในอดีต”
“เจี้ยนเฉินมีความพิเศษยิ่ง เนื่องจากสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เกิดขึ้นกับเขา ทำให้เราไม่อาจใช้ตรรกะปกติกับเขาได้” โมเทียนหยุนอธิบาย
เจี้ยนเฉินหมกมุ่นอยู่กับการเติบโตของกฏมิติอย่างสมบูรณ์ ขณะที่เขาดูดซับวิญญาณจักรพรรดิแมลงมิติมากขึ้นเรื่อย ๆ ความเข้าใจในกฎมิติของเขานั้นก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน
กฏมิติของเขาทะลวงขอบเขตครั้งแล้วครั้งเล่า ในท้ายที่สุด เมื่อมันมาถึงขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4 ในที่สุดวิญญาณของเขาก็เข้าสู่สภาวะสมบูรณ์และหยุดดูดซับพลังของวิญญาณจักรพรรดิแมลงมิติ
วิญญาณของเขาอยู่ในขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 5
กฏมิติของเขาอยู่ในขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4
แม้ว่ากฏกระบี่ของเขาจะไม่เพิ่มขึ้นเลย แต่ความก้าวหน้าของกฏมิติเพียงอย่างเดียวก็ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
ตอนนี้ ความเชี่ยวชาญของเขาในกฏมิติได้ก้าวหน้ากว่ากฏกระบี่ของเขาอย่างสิ้นเชิง
“การทะลวงขอบเขตร่างบรรพกาลของข้าในแต่ละขั้นต้องใช้ความเข้าใจในกฏของโลกที่สอดคล้องกัน ความเข้าใจในกฏเป็นกุญแจเพียงหนึ่งเดียวที่ขัดขวางความก้าวหน้าของร่างบรรพกาล”
“ในอดีต จากกฏทั้งหมดที่ข้าเข้าใจ กฏกระบี่ของข้านั้นขึ้นนำมาเสมอ ดังนั้นการทะลวงกฏกระบี่จึงเป็นวิธีเดียวในการทะลวงขอบเขตร่างบรรพกาล แต่ในความเป็นจริง กฏกระบี่ไม่ใช่กฏเดียวที่มี กฎใด ๆ ก็ตามล้วนแต่ใช้ได้ทั้งนั้น”
“ตอนนี้ กฏมิติของข้าเหนือกว่ากฏกระบี่อย่างมาก ดังนั้นข้าจึงต้องใช้กฏมิติเพื่อทะลวงขอบเขตร่างบรรพกาล”
“ร่างบรรพกาลของข้ามาถึงขั้น 16 ได้ตลอดเวลาในตอนนี้” เจี้ยนเฉินลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ พร้อมกับรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ อย่างไรก็ตามเมื่อเขาสัมผัสกับเม็ดพลังของเขาที่มีขนาดเพียงเศษเสี้ยวเดียวของขนาดก่อนหน้า เขาก็ถอนหายใจเบา ๆ
แต่เดิม ก่อนที่เขาจะลองข้ามสะพานเป็นตาย พลังในเม็ดพลังบรรพกาลของเขาก็ได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว ในท้ายที่สุดเม็ดพลังบรรพกาลของเขาก็แตกกระจายบนสะพานแเป็นตาย เขาได้ใช้พลังบรรพกาลจำนวนมหาศาลในช่วงเวลาสั้น ๆ แม้หลังจากเม็ดพลังบรรพกาลของเขาจะได้รับการฟื้นฟูอย่างน่าอัศจรรย์ แต่พลังบรรพกาลที่หายไปก็ไม่เคยกลับมา
ถ้าเขายังมีแกนของกุสตาฟ เจี้ยนเฉินสามารถดูดซับพลังภายในนั้นเพื่อฟื้นฟู หรือแม้แต่ทะลวงขอบเขตเพิ่มขึ้นได้อีก
อย่างไรก็ตาม เขาได้ทิ้งแกนกุสตาฟไว้ให้พี่สาวของเขา เจียงหยางหมิงเยว่
“ทรัพยากรตระกูลเทียนหยวนน่าจะเพียงพอสำหรับข้าที่จะทะลวงขั้น แต่ข้าไม่มีทางรู้ได้ว่าทรัพยากรที่ข้าต้องใช้นั้นจะมากน้อยเพียงใด ข้าอาจจะใช้ของทั้งหมดของตระกูลเลยก็เป็นไปได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังฟื้นฟูพลังชีวิตและพลังปราณที่ข้าใช้เมื่อตอนอยู่บนสะพานเป็นตายได้ยังไม่เต็มที่ รากฐานของข้าได้รับความเสียหาย ดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะทะลวงในตอนนี้ ไม่อย่างนั้นมันจะนำปัญหาใหญ่มาให้”
“อย่างไรก็ตาม เรากำลังเดินทางไปยังโลกจิ๋วหยานหวงเร็ว ๆ นี้ ข้าจะทะลวงขอบเขตในนั้น โลกจิ๋วหยานหวงควรจะมีทรัพยากรสวรรค์เพียงพอที่จะซ่อมแซมรากฐานของข้า” เจี้ยนเฉินคิดกับตัวเอง เขาจบการบ่มเพาะของเขาและมิติรอบ ๆ ก็กระเพื่อมก่อนที่จะสงบลง
“ปีกว่าแล้ว หัวหน้าพิรุณจากที่ราบสำราญยังรอเจ้ามาหลายเดือน เนื่องจากเจ้าบ่มเพาะเสร็จแล้ว ถึงเวลาที่เราจะต้องออกเดินทาง” ในตอนนี้เสียงของโมเทียนหยุนก็ดังขึ้น