เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3164: ต่อสู้กับฟีนิกซ์ด้วยพลังบรรพกาล
ตอนที่ 3164: ต่อสู้กับฟีนิกซ์ด้วยพลังบรรพกาล
ฟีนิกซ์สีทองหลุดออกมาได้ แต่ปราณกระบี่บรรพกาลก็ถูกฟันลงมาแล้ว มันเล็งไปที่พลังแห่งการมีอยู่ของมัน ทำให้มันไม่อาจหลบพ้นได้อีกต่อไป
มีแสงวาบสีดำ ปราณกระบี่บรรพกาลก็ฟันผ่าร่างฟีนิกซ์
กิ้ว ! กิ้ว !
ฟีนิกซ์สีทองส่งเสียงร้องคร่ำครวญออกมาทันทีขณะที่มันกระแทกพื้นอย่างแรง บาดแผลขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนร่างของมัน แผ่ขยายไปทั่วทั้งบาดแผล มันเป็นภาพที่เลวร้ายมากที่ได้เห็น
เมื่อปราณกระบี่บรรพกาลโจมตีฟีนิกซ์สำเร็จ ทั้งโมเทียนหยุนและหัวหน้าพิรุณก็ยิ้มแย้มออกมา ทั้งคู่ไม่โจมตีต่อ แต่พวกเขากลับลอยขึ้นและมองไปที่ฟีนิกซ์ทองคำแทน
อีกด้านหนึ่ง เจี้ยนเฉินซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นการหลอมรวมได้หลับตาลงอย่างช้า ๆ ร่างกายของเขาที่ลอยอยู่บนอากาศก็ค่อย ๆ ตกลงมาราวกับใบไม้
เขาหมดสติไปแล้ว ลมหายใจของเขาอ่อนแรง เปลวไฟชีวิตของเขาก็เริ่มสลัว ๆ เขาตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
“เจี้ยนเฉิน ! ” ซางกวนมู่เอ๋อร้องออกมา พลังงานพลุ่งพล่านผ่านร่างกายของนาง นางลุกพรวดจากพื้นขึ้นกับคว้าร่างเจี้ยนเฉินอย่างนุ่มนวล
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่นางสัมผัสเขา หัวใจของซ่างกวนมู่เอ๋อร์ก็สั่นสะท้าน สีหน้าของนางเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
นางไม่ได้สัมผัสร่างกายที่มีเนื้อหนังอย่างที่คิด แต่กลับเป็นหนังหุ้มกระดูกแทน
ความรู้สึกนี้ราวกับว่าเนื้อของเจี้ยนเฉินได้หายไปหมดแล้ว
ซ่างกวนมู่เอ๋ออดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน เจี้ยนเฉินซึ่งนอนอยู่ในอ้อมแขนของนางนั้นน้ำหนักเบาเป็นอย่างมาก ในเวลานี้เขาดูเหมือนกับว่าเป็นใบไม้ที่กำลังร่วงจากต้นจริง ๆ โดยพื้นฐานแล้วนางไม่รู้สึกได้ถึงน้ำหนักของเขาเลย
ซ่างกวนมู่เอ๋อไม่มีความกล้าแม้จะตรวจสอบบาดแผลของเขา ราวกับว่านางไม่ต้องการเผชิญกับข่าวร้าย นางวางเจี้ยนเฉินลงกับพื้นด้วยความนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้และป้อนดอกบัวแฝดเข้าไปในปากของเขา
หลังจากครุ่นคิดบางอย่างก็ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอ เพียงการสะบัดมือ ดอกบัวแฝดระดับเทพขั้นกลางอีกสองดอกก็ปรากฏขึ้นมาจากแหวนมิติของนาง นางส่งมันเข้าปากของเจี้ยนเฉินทั้งหมด
ก๊าซ, ก๊าซ ! ก๊าซ, ก๊าซ ! ก๊าซ, ก๊าซ !
อีกด้าน นกฟีนิกซ์นอนอยู่หลุมขนาดใหญ่ มันกรีดร้องออกมาตลอดเวลา บาดแผลขนาดใหญ่นั้นปรากฏอยู่ทั่วร่างกายของมัน มันดูน่ากลัวและเลวร้ายอย่างมาก
แม้ว่าจะถูกฟันด้วยกระบี่บรรพกาล มันก็ยังไม่ตาย มันยังมีชีวิตอยู่
หลังจากนั้นไม่นาน เปลวเพลิงสีทองก็ลุกโชนจากร่างกายของมัน ห่อหุ้มตัวมันอย่างสมบูรณ์
ภายใต้เปลวเพลิงสีทอง บาดแผลทั้งหมดที่โมเทียนหยุนและหัวหน้าพิรุณทิ้งไว้ก็หายเร็วกว่าเดิมนับสิบเท่า
ภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาที มันก็หายจากอาการบาดเจ็บที่เกิดจากโมเทียนหยุนและหัวหน้าพิรุณอย่างสมบูรณ์ !
อย่างไรก็ตาม บาดแผลขนาดใหญ่ที่เจี้ยนเฉินได้สร้างไว้ผ่านพลังบรรพกาลนั้นไม่มีวี่แววว่าจะรักษาได้
พลังบรรพกาลได้แทรกซึมเข้าไปในบาดแผลของมัน ซึ่งทำให้การรักษาของฟีนิกซ์ไม่ได้ผล
“มันหนังเหนียวจริง ๆ มันยังไม่ตาย” โมเทียนหยุนพูดอย่างจริงจัง ฟีนิกซ์ฆ่ายากกว่าที่เขาคิด พลังที่ปราณกระบี่บรรพกาลปล่อยออกมา แม้แต่เขาก็ตกใจ แต่ท้ายที่สุด การโจมตีที่น่ากลัวขนาดนี้ก็ยังไม่อาจฆ่าฟีนิกซ์ลงได้
“มันไม่ตาย แต่ก็ไม่อาจรักษาบาดแผลได้เช่นกัน พลังของมันหายไปมาก ความได้เปรียบที่ฟีนิกซ์มีนั้น หายไปแล้ว” หัวหน้าพิรุณจ้องไปที่บาดแผลของฟีนิกซ์และพูดอย่างช้า ๆ
กาซ ก๊าซซซ ! ทันใดนั้นฟีนิกซ์ก็พุ่งขึ้นไปบนอากาศ แม้จะอ่อนแอเพียงใด มันก็ยังยอมแผดเผาตัวเองด้วยเปลวเพลิงสีทองและพุ่งเข้าหาเจี้ยนเฉินอย่างบ้าคลั่ง
มันเคลื่อนไหวในอากาศด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ บาดแผลทั่วร่างกายของมันก็ยังคงมีเลือดไหลริน
กระบี่คู่ได้ทำร้ายฟีนิกซ์อย่างหนักหน่วง แต่มันก็ยังสามารถที่จะต่อสู้ต่อไปได้ !
หัวหน้าพิรุณขวางเส้นทางของฟีนิกซ์ทันที เมื่อร่วมมือกับโมเทียนหยุน พวกเขาก็ได้โจมตีฟีนิกซ์ที่บาดเจ็บอย่างไม่หยุดมือ
คราวนี้ พวกเขาปลดปล่อยทุกอย่างที่เขาออมมือเอาไว้หมดแล้ว พวกเขาใช้แม้แต่ทักษะลับและทักษะต่อสู้ระดับเทพทีละอย่าง เพื่อทำลายล้างมัน
การโจมตีทั้งหมดมุ่งตรงไปที่บาดแผลของฟีนิกซ์ พวกเขาต้องการใช้บาดแผลนี้เพื่อฆ่ามันให้ตาย
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการโจมตีของพวกเขาจะรวดเร็วและโหดร้ายเพียงใด ไม่ว่าจะอาการบาดเจ็บที่พวกเขาทำกับฟีนิกซ์จะรุนแรงเพียงใด ฟีนิกซ์ก็สามารถฟื้นฟูได้เกือบจะทันทีภายใต้เปลวไฟที่โหมกระหน่ำ
แม้ว่าพวกเขาจะโจมตีบาดแผลที่เกิดจากพลังบรรพกาล แต่ก็ล้มเหลวที่จะทำร้ายมันได้
ฟีนิกซ์สามารถฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บทั้งหมดที่พวกเขาทำ
การฟื้นฟูบาดแผลของฟีนิกซ์ไม่ส่งผลต่อบาดแผลที่เกิดจากพลังบรรพกาลเท่านั้น
“ไม่ เราไม่อาจฆ่ามันได้ ถอยออกมาเดี๋ยวนี้ ! ” โมเทียนหยุนตะโกนบอกหัวหน้าพิรุณทันที
หัวหน้าพิรุณลอบถอนใจ ในเวลาต่อมา นางก็ปรากฏตัวข้าง ๆ เจี้ยนเฉินและห่อหุ้มพวกเขาไว้ด้วยพลังมิติทันที ในชั่วพริบตา ทั้งสี่คนก็หายวับออกไป
ฟีนิกซ์ส่งเสียงร้องด้วยความโกรธออกมาหลังจากนั้น มันอยากจะไล่ตาม แต่ร่องรอยของพวกเขาหายไปโดยสิ้นเชิง มันไม่รู้ว่าพวกเขาหายไปไหน
หัวหน้าพิรุณนำเจี้ยนเฉินและซางกวนมู่เอ๋อกลับมายังดินแดนแห่งหยินและหยาง
ในเวลานี้เจี้ยนเฉินนอนอยู่บนพื้นหินที่ก่อตัวหลังจากที่ลาวาเย็นลง ซ่างกวนมู่เอ๋อ เฝ้าอยู่ข้าง ๆ เขาและคอยดูแลเขาอย่างเอาใจใส่
โมเทียนหยุนและหัวหน้าพิรุณยืนอยู่ด้านข้างอย่างเงียบ ๆ ทั้งสองก็มองไปที่เจี้ยนเฉินพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างแน่นหนา
“การฆ่าฟีนิกซ์จะใช้การหลอมรวมกระบี่ แต่เมื่อดูจากบาดแผลของเขา เฮ้อ” โมเทียนหยุนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาหนักใจมาก
หัวหน้าพิรุณยังขมวดคิ้วและพูดอย่างจริงจังว่า”พวกมันเป็นวัตถุเทพคุณภาพปานกลาง แต่ผลสะท้อนกลับของมันนั้นน่ากลัวมาก ไม่น่าแปลกใจเลยที่แม้แต่จักรพรรดิในโลกอมตะในตอนนั้นก็ตายเพราะผลสะท้อนกลับ”
ผลสะท้อนกลับที่เจี้ยนเฉินทนกับการหลอมรวมครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อเขาอยู่ที่ขั้นที่ 15 ของร่างบรรพกาล ดอกบัวแฝดระดับเทพขั้นกลางเพียงดอกเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับเขาที่จะฟื้นฟูจากบาดแผลของการสะท้อนกลับ
แต่ตอนนี้ ซ่างกวนมู่เอ๋อป้อนดอกบัวแฝดระดับเทพขั้นกลางให้เขา ยังต้องใช้มันถึง 5 ดอกก่อนที่เขาจะได้สติมาอย่างช้า ๆ
แน่นอน ว่ามันเป็นแค่การได้สติเท่านั้น ดอกบัวแฝดระดับเทพขั้นกลาง 5 ดอกก็ยังไม่อาจทำให้เขาฟื้นตัวได้เต็มที่
ไม่เพียงเพราะบาดแผลของเขาสาหัสเกินไป แต่ยังมีเหตุผลอีกหนึ่งประการด้วย หลังจากที่ทะลวงขั้นของร่างบรรพกาล เขาจะต้องการพลังฟื้นตัวมากขึ้นจากบาดแผลที่มีความรุนแรงเท่าเดิม