เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3226: สำเร็จวิถีแห่งรัก
ตอนที่ 3226: สำเร็จวิถีแห่งรัก
เมื่อเห็นว่าหยางลี่หวาดกลัวเพียงใด เฮยหยาก็รู้สึกพูดไม่ออก
“ผู้อาวุโส ท่านอาจไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของตระกูลเทียนหยวน พวกเรามีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นหลายคน จริง ๆ แล้วมันอาจจะหลายสิบคน” เฮยหยายิ้มเยาะ
“เจ้ายังกล้าโกหกอีกหรือ ? ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นหลายสิบคน ? เฮยหยา เจ้าคงไม่รู้สินะว่าขอบเขตตั้งต้นคืออะไร พวกเขาคือสิ่งมีชีวิตในตำนาน หากเรามองพวกเขาได้แค่แว่บเดียว มันก็ถือเป็นเกีรยติของเราแล้ว ไม่ต้องพูดถึงหลายสิบคนเลย ? เจ้าคิดว่าบุคคลในตำนานเหล่านั้นเจอได้ง่าย ๆ หรือ ? ” หยางลี่โกรธหนัก ความไร้สาระของเฮยหยาทำให้เขาหวาดกลัว เขากลัวว่าจะมีปัญหาตามมา
ในความคิดของเขา คงจะยอดเยี่ยมมากที่ตระกูลเทียนหยวนของเหลนเขามีขั้นเทพด้วยซ้ำ สำหรับขอบเขตตั้งต้น เขาไม่เคยคิดแม้แต่น้อย
“อ่า อาวุโส ทำไมท่านยังคุกเข่าอยู่อีก ? ลุกเร็ว ๆ เฮยหยาเป็นแค่บ่าวรับใช้ของตระกูล เขาไม่รู้เรื่อง ดังนั้นท่านอย่าได้จริงจังกับสิ่งที่เขาพูด” เมื่อเห็นว่าหวู่หรู่ยียังคงคุกเข่าอยู่ หยางลี่ก็เข้าไปช่วยนางลุกขึ้น แต่นางก็ไม่แม้แต่จะขยับตัว
“ผู้อาวุโส นี่ใช้แหวนมิติของท่านหรือไม่ ? ” ในเวลานี้เฮยหยาส่งแหวนมิติให้หยางลี่
เมื่อหยางลี่เห็นแหวนมิติ เขาก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยเล็กน้อย แหวนมิติเป็นของเขาจริง ๆ แต่ราชาเทพคนนั้นเอาไปไม่ใช่หรือ ? มันมาอยู่ในมือของเฮยหยาได้อย่างไร ?
“อย่าบอกนะว่า ราชาเทพเอาของข้างในไปหมดก่อนที่จะทิ้งแหวนมิติไป ? ” หยางลี่รับแหวนมิติอย่างไม่ใส่ใจเพราะคิดแบบนั้น เขาตรวจสอบมันด้วยสัมผัสวิญญาณของเขา และเขาก็ตกตะลึงทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
นั่นเป็นเพราะทุกสิ่งที่เขานำมาจากทวีปเทียนหยวนรวมถึงทรัพยากรสวรรค์ที่มีปราณหยานหวงยังคงอยู่ในนั้น
“มะ-มันเกิดอะไรขึ้น ? เฮยหยา ทำไมแหวนมิติถึงมาอยู่ที่เจ้า ? ” หยางลี่รู้สึกสับสนอย่างมาก เขาพยายามทำความเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“ผู้อาวุโส ข้าจับราชาเทพที่เอาแหวนมิติของท่านมาแล้ว” เฮยหยาเอาโถงศักดิ์สิทธิ์ออกมาและปล่อยตัวฮั่วฉิง
ในเวลานี้ ฮั่วฉิงดูกระเซอะกระเซิงมาก เขาถูกมัดและดูเหมือนนักโทษ แขนที่ถูกตัดก็แห้งกลายเป็นแผลเป็นไปแล้ว
หยางลี่และคนอื่น ๆ จำฮั่วฉิงได้ทันที ซึ่งทำให้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก พวกเขาก้าวถอยหลังไปอย่างไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสังเกตเห็นสภาพที่น่าสังเวชของฮั่วฉิงแล้ว หันใจของเขาก็เต้นอย่างแรง พวกเขาตกใจมาก
นี่คือราชาเทพ พลังระดับราชาเทพ คนระดับนั้นกลายมาเป็นนักโทษ ในสายตาของเขา พวกเขาพูดไม่ออกทันทีขณะที่เขาเริ่มเหงื่อแตก
หัวเข่าของฮั่วฉิงแตกไปแล้ว เขาคุกเข่าลงพื้นอย่างอ่อนแรง ดวงตาของเขาว่างเปล่าและใบหน้าของเขาซีดเผือด ราวกับว่าเขารู้ชะตากรรมของเขาที่รออยู่
“อะ-อะ-อะ-อะไร เจ้าจะบอกว่าอะไรนะ เฮยหยา ? เจ้าจับราชาเทพ ? ” กุยไฮ่ ยี่เต่านึกถึงสิ่งที่เฮยหยาเพิ่งจะพูดและกลายเป็นติดอ่าง
หยางเลี่ย, เฟิงเซียวเทียน,และคนอื่นอีกเจ็ดคนต่างก็มองไปที่เฮยหยา สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกใจ แต่ส่วนใหญ่มองอย่างไม่เชื่อสายตา
บ่าวรับใช้ที่ทำตัวกับพวกเขาอย่างสุภาพจับราชาเทพนี้ไว้ได้ มันไร้สาระเสียจนเชื่อไม่ได้เลย
เฮยหยาพยักหน้าด้วความรู้สึกผิดและโทษตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็โค้งคำนับพวกเขาและพูดอย่างเสียใจ “ทั้งหมดเป็นเพราะข้าประมาท อันที่จริงข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกท่านมาถึงโลกเบื้องบนแล้ว และยังตกอยู่ในอันตราย” เฮยหยาหยุดครู่หนึ่งก่อนที่หัวไปทางฮั่วฉิงที่คุกเข่าอยู่ที่นั่นและจิตสังหารของเขาก็ปรากฏ “สำหรับราชาเทพของตระกูลเฟิงหวงที่ขโมยของท่าน มันไม่อาจให้อภัยได้ เดิมทีข้าต้องการพาเขากลับตระกูลเทียนหยวนเพื่อให้คนอื่นตัดสิน ในเมื่อท่านอยู่ที่นี่แล้ว ทำไมข้าไม่ปล่อยให้ราชาเทพคนนี้เผชิญหน้ากับคำตัดสินของผู้อาวุโสล่ะ ? ”
“มีบางเรื่องที่พวกท่านปฏิเสธที่จะไม่เชื่อในสิ่งที่ข้าเชื่อ ผู้อาวุโส ดังนั้นข้าคิดว่ามันจะดีที่สุดที่ท่านจะได้เห็นกับตาของท่านเอง”
หลังจากพูดอย่างนั้น เฮยหยาก็กดลงบนหัวของฮั่วฉิง เพียงการแตะเบา ๆ วิญญาณของฮั่วฉิงก็สลายทันที เขาตายแล้ว
ฮั่วฉิงทรุดตัวลงกับพื้น ราชาเทพที่ตกตายได้อย่างง่าย ๆ หยางลี่และคนอื่น ๆ กลายเป็นหินทันทีหลังจากที่ได้เห็น หัวใจของพวกเขาบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
จากประสบการณ์ในอดีตของพวกเขา พวกเขาไม่เคยลืมพลังของราชาเทพ พวกเขาพยายามเชื่อมโยงฮั่วฉิงที่ถูกเฮยหยาฆ่าได้ง่าย ๆ และไม่าอาจมีการต่อต้าน เมื่อเทียบกับราชาเทพที่พวกเขาเคยเห็นในอดีต
ราชาเทพอ่อนแอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
“ขะ-ขะ-เขาเป็นราชาเทพจริง ๆ หรือ ? ” หลังจากนั้นไม่นาน บรรพชนนิกายโพเทียนก็ถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้งและด้วยความตกใจ
“เขาเป็นราชาเทพจริง ๆ ” เฮยหยายืนยัน
“เฮยหยา จะ-จะ-เจ้าสามารถฆ่าราชาเทพได้ จริง ๆ จะ-จะ-เจ้าแข็งแกร่งแค่ไหน ? ” กุยไฮ่ ยี่เต่ามองไปที่เฮยหยาอย่างสั่นสะท้าน
“ความแข็งแกร่งของข้าในตอนนี้ ข้าควรจะเป็นขอบเขตตั้งต้นในตำนานอย่างที่ผู้อาวุโสพูดถึง” เฮยหยาป้องมือและพูด
“หาาา ? จะ-จะ-เจ้าเป็นบุคคลในตำนาน นะ-นะ-นี่” หยางลี่และคนอื่น ๆ หรี่ตาด้วยความตกใจ พวกเขาถึงกับพูดไม่ออก
ทุกคนค่อนข้างมึนงง พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาได้ขึ้นรถม้าได้อย่างไร ก่อนที่เฮยหยาจะพาพวกเขาไปที่ตระกูลเทียนหยวนในแคว้นตงอันอย่างสุภาพ
ในตระกูลเทียนหยวน ในที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นสิ่งที่เจี้ยนเฉินสร้างขึ้นด้วยสองมือของเขาเอง ตระกูลนั้นขยายจนมาถึงระดับที่เหลือเชื่ออย่างมาก เมื่อพวกเขาเห็นพลังนี้ พวกเขาทุกคนก็อ้าปากค้าง
“แท้จริงแล้วตระกูลเทียนหยวนมีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นหลายสิบคน และพวกเขาดูเหมือนจะเชื่อฟังเจี้ยนเฉิน”
“แม้แต่ผู้ดูแล เฮยหยา ก็ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นในตำนาน”
“สวรรค์ เกิดอะไรขึ้นกับโลกเซ๊ยนในช่วงหลายปีที่เราจากไป ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นในตำนานเหล่านี้กลายเป็นเรื่องธรรมดา ? ”
“ตระกูลเทียนหยวนไม่ได้สนใจกับตระกูลเฟิงหวงที่มีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นเลยแม้แต่น้อย นี่มันเหลือเชื่อจริง ๆ ”
ในตระกูลเทียนหยวน พวกเขาทั้งหมดงุนงง โดยพื้นฐานแล้วพวกเขากำลังคิดว่าพวกเขาฝันไปหรือเปล่า
ไม่นาน หลังจากที่พวกเขากลับมาที่ตระกูลเทียนหยวน ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นหลายสิบคนก็บินออกมาจากตระกูลเทียนหยวน ออกจากจักรวรรดิปิงเทียนพร้อมกับผู้อาวุโสนิกายร้อยรับ
ทันใดนั้นพื้นที่ทั่วโลกเซียนก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง วิถีลับต่างก็เผยออกมาก่อนที่จะปกคลุมโลกทั้งใบ
เจตจำนงไม่มีความมาดร้ายหรือต้องการกดดันใด ๆ มีเพียงความรู้สึกที่อ่อนโยนเท่านั้น เมื่อเจตจำนงแผ่ขยายออกไป ผู้บ่มเพาะนับไม่ถ้วนในโลกเซียนก็สั่นสะท้าน ในความงุนงง พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่ามีสัมผัสอุ่น ๆ ได้สัมผัสส่วนลึกของวิญญาณพวกเขาและเปิดผนึกมันอย่างอ่อนโยนและไหลออกมาอย่างช้า ๆ
ภายใต้อิทธิพลของเจตจำนงนี้ ความทรงจำนับไม่ถ้วนที่เคยประสบพบกับความรักที่พวกเขาลืมหรือฝังเอาไว้ก็ถูกขุดขึ้นมาราวกับน้ำพุ ทำให้พวกเขานึกถึงอดีต
ในเวลาเดียวกัน คู่รักหรือคู่บ่มเพาะเต๋าที่สาบานว่าจะไม่พรากจากกันและครองคู่กันตลอดไปตอนนี้ต่างก็กอดกันแน่น
เจตจำนงนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้บ่มเพาะนับไม่ถ้วนในโลกเซียน เขย่าจิตใจและเปิดเผยอารมณ์ส่วนลึกของหัวใจโดยไม่อาจต้านได้
ในตระกูลเหนือสวรรค์ของที่ราบเหนือสวรรค์ บรรดาจอมปราชญ์ของเหนือสวรรค์ ซึ่งรับผิดชอบในการตรวจสอบโลกเซียนทั้งหมดก็ลืมตาของพวกเขาขึ้น ร่างเล็กและชราของเขาก็ปรากฏขึ้นบนที่ราบเหนือสวรรค์อย่างเงียบ ๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ”เป็นอนัตตา อนัตตาได้เข้าใจวิถีใหม่อีกแล้ว คราวนี้กลับเป็นวิถีแห่งรัก”
บนที่ราบสังหาร จอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตกำลังนั่งอยู่ภายในโถงศักดิ์สิทธิ์ของเขา ในขณะที่จอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตลืมตาของเขาเช่นกัน เขาเพ่งมองไปยังทิศทางของที่ราบรุ่งโรจน์และพึมพำอย่างไม่อยากจะเชื่อ”วิถีรักของอนัตตาถูกเข้าใจแล้ว มันเป็นไปได้อย่างไร ? ผ่านไปกี่ปีเองและเขาก็เข้าใจวิถีอื่น ๆ จะถูกจำกัดหรือไม่ ? ”
“อย่าบอกนะว่าอนัตตาได้รับโชคจากที่อื่นที่น่าประทับใจมาก ? ”
บนที่ราบรกร้าง เซียนกระบี่สวรรค์นั่งสมาธิอยู่ในหุบเขาเทพกระบี่ก็ลืมตาขึ้นเช่นกัน เขาจ้องไปยังท้องฟ้าอย่างจริงจังและพึมพำด้วยความประหลาดใจ”สำเร็จวิถีแห่งรัก แต่ทำไมเขาถึงได้บรรลุได้เร็วเช่นนี้ ? “