เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3104: สถานการณ์ของโลกเบื้องล่าง
ตอนที่ 3104: สถานการณ์ของโลกเบื้องล่าง
“ในที่สุดฉันก็กลับมาแล้ว ! ” เมื่อมองไปที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เต็มไปด้วยฝุ่น เจี้ยนเฉินทั้งตื่นเต้นและดีใจ เขาพบความรู้สึกที่คุ้นเคยซึ่งเขาไม่ได้รู้สึกเป็นเวลานานมากจากค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลและรู้สึกใกล้ชิด
เขาได้ตั้งค่าค่ายกลกลไว้ที่นี่เมื่อเขาออกจากทวีปเทียนหยวน จุดประสงค์คือให้เขากลับมาจากโลกเซียนโดยสะดวดภายในระยะเวลาหนึ่งหมื่นปี
อย่างไรก็ตาม แผนไม่เคยเปลี่ยนเร็วพอที่จะตามให้ทันการเปลี่ยนแปลง ใครจะคิดว่าเขาจะกลับมาที่นี่อีกครั้งภายในระยะเวลาไม่ถึง 1,000 ปี หลังจากที่เขาจากไป
โลกนี้เป็นบ้านเกิดของเจี้ยนเฉินและเป็นที่ที่เขาเติบโตขึ้นมา เขาทิ้งร่อยรอยไว้มากมายที่นี่ เป็นผลให้เจี้ยนรู้สึกที่พิเศษอย่างมากกับโลกนี้ทันทีที่เขากลับมา
ซ่างกวนมู่เอ๋อพยายามซ่อนความตื่นเต้นของนางเช่นกัน ความผูกพันของนางกับโลกเบื้องล่างนี้ไม่เท่ากับเจี้ยนเฉิน แต่ในฐานะแม่ นางคิดถึงเสี่ยวเป่ามากกว่าใคร ๆ
“มิติที่นี่บอบบางมาก เจ้าต้องควบคุมพลังของเจ้าอย่างระมัดระวัง ไม่อย่างนั้นเจ้าอาจจะทำลายโลกใบนี้” โมเทียนหยุนเตือนทุกคนก่อนที่จะหายตัวไปพร้อมกับหนิงซวง, เสี่ยวจินและเสี่ยวหลิง เขาข้ามมิติไปยังพื้นที่ห่างไกลและไปถึงทวีปเทียนหยวนทันที
“มู่เอ๋อ เรากลับกันเถอะ ! ” เจี้ยนเฉินเหลือบมองไปยังใบหน้าที่สวยงามเย้ายวนของซ่างกวนมู่เอ๋อและค่อย ๆ โอบเอวของนางก่อนที่จะหายตัวไปทันที
เมื่อเทียบกับมิติที่ทนทานและกฏที่สมบูรณ์ของโลกเซียน โลกที่ทวีปเทียนหยวนอาศัยอยู่นั้นอ่อนแอกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในพื้นที่ระดับต่ำเช่นนี้ ความสามารถของทุกคนจึงเพิ่มขึ้นมาก
ตัวอย่างเช่น ช่วงสัมผัสของพวกเขานั้นมากกว่าตอนที่พวกเขาอยู่ในโลกเซียนหลายสิบเท่า หรือแม้แต่มากกว่าร้อยเท่า ระยะที่พวกเขาสามารถสัมผัสด้วยสัมผัสวิญญาณนั้นแทบไม่แตกต่างกัน
ในโลกเซียน การโจมตีเต็มที่ของพวกเขาอาจทำให้มิติบางส่วนแตกแค่เล็ก ๆ ชั่วคราว แต่ที่นี่ การโจมตีของพวกเขาอาจทำลายโลกได้ทั้งใบ
ในพริบตา เจี้ยนเฉินและซ่างกวนมู่เอ๋อ ก็มาปรากฏตัวอยู่เหนือทวีปเทียนหยวน เขายืนอยู่บนเมฆราวกับยืนอยู่บนพื้นราบ แม้จะไม่ได้ปล่อยสัมผัสวิญญาณของเขาออกไปด้วยตัวเองก็ตาม โครงสร้างของโลกคร่าว ๆ ได้ปรากฏขึ้นบนหัวของเจี้ยนเฉินอย่างชัดเจน เขาสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของโลกเซียนที่ถูกทอดทิ้ง
โมเทียนหยุนและหัวหน้าพิรุณไม่ได้อยู่บนทวีปเทียนหยวน พวกเขาตรงไปยังอณาจักรทะเลก่อนที่จะเข้าไปในมิติอื่นเพื่อหาที่อยู่ของโลกจิ๋วหยานหวง
สำหรับเสี่ยวหลิง นางเดินเที่ยวในเมืองที่จอแจตามประสาเด็กน้อยของนาง มีรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ปรากฏบนใบหน้าของนาง ขณะที่นางกำลังมีชีวิตชีวา เสี่ยวจินนั้นแตกต่างไปจากรูปลักษณ์ของเขาอย่างสิ้นเชิง แม้จะเห็นว่าเป็นเด็ก แต่เขาก็ให้ความรู้สึกถึงความเป็นผู้ใหญ่และความฉลาดเกินอายุของเขา เขาเกาะติดกับเสี่ยวหลิงอย่างใกล้ชิด
เจี้ยนเฉินไม่ได้จับตาดูเสี่ยวหลิงและเสี่ยวจิน เขาปล่อยให้พวกเขาเดินทางในทวีปเทียนหยวนอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครในโลกเบื้องล่างที่สามารถทำอะไรพวกเขาได้อีกต่อไป ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่า นางยังมีผู้เชี่ยวชาญที่ยอดเยี่ยมอย่างเสี่ยวจินเป็นผู้คุ้มกัน
เจี้ยนเฉินเริ่มให้ความสนใจกับทวีปเทียนหยวนด้วยความคิดเดียวกับสถานการณ์ปัจจุบันในทวีปก็เข้ามาอยู่ในหัวของเขาอย่างชัดเจน แต่เขาก็ขมวดคิ้วทันทีที่เห็น
เขาพบว่าทวีปเทียนหยวนดูเหมือนจะผ่านสงครามที่โหดร้าย เกือบครึ่งหนึ่งของทวีปเทียนหยวนถูกปกคลุมไปด้วยหลุมและคูน้ำ และพื้นดินก็เต็มไปด้วยสีแดงและมีซากศพมากมายเกลื่อนกลาด แม่น้ำและทะลสาบหลายแห่งก็กลายเป็นสีแดง
“ทำไมถึงเกิดสงครามที่โหดร้ายอย่างนี้บนทวีปเทียนหยวน ? ” ซ่างกวนมู่เอ๋อสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติเช่นกัน สายตาของนางแหลมคมทันที และมีความรู้สึกกังวลปรากฏออกมาในเวลาเดียวกัน
ในฐานะแม่ สิ่งแรกที่นางนึกถึงภายใต้สถานการณ์เหล่านี้คือลูกของนาง ซ่างกวนเอ๋อเจี้ยน
ซ่างกวนเอ๋อเจี้ยนได้เติบโตขึ้นเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีอำนาจและแบกรับภาระของเขาได้เมื่อพวกเขาจากไป เจี้ยนเฉินได้มอบทรัพยากรสวรรค์มากมายที่เขาได้รับจากโลกจิ๋วหยานหวงครั้งล่าสุดให้กับอีกฝ่าย ดังนั้นความแข็งแกร่งของเขาจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วด้วยพรสวรรค์ของเขา อาจจะเป็นไปได้ว่าเขาได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ความเอาใจใส่และความกังวลทำให้เกิดความคิดที่ไร้เหตุผล หลังจากที่ได้เห็นร่องรอยของสงครามในทวีปเทียนหยวนแล้ว ซ่างกวนมู่เอ๋อก็ยังอดไม่ได้ที่จะกังวลอย่างมาก
นางสามารถรับรู้ได้เพียงแค่มองครั้งเดียวว่าเซียนระดับจักรพรรดิหลายคนได้เข้าร่วมการต่อสู้นี้และกวาดไปทั่วทั้งทวีป มีกระทั่งร่องรอยของผู้เชี่ยวชาญที่เกินกว่าเซียนระดับจักรพรรดิทิ้งไว้
ในเวลาต่อมา สัมผัสของวิญญาณของซ่างกวนมู่เอ๋อก็ขยายตัวขึ้นทันที มันห่อหุ้มโลกทั้งใบ ยิ่งไปกว่านั้นสัมผัสของนางยังขยายไปถึงอุโมงค์เชื่อมโลกและไปยังโลกเซียนที่ถูกทอดทิ้งตรง ๆ
ทันใดนั้น โดยพื้นฐานแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างในทั้งสองโลกอยู่ในกำมือของซ่างกวนมู่เอ๋อ
ด้วยความแข็งแกร่งของนางในฐานะขั้นอสงไขย นางสามารถทำเรื่องพวกนี้ได้ง่าย ๆ ในโลกเบื้องล่าง
อย่างไรก็ตาม สีหน้าของนางนั้นไม่ค่อยดี นางหันหน้าไปมองเจี้ยนเฉินและพูดอย่างไม่สบายใจปนความกังวลว่า “ข้าไม่พบร่องรอยของเสี่ยวเปา ขะ-เขาหายไป”
สีหน้าของเจี้ยนเฉินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเช่นกัน เขาพูดอย่างใจเย็นว่า “มู่เอ๋อ อย่าตื่นตกใจไป มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา” ด้วยเหตุนี้ ดวงตาของเจี้ยนเฉินก็กลายเป็นลึกล้ำทันที ราวกับว่าในดวงตาของเขามีจักรวาลที่ยิ่งใหญ่สองแห่งอยู่ภายใน ในเวลาเดียวกันสายตาของเขาก็เปล่งประกายออกมาอย่างลึกซึ้ง
ในช่วงเวลานั้น จิตวิญญาณของเขาได้รวมเข้ากับโลกและเขาได้เห็นความลับสุดยอดของโลก เขาใช้ร่องรอยและรอยประทับต่าง ๆ รอบ ๆ ตัวเป็นสื่อกลางในการมองดูอดีตและอนาคต
ระดับของกฏในโลกเบื้องล่างนั้นไม่ได้เทียบเท่ากับโลกเซียน ดังนั้นเจี้ยนเฉินจึงสามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงสองสามศตวรรษที่ผ่านมาได้อย่างง่ายดาย เขาสามารถมองเห็นอนาคตได้ในระดับหนึ่ง
ทันใดนั้น ทุกสิ่งในโลกเบื้องล่างตั้งแต่ที่เขาจากไปก็ปรากฏในสายตาของเขาจากภาพเหล่านี้ เขาเห็นร่างของซ่างกวนเอ๋อเจี้ยนและเขาก็เห็นว่าความแข็งแกร่งของซ่างกวนเอ๋อเจี้ยนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยทรัพยากรที่เขาทิ้งไว้ในเบื้องหลัง จากสภาพแวดล้อมของเขา การบ่มเพาะของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งยังแก้ปัญหาภัยพิบัติของโลกด้วย
หนึ่งศตวรรษหลังจากการจากไปของเขา ซ่างกวนเอ๋อเจี้ยนได้มาถึงระดับแลกเปลี่ยน และกลายเป็นคนที่ทรงพลังที่สุดในโลกซึ่งไม่มีใครมาแทนที่เขาได้ เขากลายเป็นคนไร้พ่าย
เขาคอยดูแลผู้เชี่ยวชาญของเผ่าต่าง ๆ เพื่อปกป้องความสงบสุขของโลกนี้
ในศตวรรษที่ 2 หลังจากการจากไปของเขา ซ่างกวนเอ๋อเจี้ยนได้ทำลายข้อจำกัดของโลกนี้ เขาทะลวงขอบเขตเทพ และได้สร้างตำนานชั่วนิรันดร์
ในขณะเดียวกัน ผู้อาวุโสสูงสุดของเมืองทหารรับจ้าง เทียนเจี้ยน รวมถึงผู้อาวุโสและผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากของตระกูลผู้พิทักษ์, อาณาจักรทะเลและทวีปสัตว์เทวะ ก็ทะลวงขอบเขตอย่างต่อเนื่องเพราะสภาพแวดล้อมที่ดีกับการบ่มเพาะและความพร้อมของโลกเซียนที่ถูกทอดทิ้งเป็นสนามบ่มเพาะ พวกเขาทั้งหมดทะลวงจากเซียนระดับจักรพรรดิและไปถึงขอบเขตดั้งเดิม
ยิ่งไปกว่านั้น เจี้ยนเฉินยังเห็นว่าในศตวรรรษที่ 3 หลังจากการจากไปของเขา ซ่างกวนเอ๋อเจี้ยน ได้สร้างกลุ่มผู้บ่มเพาะตามเผ่าต่าง ๆ และแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนจากโลกเซียนที่ถูกทอดทิ้ง จากนั้นเขาก็มุ่งไปยังเขตแดนของโลก ในท้ายที่สุด พวกเขาก็ทะลวงม่านพลังโลกและออกไปสู่โลกเบื้องล่างอื่น ๆ
เทียนเจี้ยนจากเมืองทหารรับจ้างเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้
ในช่วงเวลาหลายปีที่มีซ่างกวนเอ๋อเจี้ยนปรากฏตัว เผ่าต่าง ๆ ของทวีปเทียนหยวนและโลกเซียนที่ถูกทอดทิ้งอยู่ในสภาพที่สงบสุข พวกเขาเข้ากันได้ดีพอสมควร แม้ว่าเผ่าต่าง ๆ จะผลิตผู้เชี่ยวชาญมาตลอด แต่การสังหารระดับสูงที่โหดเหี้ยมยังไม่เคยปรากฏขึ้น ระหว่างเผ่าพันธุ์และองค์กรต่าง ๆ อันเนื่องมาจากซ่างกวนเอ๋อเจี้ยน
อย่างไรก็ตามความสงบสุขในโลกนี้ค่อย ๆ หายไปพร้อมกับการจากไปของซ่างกวนเอ๋อเจี้ยนกับผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นหลายคน
เจี้ยนเฉินค้นพบว่าผู้ริเริ่มสงครามอันน่าสยดสยองที่เกือบจะกวาดไปทั่วทวีปเทียนหยวนทั้งคือกลุ่มทหารรับจ้างอัคนี !