เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3171: ถูกขับออกจากโลก
ตอนที่ 3171: ถูกขับออกจากโลก
“ปราณมังกรภายในผลราชันย์เทพมังกรมีพลังมากมายมหาศาล มันอาจดูดซับพลังปราณมังกรทั้งหมดภายในโครงกระดูก” เสียงของโมเทียนหยุนดังขึ้น หัวหน้าพิรุณและเขาก็มาปรากฏอยู่ด้านหลังของเจี้ยนเฉิน ทั้งสองจ้องมองไปที่ผลราชันย์เทพมังกร” ในเมื่อมังกรตัวนี้สามารถนอนพักผ่อนที่นี่ได้ มันจะต้องมีพลังมหาศาล ตอนนี้ผลราชันย์เทพมังกรได้ดูดซับพลังปราณมังกรทั้งหมดของมันแล้ว มันน่าจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผลกระทบของมันไม่อาจหยั่งรู้ได้”
ดวงตาของโมเทียนหยุนและหัวหน้าพิรุณเป็นประกายทันที พวกเขาถูกมันล่อลวง
ด้วยสถานะที่สูงส่งในปัจจุบัน มีเพียงไม่กี่อย่างที่สามารถล่อตาล่อใจพวกเขาได้ แต่ทั้งคู่ต่างก็สนใจผลราชันย์เทพมังกร
พวกเขาเหลือบมองเจี้ยนเฉินอย่างตื่นเต้นโดยไม่รู้ตัว หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หัวหน้าพิรุณก็พูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ว่า “เจี้ยนเฉินผลราชันย์เทพมังกรมีความสำคัญกับเจ้าหรือไม่ ? ”
“มัน…ผลราชันย์เทพมังกรมีความสำคัญมากสำหรับข้า ข้ามีความต้องการอยู่สองอย่างในการมาที่โลกจิ๋วหยานหวงในครั้งนี้ หนึ่งในนั้นคือการหาผลราชันย์เทพมังกร” เจี้ยนเฉินพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงให้เห็นว่าเขาต้องการมันจริง ๆ
“ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ควรเก็บผลราชันย์เทพมังกรไว้ เรายังสามารถหาโอกาสและโชคอื่น ๆ ได้จากภายนอก เราไม่อาจเสียเวลาของเราอยู่ที่นี่ได้” โมเทียนหยุนยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะเร่งเขา
หัวหน้าพิรุณยังลอบถอนใจอยู่ภายใน นางก็ไม่พูดอะไรและหยุดให้ความสนใจกับผลราชันย์เทพมังกร
ด้วยเหตุนี้ เจี้ยนเฉินจึงหยิบกล่องหยกออกมาทันทีและเก็บผลราชันย์เทพมังกรมันอย่างระมัดระวังโดยไม่ลังเล
หลังจากนั้น พวกเขาก็สำรวจโพรงอย่างระมัดระวังอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบสิ่งอื่นใดที่มีค่านอกจากผลราชันย์เทพมังกร
เหตุใดโครงกระดูมังกรจึงปรากฏขึ้นที่นี่ มันตายได้อย่างไร หรือมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับฟีนิกซ์ที่ปกป้องสถานที่แห่งนี้หรือไม่ นั่นไม่ใช่คำถามที่พวกเขาควรกังวล
ในไม่ช้า พวกเขาก็ออกมาจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ผ่าสวรรค์และออกมาข้างนอกอีกครั้ง
ทันทีที่เขาโผล่ออกมา เจี้ยนเฉินก็ได้กลิ่นเลือดที่เข้มข้น เขาพบสัตว์อสูรหยานหวงขนาดใหญ่สองสามตัวนอนอยู่ใกล้ ๆ ทันที สัตว์อสูรหยานหวงทุกตัวได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งดูน่ากลัวอย่างมาก
มีแม้กระทั่งสัตว์อสูรหยานหวงที่ร่างกายของมันราวกับถูกฉีกด้วยแรงที่น่ากลัว บาดแผลที่เปื้อนเลือดของมันเป็นภาพที่น่าตกใจอย่างมาก
โดยไม่มีข้อยกเว้น สัตว์อสูรหยานหวงที่ตายไปแล้วล้วนมีพลังมหาศาลเทียบเท่ากับเผิงยักษ์ที่โมเทียนหยุนสังหารในโพรงต้นไม้เป็นอย่างน้อย
ผลก็คือ แม้ว่าพวกมันจะตายไปแล้ว ศพของพวกมันก็ยังคงปล่อยกลิ่นอายกดดันออกมาอย่างมหาศาล
ใกล้ ๆ กันนั้น ตรงที่ร่างของฟีนิกซ์เคยอยู่ก่อนหน้านี้
ทันใดนั้น กล้วยไม้กลืนกินอมตะที่พันรอบข้อมือเจี้ยนเฉินก็เริ่มขยายตัวอีกครั้ง และกลีบดอกที่สวนงามที่สูงถึง 30,000 เมตรและตรงกลางดอกก็ดูเหมือนจะเป็นประตูไปสู่อีกโลกหนึ่ง มันได้ก่อตัวเป็นหลุมดำมะเมื่อมออกมา
หลังจากนั้นไม่นานกล้วยไม้กลืนกินอมตะก็กลืนสัตว์อสูรหยานหวงทั้งห้าตัวที่โมเทียนหยุนเพิ่งฆ่าไปในคำเดียว
คราวนี้ เจี้ยนเฉินไม่ได้ห้ามมันอีก เขารู้อยู่แล้วว่าโลกภายในกล้วยไม้กลืนกินอมตะได้พัฒนาแล้ว และดูเหมือนว่ามันจะสะสมอาหารได้ตามต้องการไว้ในโลกนั้นโดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะกินมากเกินไปจนท้องมันระเบิด
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่กินซากศพทั้งห้าที่อยู่ใกล้ ๆ เข้าไปแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะไม่พอใจ ก้านของมันยังคงยื่นขยายออกไปหลายพันกิโลเมตรทันทีก่อนที่จะกลืนซากศพของฟีนิกซ์เข้าไปด้วย
มันกลืนซากศพทั้งหมดหมดแล้ว กล้วยไม้กลืนกินอมตะก็หดตัวอีกครั้งและกลับมาอยู่ในท่าที่พันข้อมือเจี้ยนเฉินอีกครั้ง
มันพันรอบข้อมือเจี้ยนเฉินอย่างนุ่มนวลราวกับกำไล ทำให้ทุกคนคิดว่ามันเป็นเพียงเครื่องประดับ
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ผ่าสวรรค์เป็นวัสดุระดับเทพขั้นสูงสุดที่ไม่เหมือนใคร น่าเสียดายที่มันตัดยากมาก เราไม่อาจเอามันออกไปได้ทั้งหมดด้วยความแข็งแกร่งของเรา เราได้แต่ปล่อยมันไว้อย่างนี้” โมเทียนหยุนและหัวหน้าพิรุณต่างก็มองไปที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ผ่าสวรรค์อย่างสุดแสนจะเสียดาย
อย่างไรก็ตาม พวกเขายังเข้าใจด้วยว่าแม้ว่าพวกเขาจะต้องการมันมากแค่ไหน พวกเขาก็ทำได้เพียงจ้องมองมันตลอดไปเท่านั้น
“ไปเถอะ เราไปรวบรวมทรัพยากรสวรรค์อื่น ๆ โอกาสในโลกจิ๋วหยานหวงนั้นมีต่ำมาก เมื่อใดก็ตามที่มันปรากฏ มันจะนำไปสู่การต่อสู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญหลายคนเสมอ มันมีการแข่งขันที่รุนแรงมาก”
“เราไม่ต้องกังวลกับคนอื่นเลย เนื่องจากเราได้รับโชคมากมายจากที่นี่ง่าย ๆ เราไม่อาจเสียโอกาสที่ยอดเยี่ยมอย่างนี้ไปได้” โมเทียนหยุนกล่าว
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เขาพูดอย่างนั้น ก็มีแรงลมพันมารอบ ๆ เมฆสีเหลืองประกอบไปด้วยปราณหยานหวงเข้นข้นสูง มันพุ่งขึ้นไปราวกับพญามังกรที่กำลังขึ้นสวรรค์
ในเวลานี้ พื้นที่ทั้งหมดภายในโลกจิ๋วหยานหวงก็สั่นอย่างรุนแรง พื้นที่มิติบิดเบี้ยวทีละชั้น ๆ ทำให้ทิวทัศน์ของทุกคนพร่าเลือน ในเวลาเดียวกันพลังจำกัดก็ปรากฏขึ้น
แรงผลักดันนี้ดูเหมือนจะมาจากโลกจิ๋วหยานหวงทั้งหมด มันทรงพลังมากเสียจนไม่อาจต้านทานได้ แม้จะด้วยความแข็งแกร่งของโมเทียนหยุนและหัวหน้าพิรุณ พวกเขาก็ยังไม่ทำอะไรกับพลังที่มาขับไล่พวกเขานี้ได้
นั่นเป็นเพราะมันสัมผัสกับกฏพิเศษภายในโลกจิ๋วหยานหวง มันเป็นคำสั่งที่สร้างขึ้นภายในโลกจิ๋วหยานหวงเอง มันไม่ได้อยู่ในสามพันวิธีอีกต่อไป
“โลกจิ๋วหยานหวงกำลังไล่เรา เราอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้ว” สีหน้าของหัวหน้าพิรุณเปลี่ยนไป
สีหน้าของเจี้ยนเฉินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงสงบลงไปไม่ช้า แน่นอน เขาต้องการอยู่ที่นี่ต่อสักหน่อยเพื่อรวบรวมทรัพยากรสวรรค์
เขายังต้องการรวบรวมซากอสูรขั้นอัครสูงสุดอีกสักสองสามตัว ขณะที่เขาเดินตามหลังหัวหน้าพิรุณและโมเทียนหยุน
ท้ายที่สุด เขาทำได้เพียงรวบรวมศพที่มีพลังดังกล่าวอย่างอิสระภายในโลกจิ๋วหยานหวง
เมื่อเขากลับมายังโลกเซียน จะมีขั้นอัครสูงสุดสักกี่คนในโลก ?
แต่ละคนล้วนแต่เป็นบรรพชนที่ยืนอยู่เหนือที่ราบต่าง ๆ การตายแต่ละครั้งสามารถนำไปสู่ความโกลาหลหรือผลตามมาที่รุนแรงได้ เขาไม่ได้มีมันง่ายเหมือนที่เขาทำในโลกจิ๋วหยานหวง
อย่างไรก็ตามเมื่อเจี้ยนเฉินคิดถึงการเดินทางไปยังโลกดาวทมิฬ เขาก็เลิกคิดที่จะอยู่ที่นี่ต่อทันที
เขาใกล้จะอายุหนึ่งพันปีแล้ว เมื่อเขาออกจากที่นี่ เขาต้องใช้เวลาพอสมควรในการหลอมเม็ดยาราชาเทพเช่นกัน
ทำให้เขาค่อนข้างไม่เต็มใจที่จะจากไป เขาก็เข้าใจด้วยเช่นกันว่าเขาต้องจากที่นี่ไป
เมื่อเทียบกับโลหิตจอมปราชญ์สูงสุดทั้งสิบหยดแล้ว ประโยชน์ที่โลกจิ๋วหยานหวงสามารถให้ได้นั้นไม่สำคัญอีกต่อไป
“โชคดีที่ข้าได้พบทั้งของเหลวจิตวิญญาณหยานหวงและผลราชันย์เทพมังกร ! ข้าได้บรรลุสิ่งที่หวังแล้วเช่นกัน ! ”
จากนั้นปราณมิติก็สั่นอย่างรุนแรง การมองเห็นของพวกเขามืดลงอย่างรวดเร็ว ในพริบตา โลกจิ๋วหนานหวงก็หายไป พวกเขากลับมาอยู่ในอวกาศที่มืดมิด
ตำแหน่งของพวกเขาดูเหมือนจะอยู่แถวเดิมกับก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปในโลกจิ๋วหยานหวง
ส่วนฝุ่นละอองมิติของโลกหยานหวงก็หายไปแล้ว