เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3135 : เก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์
ตอนที่ 3135 : เก็บผลไม้ศักดิ์สิทธิ์
สัตว์อสูรหยานหวงนั้นมีขนาดใหญ่อย่างมาก แม้แต่ตอนที่นอนอยู่บนพื้นก็มีขนาดไม่ต่างจากภูเขา เมื่อมันลุกขึ้นยืนก็ทำให้มันดูทรงพลังยิ่งกว่าเก่า
มันไล่ตามเจี้ยนเฉินไป เมื่อไหร่ก็ตามที่มันก้าวออกไป ภูเขาจะสั่นไหวราวกับเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา ร่างขนาดใหญ่ของมันได้เสียดสีกับปราณหยานหวงรอบ ๆ และทำให้เกิดการระเบิดขึ้นมา
แต่ถึงขนาดมันจะใหญ่จนน่าตกใจ แต่มันกลับรวดเร็วอย่างมากทันทีที่กระพือปีก
ไม่กี่อึดใจมันก็ไล่ตามเจี้ยนเฉินทัน มันได้ยกขาหน้าขึ้นเพื่อจะโจมตี พลังงานได้ปะทุออกมาจนทำให้มิติสั่นไหว
ด้วยการที่สูญเสียดวงตาไปจึงทำให้มันหงุดหงิดอย่างมาก ชัดแล้วว่ามันคิดจะใช้พลังทั้งหมดกับการโจมตีนี้ การโจมตีนี้ทรงพลังยิ่งกว่าการโจมตีสองครั้งก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ
เจี้ยนเฉินรู้ว่าความเร็วของเขาไม่อาจจะเทียบกับสัตว์อสูรหยานหวงขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4 ได้เมื่อโดนจำกัดพลังเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงเตรียมการเพื่อรับมือกับการโจมตีของสัตว์อสูรหยานหวงมาตั้งแต่แรก
ทันทีที่สัตว์อสูรหยานหวงโจมตีออกมา เจี้ยนเฉินก็ได้คาดการณ์ไว้อยู่แล้วและทำการหลบ
สุดท้ายขาหน้าของสัตว์อสูรหยานหวงก็ได้ตบผ่านเสื้อผ้าของเจี้ยนเฉินไปด้วยพลังอันน่ากลัว
ถึงจะหลบการโจมตีได้ แต่สีหน้าของเจี้ยนเฉินไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เขารับรู้ได้ว่าขาอีกข้างของมันยังคงพุ่งเข้ามาด้วยพลังที่น่ากลัวไม่แพ้กัน
แม้ว่าจะรับรู้อันตรายได้ล่วงหน้าด้วยการรับรู้ของเขา แต่ด้วยระดับการบ่มเพาะที่อยู่ขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 9 ก็ทำให้เขาหมดหนทาง เขาไม่อาจจะหลบการโจมตีนี้ได้
ปัง !
เจี้ยนเฉินกระเด็นออกไปและกระอักเลือดออกมา
สัตว์อสูรหยานหวงคลั่ง เมื่อไหร่ที่มันโจมตี มันจะมีพลังอันน่ากลัว มันไม่ได้อ่อนโยนเหมือนในตอนแรกแล้ว
ด้วยการที่รับการโจมตีของขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4 มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจี้ยนเฉินจะบาดเจ็บ ไม่ใช่แค่หลังของเขาเต็มไปด้วยเลือด แม้แต่อวัยวะภายในก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย
สัตว์อสูรหยานหวงคำรามออกมา การโจมตีต่อมาตามมาติด ๆ ไม่เปิดโอกาสให้เจี้ยนเฉินได้พักหายใจ ปีกบนหลังของมันสั่นไหวแล้วเฉือนลงมาที่หัวของเจี้ยนเฉินโดยไม่ลังเล
แต่ก่อนที่การโจมตีมันจะมาถึงตัวเขา เจี้ยนเฉินก็ได้ออกจากที่นั่นไปแล้ว แม้ว่าจะบาดเจ็บสาหัสแต่ก็เหมือนจะไม่เป็นอะไร ไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งของเขาที่ไม่ได้รับผลกระทบ แต่เขาถึงกับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่าเดิม
นอกจากนี้พลังบรรพกาลในตัวก็โคจรราวกับน้ำหลาก มันแผ่ไปทั่วร่างกายของเขา บาดแผลของเขาฟื้นฟูด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า
หากเป็นขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 9 คนอื่นแล้ว พวกเขาคงอยู่ในสภาพปางตาย ถึงแม้ว่าจะรอดจากการโจมตีของสัตว์อสูรหยานหวงมาได้
แต่เจี้ยนเฉินได้พึ่งพาความแข็งแกร่งของร่างบรรพกาล ดังนั้นบาดแผลจึงไม่ส่งผลกระทบต่อเขาแม้แต่น้อย
ครืน !
ใบมีดปีกของสัตว์อสูรหยานหวงพลาดไป พลังมันอัดเข้ากับพื้นจนทำให้เกิดการระเบิดดังก้อง พื้นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง ภูเขาราวกับจะถล่มลงไป
ที่พื้นดินนั้นมีรอยแตกเหยียดยาวไปกว่าพันกิโลเมตรปรากฏขึ้นมา
“มิติที่นี่แข็งกว่าที่โลกเซียน ! ” เมื่อเห็นรอยแตกที่พื้นดินใกล้ ๆ เจี้ยนเฉินก็หรี่ตาลง ในโลกเซียนนั้นพลังจากขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ 4 จะก่อให้เกิดหายนะรุนแรงกว่านี้
เขาไม่ได้หยุด เขาเคลื่อนที่เร็วขึ้นกว่าเก่า เขาได้ล่อสัตว์อสูรหยานหวงออกมาด้วยความโกรธแค้นที่มีต่อเขา
สัตว์อสูรหยานหวงไล่ตามเขามาโดยไม่รู้เลยว่ามีร่างสีม่วงร่างหนึ่งได้ปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆ ผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์ที่มันเฝ้าอยู่
นางคือซ่างกวนมู่เอ๋อ
เมื่อมาถึงที่ผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์ ซ่างกวนมู่เอ๋อก็ไม่ได้เก็บมัน แต่นางกลับหันหน้ากลับไปมองอีกด้านด้วยความกังวล
ทางนั้นคือทางที่เจี้ยนเฉินล่อสัตว์อสูรหยานหวงออกไป
นางยืนอยู่ข้างผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์สักพักและรอให้สัตว์อสูรหยานหวงไปไกลกว่าเก่า จากนั้นางถึงได้เอากล่องหยกที่เตรียมไว้ออกมา เพื่อเก็บผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์
ตอนที่ปิดกล่องนั้นแสงจากผลไม้สีฟ้าราวกับท้องฟ้าก็ได้หายไปทันที
ต้นไม้ที่หล่อเลี้ยงผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์ได้ร่วงโรยไปในทันที ไม่กี่วินาทีมันก็กลายเป็นต้นไม้แห้งที่ตายไปแล้วตอนที่นางเก็บผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์ มันมีเสียงคำรามดังขึ้นมาจากไกล ๆ สัตว์อสูรหยานหวงที่ไล่ตามเจี้ยนเฉินไปนั้นเหมือนจะรับรู้ได้ มันได้หันกลับโดยไม่ลังเลและรีบกลับมาโดยเร็วที่สุด
ซ่างกวนมู่เอ๋อเครียดขึ้นมาทันที นางพลิกฝ่ามือพร้อมกับกล่องหยกที่หายไป นางได้ใช้ความเร็วสูงสุดที่มีพุ่งหนีออกมาทันที
ด้านหลังนางนั้นเสียงภูเขาสั่นไหวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัตว์อสูรหยานหวงได้กระทืบพื้นอย่างแรงจนทำให้พื้นดินสั่นไหวและไล่ตามซ่างกวนมู่เอ๋อไป สายตามันสะท้อนความโกรธแค้นออกมา
เจี้ยนเฉินที่สลัดสัตว์อสูรหยานหวงมาได้นั้นรีบไล่ตามสัตว์อสูรหยานหวงไปทันที เขาได้ทำการโจมตีเพื่อดึงความสนใจจากสัตว์อสูรหยานหวง เพื่อซื้อเวลาให้กับซ่างกวนมู่เอ๋อ
แต่เกล็ดที่หนาของมันรวมกับความแข็งแกร่งที่มากกว่าเจี้ยนเฉินจึงทำให้การโจมตีของเจี้ยนเฉินนั้นไม่อาจจะทะลุเกล็ดมันได้เลย เขาไม่อาจจะทำอะไรมันได้แม้แต่น้อย
ทักษะการจู่โจมไร้ร่องรอยที่เขาได้สร้างขึ้นมาซึ่งไม่ได้สนใจการป้องกันและโจมตีภายในโดยตรงนั้นต้องใช้ร่วมกับกฎกระบี่และกฎมิติถึงจะใช้ได้ผล
ในโลกจิ๋วหยานหวงที่เขาไม่อาจจะใช้กฎได้นั้น จึงทำให้เขาไม่อาจจะใช้ทักษะการจู่โจมไร้ร่องรอยออกมาได้
“สัตว์อสูรหยานหวงนี่รวดเร็วจริง ๆ หากเป็นแบบนี้ต่อไป มันจะตามมู่เอ๋อได้ทันก่อนที่นางจะหนีไปได้ไกล” เจี้ยนเฉินเริ่มร้อนใจ ตอนนั้นเขาไม่อาจจะทำอะไรอื่นได้นอกจากการหลอมรวมกระบี่เพื่อฆ่าสัตว์อสูรหยานหวง
แต่การหลอมรวมกระบี่เพื่อผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์นั้นไม่คุ้มค่าแม้แต่น้อย ผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์ระดับเทพขั้นกลางนั้นไม่อาจจะชดเชยค่าตอบแทนของการหลอมรวมกระบี่ได้
“หากมู่เอ๋ออยู่ในอันตราย งั้นข้าจะใช้การหลอมรวมกระบี่“ เจี้ยนเฉินเตรียมรีบมือกับกรณีเลวร้ายที่สุด เขาพร้อมที่จะหลอมรวมกระบี่ทุกเมื่อ
ไม่ว่าค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายจะสูงแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อาจจะปล่อยให้ซ่างกวนมู่เอ๋อตกอยู่ในอันตรายได้
เขาไล่ตามสัตว์อสูรหยานหวงต่อ สุดท้ายตอนที่ข้ามภูเขาลูกหนึ่งไปได้ สัตว์อสูรหยานหวงก็โดนขวางและลดความเร็วลง เจี้ยนเฉินตามทันทันทีและใช้โอกาสนี้กระโดดขึ้นหลังสัตว์อสูรหยานหวง พลังบรรพกาลปะทุออกมาอัดแน่นเป็นกระบี่ปราณดำแทงเข้าใส่ที่ตาอีกข้างของสัตว์อสูรหยานหวง